เซเว่นฯ ดันสินค้า SME 8,000 รายการติดเชลฟ์ขายดี แนะสูตรปั้นให้ปัง
สินค้าแบรนด์ไทย สวนกระแสเศรษฐกิจ คึกคัก เซเว่นฯ ดันผู้ประกอบการ SME ไทย ปั้นสินค้าท้องถิ่นติดเชลฟ์กว่า 8,000 รายการ เข้าถึงผู้บริโภค 10 ล้านคนต่อวัน
การวางสินค้าใน เชลฟ์เซเว่น อีเลฟเว่น ถือเป็นอีกก้าวสำคัญสำหรับ SME ไทย ในการขยายตลาดและสร้างแบรนด์ เพราะเปิดโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคกว่า 10 ล้านคนต่อวัน อย่างไรก็ตาม การประสบความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นเพียงการวางสินค้า แต่ต้องเตรียมพร้อมรอบด้าน ทั้ง คุณภาพสินค้า กลยุทธ์การตลาด และไอเดียสร้างไวรัล ให้สินค้าโดดเด่นและติดตลาด
ศูนย์ เซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งดำเนินงานโดย บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ได้ถอดรหัส “สูตรสำเร็จ SME ไทย ปั้นสินค้าให้ปัง” เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่ต้องการก้าวสู่เชลฟ์เซเว่นและยืนระยะในระยะยาว
แม้เศรษฐกิจไทยปี 2025 จะคาดการณ์เติบโตเพียง 2% แต่ สินค้าแบรนด์ไทย กลับสวนกระแสคึกคัก ผู้ประกอบการ SME ต่างงัดกลยุทธ์เด็ด ส่งสินค้าของตนเข้าสู่ ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น อย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันมีสินค้า SME มากกว่า 8,000 รายการ ครอบคลุมอาหาร, ผักผลไม้, ขนมไทย, เครื่องดื่ม และของใช้ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ ซันซุ, หมึกกรุบ, น้ำพริกป้าแว่น, กล้วยหอมทอง, ขนมไทยบ้านทองหยอด, น้ำพริกเอมโอชา, สกินแคร์ MIZUMI, เกรนเน่ย์, กราโนล่า ฯลฯ ซึ่งหลายรายการสามารถขึ้นแท่น สินค้าขายดี (Best Seller) ในเวลาอันรวดเร็ว
ซีพี ออลล์ มุ่งขยายสินค้า SME ให้เข้าถึงทั้งผู้บริโภคไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อสะท้อน ภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ท้องถิ่น พร้อมผลักดันโอกาสใหม่ให้ SME ไทยทั้งในและต่างประเทศ
โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือ บิ๊กแคมเปญ “แวะ เซเว่นฯ เมื่อไหร่ก็ใจฟู” ที่ดึงพรีเซนเตอร์ชื่อดังอย่าง พี่จอง และ คัลแลน มาเสริมพลังการตลาด พร้อมส่งเสริมสินค้า SME เช่น น้ำพริกป้าแว่น, เปียกปูนใบเตยกะทิสด, Ezy Sweet ชุดรวมขนมทองมงคล, ขนมบ้านทองหยอด ฯลฯ ให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สูตรสำเร็จ SME ไทย ปั้นสินค้าให้ปัง ปักหมุดบนเชลฟ์เซเว่นฯ
1.การเตรียมตัวก่อนเข้ามานำเสนอสินค้า รู้ตลาด–รู้ตัวเอง–หาจุดต่าง
ที่ผ่านมาเซเว่นฯ มองหา ผู้ประกอบการ SME ที่เข้าใจตลาด มีความพร้อมทั้งการผลิต การตลาด และสามารถสร้างกระแสให้สินค้าได้ด้วยตัวเอง รวมถึงสามารถทำให้ผู้บริโภคซื้อซ้ำได้
ผู้ประกอบการต้องรู้ว่า สินค้าของตนอยู่ตรงไหนในตลาด และสามารถอธิบายความแตกต่างจากคู่แข่ง เช่น หากเป็นผลิตภัณฑ์มันฝรั่งต้องหาจุดต่าง (Selling Point) มาสู้กับแบรนด์ใหญ่ในตลาด เช่น ชูจุดขายด้านสุขภาพหรือกรรมวิธีการผลิตที่แตกต่าง จะสามารถโฟกัสตลาดเฉพาะกลุ่มและสร้างฐานลูกค้าใหม่ได้
หลังจากเข้าใจสินค้าและตลาดแล้ว การวางกลยุทธ์การตลาดถือเป็นอีกขั้นตอนสำคัญ ช่องทางออนไลน์ เช่น TikTok หรือ Facebook มีกลุ่มลูกค้าที่ใหญ่มาก ผู้บริโภคเข้าถึงแบรนด์ได้ง่ายและรวดเร็ว การมีแผนการตลาดที่ชัดเจนจะช่วยให้สินค้าขายดีบนชั้นเชลฟ์
โดยมีตัวอย่างชัดเจนจากแบรนด์ “เกรนเน่ย์” สแน็กเพื่อสุขภาพจากข้าวและธัญพืช ด้วยการพัฒนาสินค้าที่เน้นวัตถุดิบจากธรรมชาติ ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง ทำให้ครองใจผู้บริโภคกลุ่มสุขภาพที่เติบโตต่อเนื่อง
2.เคล็ดลับการนำเสนอสินค้า : ให้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก
เมื่อสินค้าพร้อมแล้ว ขั้นตอนการเข้าสู่เชลฟ์เซเว่นฯ ตั้งแต่ลงทะเบียนเสนอสินค้าผ่านเว็บ https://www.7smesupportcenter.com/cpall/ ส่งตัวอย่าง ทดสอบคุณภาพ ไปจนถึงทดลองขาย เกณฑ์สำคัญคือคุณภาพ ความปลอดภัย ความแตกต่าง และศักยภาพทางการตลาด
SME ที่จะผ่านได้ต้องมี “2 ดู 2 ทำ” คือ ดูเทรนด์ รู้ว่าตลาดกำลังสนใจอะไร เช่น Plant-based หรือขนม Low Sugar ดูคู่แข่ง เพื่อหามุมต่างที่ชัดเจนทำการตลาดด้วยโซเชียลหรือเจ้าของแบรนด์เป็นกระบอกเสียง และทำต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่ต้องโฟกัสตลาดเฉพาะกลุ่มและสร้างฐานลูกค้าใหม่ผ่านโซเชียลมีเดีย และช่องทางอื่นๆ
3.การรักษาให้สินค้ายืนระยะได้นาน: ให้โตบนเชลฟ์ต่อเนื่อง
การเข้าเชลฟ์เซเว่นฯได้ ไม่ใช่เส้นชัยสุดท้าย การรักษามาตรฐานสินค้าให้ยืนระยะบนเชลฟ์ได้นานคือหัวใจสำคัญ ทั้งเรื่องคุณภาพ ความสะอาด ความปลอดภัย รสชาติที่คงเส้นคงวา ไปจนถึงการตั้งราคาให้เหมาะกับลูกค้าหลากหลายวัย รวมถึงการออกแบบแพ็คเกจจิ้งกะทัดรัด ใช้ง่าย และสร้างสรรค์
ที่สำคัญ SME ยุคใหม่ยังต้องใส่ใจมิติ สังคมและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่น หรือการสร้างงานให้ชุมชนรอบข้าง ซึ่งไม่เพียงสร้างคุณค่าให้แบรนด์ แต่ยังช่วยให้ผู้บริโภครู้สึกดีที่ได้เลือกสินค้า
ยกตัวอย่าง “น้ำพริกเอมโอชา” ที่มีหัวใจของความสำเร็จอยู่ที่การ “ฟังลูกค้า” โดยทีมงานของเอมโอชาติดตามเทรนด์ผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด ปรับสูตรจากคอมเมนต์จริง พร้อมพัฒนาแพ็คเกจให้โดนใจ จึงสามารถยืนระยะเติบโตบนชั้นเชลฟ์ได้ต่อเนื่อง หรือ “กล้วยหอมทอง” จาก เอ็น แอนด์ เอ็น ฟรุทส์ ที่มุ่งมั่นในการพัฒนาชุมชน สร้างอาชีพให้เกษตรกรกว่า 400 ราย ใน จ.เพชรบุรี ควบคู่ไปกับการทำเกษตรแบบยั่งยืน
นอกจากนี้ ซีพี ออลล์ ยังมีโครงการส่งเสริม SME หน้าใหม่ด้วยการทดลองวางขายสินค้าในบางสาขา ตั้งแต่ 25–100 สาขา เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้ตลาดจริง ปรับการผลิต และต่อยอดสู่การขยายสาขามากขึ้น ถือเป็น บันไดสู่ความสำเร็จ ที่ช่วยลดความเสี่ยงและสร้างโอกาสอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อสินค้าขายดีและได้รับความสนใจจากลูกค้า ทั้งไทยและนักท่องเที่ยว ก็จะช่วยให้สินค้าขยายสู่สาขาอื่นๆ ต่อไป


