posttoday

จีนหันเที่ยวประเทศอื่น สะเทือน SME 4 แสนราย ถึงเวลาจับตลาดพรีเมียม

06 มิถุนายน 2568

ท่องเที่ยวไทยเผชิญมรสุม หลังนักท่องเที่ยวจีนหดตัว SME 4 แสนราย ถึงเวลาตื่นตัว หันโฟกัสนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง ปรับกลยุทธ์การตลาด สร้างเครือข่ายความร่วมมือ

SMEs กว่า 4 แสนราย ที่พึ่งพานักท่องเที่ยวทั้งจีนเป็นหลักกำลังเผชิญความเสี่ยงครั้งใหญ่ หลังจำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักท่องเที่ยวไทยขยายตัวต่ำ

 

 ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติหดตัวทั่วทุกภูมิภาค

 

ศูนย์วิจัยและข้อมูลธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย รายงานว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าไทยยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสแรกของปี 2568 นักท่องเที่ยวจีนเปลี่ยนจุดหมายปลายทางไปยังประเทศอื่น อาทิ เวียดนาม (+71%) ญี่ปุ่น (+78%)  ขณะที่ไทยกลับติดลบถึง -24%

 

ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยระบุว่า จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากการหายไปของนักท่องเที่ยวจีนมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี และภูเก็ต โดยในไตรมาส 1/68 พบว่า กทม. ขาดนักท่องเที่ยวจีนเฉลี่ยวันละ 76% รองลงมาคือ ชลบุรี 34% และภูเก็ต 29% 
 

 

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนลดลง ได้แก่ ภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยของไทย และการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศของรัฐบาลจีน ซึ่งมีอัตราเพิ่มขึ้นถึง 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

ขณะเดียวกัน จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยในเดือนเมษายน 2568 ลดลง -8% เมื่อเทียบกับปีก่อน และยอดสะสมตลอดปีติดลบ -0.3% โดยยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัวทั่วทุกภูมิภาคอย่างชัดเจน ยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ยังคงตัว

 

ในเดือนมีนาคม 2568 อัตราการเข้าพักโรงแรมและรายได้จากนักท่องเที่ยวก็ลดลงตามไปด้วย สะท้อนถึงแรงกดดันต่อภาคท่องเที่ยวไทยที่ยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ แม้จะเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวแล้วก็ตาม
 

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลายหน่วยงานทั้งรัฐ - เอกชน พยายามสื่อสารถึงแนวทางรอด SME โดยเฉพาะที่อยู่ในภาคท่องเที่ยวและบริการ คือถึงเวลาตื่น ปรับตัว มองหาโอกาสใหม่ ๆ และเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ

 

อย่างธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย แนะว่า 

  • เจาะตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่: นอกเหนือจากจีน มองหาตลาดใหม่ๆ ที่มีกำลังซื้อและชื่นชอบประเทศไทย เช่น กลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกล อาทิ ยุโรป สหรัฐฯ ออสเตรเลีย ฯลฯ
  • ยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยว: สร้างความประทับใจด้วยสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ เน้นความแตกต่างและตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่ม
  • ปรับกลยุทธ์การตลาด: ใช้ช่องทางออนไลน์และโซเชียลมีเดียให้เกิดประโยชน์ โปรโมทสินค้าและบริการให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ อย่างตรงจุด
  • สร้างเครือข่ายและความร่วมมือ: ร่วมมือกับ หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งและขยายโอกาสทางธุรกิจ

 

นักท่องเที่ยวระยะไกลหนุนรายได้ท่องเที่ยวไทยโต แม้ยอดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ยังหดตัว

 

ศูนย์วิจัยและข้อมูล SME D Bank ยังได้เปิดเผยแนวโน้มการท่องเที่ยวของไทยล่าสุด พบว่า “นักท่องเที่ยวระยะไกล” จากกลุ่มประเทศที่มีกำลังซื้อสูง เช่น ยุโรป สหรัฐฯ และออสเตรเลีย มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็นสัดส่วนถึง 37% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด

 

แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจากกลุ่มระยะไกลจะน้อยกว่านักท่องเที่ยวระยะใกล้ เช่น จีน มาเลเซีย และอินเดีย ซึ่งยังครองสัดส่วนถึง 63% แต่กลับพบว่ายอดนักท่องเที่ยวระยะใกล้กลับลดลงถึง -5.5% 
ที่สำคัญคือ นักท่องเที่ยวระยะไกลมี “กำลังซื้อสูง” โดยมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ 62,939 บาท เทียบกับนักท่องเที่ยวระยะใกล้ที่ใช้จ่ายเฉลี่ยเพียง 38,564 บาทเท่านั้น ส่งผลให้รายได้รวมจากภาคการท่องเที่ยวไทยยังมีแนวโน้มเติบโต แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะไม่ฟื้นตัวเต็มที่

 

อย่างไรก็ตามธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ชี้ว่า ธุรกิจท่องเที่ยวขนาดกลางและเล็ก (SMEs) อาจยังไม่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากเทรนด์นี้มากนัก เนื่องจากลูกค้าหลักของธุรกิจส่วนใหญ่ยังคงเป็นนักท่องเที่ยวระยะใกล้และนักท่องเที่ยวไทย ซึ่งมีกำลังซื้อน้อยกว่า

 

ทั้งนี้ ภาครัฐและเอกชนจึงต้องร่วมมือกันเพื่อปรับกลยุทธ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวระยะไกลมากขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถรองรับตลาดกลุ่มนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


 

ข่าวล่าสุด

มนุษย์อยู่ในยุค 11 ปีที่ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลมากกว่าที่คิด!