
ส.ค.ดีเดย์ ผู้ประกอบการวิทยุชุมชน สาธารณะ ขอใบอนุญาต ก่อนสัญญาณดับสิ้นปี
แจงการอนุญาตประเภทชุมชนและสาธารณะใช้วิธีเปรียบเทียบคุณสมบัติ ขณะที่วิทยุชุมชนประเภทธุรกิจใช้วิธีประมูล เตรียมรับฟังความคิดเห็น ส.ค.นี้ คาดประกาศเชิญยื่นคำขอ พ.ย. กำหนดให้ 1 นิติบุคคล ต่อ 1 คลื่นความถี่ ป้องกันนายทุนครอบงำ
พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกิจการกระจายเสียง เปิดเผยถึงความคืบหน้าแผนการเปลี่ยนผ่านวิทยุทดลองออกอากาศ ที่จะต้องถูกดับสัญญาณหลังวันที่ 31 ธ.ค.นี้ ว่า ในเดือน ส.ค.นี้ จะมีการเชิญชวนให้ยื่นคำขอฯ สำหรับผู้ประสงค์ในสถานีวิทยุกระจายเสียงประเภทชุมชนและสาธารณะ
โดยการพิจารณาอนุญาตประเภทชุมชนและสาธารณะใช้วิธีเปรียบเทียบคุณสมบัติ โดยหลักเกณฑ์การพิจารณาประกอบด้วยข้อมูลกลุ่มคน/นิติบุคคล ความพร้อมทางด้านเทคนิค ด้านการบริหารจัดการ ผังและเนื้อหารายการ เป็นต้น สำหรับเงื่อนไขการประมูลประเภทธุรกิจจะมีการรับฟังความคิดเห็นในเดือนส.ค.นี้เช่นกัน หลังจากนั้นในเดือนพ.ย.นี้ จะมีการเชิญชวนให้ยื่นคำขอฯ สำหรับประเภทธุรกิจ ต่อไป
พลอากาศโท ธนพันธุ์ ยืนยันว่า วิทยุชุมชนประเภทธุรกิจยังคงใช้วิธีประมูล โดยหลักเกณฑ์และวิธีการประมูลจะมีการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อไป แต่หากมีการแก้ไข พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ฯ มาตรา 41 วรรคสามที่บัญญัติให้ประเภทธุรกิจไม่ต้องใช้วิธีประมูลนี้ได้ทันภายในปีนี้ก็จะปรับเปลี่ยนวิธีให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ
เมื่อมีประกาศเชิญชวนให้ยื่นคำขออนุญาตแล้ว ก็สามารถยื่นขออนุญาตในความถี่ตามประกาศเชิญชวนนั้นได้ ทั้งรายเก่าและรายใหม่ หรือในกรณีที่คลื่นความถี่ไม่มีในแผนความถี่วิทยุหรือในประกาศเชิญชวน ก็สามารถยื่นได้ทั้งรายเก่าและรายใหม่เช่นกัน โดยสามารถยื่นคำขอการอนุญาตฯ ในคลื่นความถี่อื่นๆ ในอำเภออื่นหรือพื้นที่ใกล้เคียงในการให้บริการแทน
ทำให้มีสิทธิออกอากาศวิทยุกระจายเสียงในคลื่นความถี่ปัจจุบันตามเงื่อนไขการทดลองออกอากาศต่อไปได้ในระหว่างการพิจารณาคำขอดังกล่าว จนกว่า กสทช. จะสั่งไม่ออกใบอนุญาตในคลื่นความถี่ใหม่ที่ได้ยื่นคำขอฯ ไว้ หรือจนกว่า กสทช. จะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น แต่หากผู้ทดลองออกอากาศเดิมไม่ยื่นคำขอฯ ในคลื่นความถี่ใดๆ จะต้องสิ้นสุดการทดลองออกอากาศ หลังวันที่ 31 ธ.ค. 2567 ทันที
ผู้ประสงค์ทั้งรายเก่าและรายใหม่สามารถยื่นคำขอได้ตามประเภทและตามอำเภอที่กำหนดในตารางแผนความถี่วิทยุ โดยที่ประเภทชุมชนและธุรกิจ กำหนดให้ 1 นิติบุคคล ต่อ 1 คลื่นความถี่ เพื่อไม่ต้องการให้มีนายทุนมาครอบงำ สำหรับประเภทสาธารณะกำหนดให้ 1 นิติบุคคล ได้หลายคลื่นความถี่ เพื่อให้เผยแพร่เนื้อหาที่เกิดประโยชน์ในภาพรวม
พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการกสทช.
เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า กสทช.จำเป็นต้องดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดในปัจจุบัน ส่วนกรณีหากมีการแก้ไขกฎหมายนั้น กสทช. ไม่ขัดข้องพร้อมดำเนินการตามกฎหมายใหม่ กรณีที่มีกลุ่มคนออกมาแสดงความเห็นคัดค้านนั้น ขอให้ผู้ที่สงสัยเข้ามาสอบถามกับสำนักงานกสทช.โดยตรง หากวิทยุชุมชนเข้ามาอยู่ในระบบการอนุญาตของกสทช. ก็จะได้รับประโยชน์นอกเหนือจากการลดค่าธรรมเนียมลงจากเดิมแล้วจะได้รับการสนับสนุนทั้งด้านการอบรมผู้บริหารสถานีให้มีความเป็นมือ.อาชีพรวมทั้งการสนับสนุนการผลิตเนื้อหารายการที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนผู้ฟัง
ปัจจุบันวิทยุทดลองออกอากาศมีอยู่ 3,720 สถานี แบ่งเป็น วิทยุชุมชน 151 สาธารณะ 555 และ ธุรกิจ 3,014 สถานี ทว่าจำนวนคลื่นความถี่ที่อนุมัติในแผนความถี่วิทยุหลังรับฟังความคิดเห็นมีจำนวนทั้งสิ้น 3,346 คลื่น รองรับสถานีวิทยุกระจายเสียงประเภทชุมชนและสาธารณะได้ 854 สถานี เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มี 706 สถานี และรองรับสถานีประเภทธุรกิจได้ 2,492 สถานี ลดลงจากปัจจุบันที่มี 3,014 สถานี







