posttoday
แนะ สินเชื่อ Ignite Thailand ต้องนำเงินทุนพัฒนาธุรกิจตรงจุด สู่ตลาดสมัยใหม่

แนะ สินเชื่อ Ignite Thailand ต้องนำเงินทุนพัฒนาธุรกิจตรงจุด สู่ตลาดสมัยใหม่

14 มิถุนายน 2567

สมาพันธ์ SME ชี้ ต้องเติมทุน คู่การพัฒนาธุรกิจและบุคลากร รุกตลาดสมัยใหม่ ควรมีการส่งไม้ต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มประสิทธิภาพ SME เพื่อไม่ตกสู่วังวน นำเงินในระบบไปใช้หนี้นอกระบบ ด้านไอออน เอนเนอร์ยี่ เผย เงื่อนไขเข้าถึงแหล่งทุนต้องไม่ยุ่งยาก เหมือนที่ผ่านมา

นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยกับ โพสต์ทูเดย์ ว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติมาตรการทางการเงินเพื่อกระตุ้นการเติบโตของ SME ใน โครงการ ''สินเชื่อ Ignite Thailand''ที่มุ่งเน้นผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนและเกษตรกร เป็นสิ่งที่เราเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะทั้ง 2 กลุ่มนี้เผชิญปัญหาการเข้าถึงแหล่งทุน การเพิ่มสภาพคล่อง ในภาวะที่ต้นทุนต่างๆเพิ่มขึ้น ขณะที่อีกส่วนคือภาคการท่องเที่ยวสุขภาพ เรามองว่า เป็นภาคอุตสาหกรรมที่ควรส่งแสริมเป็นอย่างยิ่ง

แนะ สินเชื่อ Ignite Thailand ต้องนำเงินทุนพัฒนาธุรกิจตรงจุด สู่ตลาดสมัยใหม่

ทั้งนี้แม้ว่า ธนาคารออมสิน คือ กลไกหลักในการเชื่อมต่อเพื่อให้ SME เข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แล้ว แต่เราก็มีข้อสังเกตที่สำคัญคือ รัฐ ต้องมีการออกแบบให้ผู้ที่เข้าถึงแหล่งทุนนำเงินพัฒนาธุรกิจตรงจุด มีการนำนวัตกรรมเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ มีการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ทั้งในแง่ของตัวธุรกิจ และ แรงงาน ให้มีความรู้ ความสามารถเพิ่มขึ้น รวมถึงการสร้างโอกาสตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะตลาดออนไลน์

นายแสงชัย กล่าวว่า วันนี้ภาครัฐมีหลายหน่วยงานที่ทำเรื่องการพัฒนาแรงงานพัฒนาผู้ประกอบการ แต่ยังขาดองค์ประกอบในเรื่องของจุดเชื่อมโยง ดังนั้นเมื่อกลไกทางการเงินทำงาน และให้คนที่ไม่เคยมีโอกาสเข้าถึงและมีโอกาสได้รับการเข้าถึงแหล่งทุนแล้ว เขาต้องสามารถนำแหล่งทุนตรงนั้นไปทำทั้งเรื่องการเพิ่มสภาพคล่อง และการพัฒนาธุรกิจให้เป็นผู้ประกอบการยุคใหม่ เทคโนโลยีสมัยใหม่ กำลังเข้ามายึดตลาด การทำตลาดเชิงพื้นที่แบบแต่ก่อน ไม่ตอบโจทย์ 

ดังนั้นการทำให้ประเทศไทยมีความสมาร์ท ต้องทำให้เกิดอิมแพ็ค กลไกการเงินต้องควบคู่กับการพัฒนาเพื่อให้นโยบายครั้งนี้ ยั่งยืน หากเติมเงินอย่างเดียว เหมือนยืนขาแค่ข้างเดียว แต่รัฐต้องรู้ปัญหาว่าเขาจะนำเงินไปแก้เรื่องไหน และเข้าไปช่วยพัฒนาธุรกิจให้ตรงจุด 

ปัจจุบัน GDP ของไมโคร SME มีสัดส่วนเพียงแค่ 3% แต่  3% นี้เป็น 3% ของ 85% ของผู้ประกอบการ 2.6 ล้านคน และเป็นผู้ประกอบการกับอีก 5 ล้านราย ดังนั้นเมื่อรวมกันแล้วเท่ากับมีจำนวนแรงงานรวมแล้วกว่า 8 ล้านคน ที่อยู่ใน GDP นี้

หัวใจสำคัญคือ ของการปลุกเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดสภาพคล่อง คือ การสร้างวินัยการเงิน นำเงินไปพัฒนาธุรกิจจริงๆ ไม่ใช่นำเงินในระบบไปใช้หนี้เงินนอกระบบและสุดท้ายก็กลับมาอยู่ในวังวนการกู้เงินเหมือนเดิม เป็นหนี้เหมือนเดิม รัฐบาลต้องมีการสอดประสานการทำงาน มีการส่งไม้ต่อ ให้หน่วยงานต่างๆเข้ามาทำหน้าที่ในการพัฒนาธุรกิจให้กับผู้ที่เข้าถึงแหล่งเงินทุนต่อ ภาครัฐต้องการงานหนักขึ้น แต่การทำงานหนักขึ้นครั้งนี้จะนำไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต ไม่เช่นนั้นก็จะวนกลับมาแก้ปัญหาเดิมๆอยู่แบบนี้ตลอดไป

แนะเงื่อนไขต้องไม่ยุ่งยาก

ด้านนายพีรกานต์ มานะกิจ ประธานอำนวยการ บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ จำกัด เปิดเผยกับโพสต์ทูเดย์ ว่า ถือเป็นนโยบายที่ตอบโจทย์อย่างมากในกลุ่มธุรกิจ SME ในประเทศไทย เพราะปัญหาสำคัญของกลุ่มธุรกิจ SME คือเรื่องความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งเป็นหัวใจหลักสำคัญที่สุดของกลุ่ม SME ด้วยชื่อธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่อาจได้รับความสนใจจากธนาคารหรือหน่วยงานรัฐมากน้อยแตกต่างกันไป ซึ่งอาจยากต่อการเข้าถึงแหล่งเงินสนับสนุน

แนะ สินเชื่อ Ignite Thailand ต้องนำเงินทุนพัฒนาธุรกิจตรงจุด สู่ตลาดสมัยใหม่

แต่เบื้องต้นอาจต้องรอติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆของสินเชื่อดังกล่าวว่ามีข้อกำหนดที่เป็นประโยชน์และช่วยเหลือ SME ได้อย่างแท้จริงหรือไม่ หรือมีข้อกำหนดเยอะมากเหมือนที่ผ่านมาก็อาจจจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ซึ่งส่วนตัวมองว่าคอนเซ็ปต์ดีแต่อาจต้องรอบทสรุปในส่วนรายละเอียดต่อไป 

อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ตนเองเป็นผู้ประกอบการ SME เช่นกัน เราเห็นปัญหาตรงนี้อย่างชัดเจน เดินไปคุยกับแบงก์ ต่อให้เป็นแบงก์ที่ค่อนข้างเกี่ยวกับการสนับสนุน SME ก็จะถามก่อนว่ากำไร 3 ปีหรือไม่ ซึ่งตนเองมองว่าธุรกิจ SME ส่วนใหญ่อาจจะอยู่มาไม่นาน อาจเพิ่งเริ่มธุรกิจที่ทุนไม่เยอะ ไม่รู้มีกำไรหรือไม่ ดังนั้นนโยบายของรัฐบาลที่มาสนับสนุนถือเป็นนโยบายที่น่าสนใจและตอบโจทย์มากๆในการช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็ก แสดงให้เห็นว่าทางฝั่งนายกฯและรัฐบาลเข้าใจปัญหาที่แท้จริงและแก้ปัญหาได้ตรงจุด

นายพีรกานต์ กล่าวว่า หากมองในภาพใหญ่คงจะดี หากรัฐบาลช่วยสนับสนุนทุกกลุ่มอุตสาหกรรม หรือหากต้องเลือก อาจเน้นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับพลังงานสะอาดที่อยู่ในเทรนด์ของโลกตอนนี้ เช่น โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) น่าจะเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างประโยชน์ ไม่ใช่แค่เชิงเศรษฐกิจหรือการจ้างงาน แต่เป็นเรื่องของผลประโยชน์ ช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดฝุ่น PM2.5 หวังว่าจะเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่จะได้รับการสนับสนุน แต่ทั้งนี้ส่วนตัวเข้าใจว่าต้องมีงบฯมีวงเงิน เชื่อว่าทางนายกฯและรัฐบาลน่าจะวางแผนในการคัดเลือกกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศที่สุด

สำหรับโครงการ ''สินเชื่อ Ignite Thailand'' ครม. อนุมัติวงเงินงบประมาณ 1,550 ล้านบาท จากงบประมาณประจำปี 2567 ผ่านธนาคารออมสิน เพื่อดำเนินโครงการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SME เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างเพียงพอ ซึ่งได้ขยายกลุ่มเป้าหมาย ให้ครอบคลุมวิสาหกิจชุมชน และสถาบันการเกษตรที่เป็นนิติบุคคลด้วย

นอกจากนั้น ยังเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ผ่านการค้ำประกันสินเชื่อ โครงการ PGS ระยะที่ 11 และอนุมัติวงเงิน 1,725 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนศักยภาพด้านเงินทุนของธุรกิจขนาดกลาง และขนาดเล็ก ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ

ขณะที่นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยังได้ชี้แจงรายละเอียดของโครงการเพิ่มเติมว่า ''สินเชื่อ Ignite Thailand'' เป็นสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ที่กระทรวงการคลังนำเสนอ เพื่อสนับสนุนโครงการ Ignite Thailand ของรัฐบาล ซึ่งเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหาร ท่องเที่ยว และสุขภาพ ที่เป็น 3 อุตสาหกรรมหลัก โดยมีวงเงิน 5,000 ล้านบาท ผ่านธนาคารออมสิน เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจ SME ใน 3 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น รายละไม่เกิน 10 ล้านบาท

รวมถึงการค้ำประกันสินเชื่อด้วย เพราะบางครั้งผู้ขอสินเชื่อ มีความเสี่ยงสูง จึงต้องใช้การค้ำประกันของ บสย.มาประกบ เพื่อซับความเสี่ยง และทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงงบประมาณได้ ซึ่งรัฐบาลจะต้องใช้งบประมาณประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อชดเชยดอกเบี้ยส่วนต่างให้กับธนาคารออมสิน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ