
ดีอี ชูแผนเพิ่มขีดความสามารถสตาร์ทอัพ ปั้นอีคอมเมิร์ซไทยสู้ต่างชาติ
"ประเสริฐ"เผย โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลคือฟันเฟืองของประเทศ เร่งผลักดันนโยบายคลาวด์เฟิร์ส เปิดข้อมูลภาครัฐหนุนสตาร์ทอัพผุดบริการปั้นสมาร์ท ซิตี้ เพิ่มศักยภาพไปรษณีย์ไทยสู่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชาติ เตรียมเป็นฐานกระจายสินค้าธงฟ้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวในงานสัมมนา Thailand 2024 : The Great Challenges เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาสหัวข้อ การเพิ่มรายได้ : โรดแมปปี’67 จุดพลุส่งออก-ปลุกศก.ดิจิทัล จัดโดย มติชน ว่า นโยบายปี 2567 ของกระทรวงดีอีที่สำคัญคือ ต้องเพิ่มขีดความสมารถในการแข่งขันให้กับสตาร์ทอัพ และ การสร้างสมาร์ท ซิตี้ ข้อมูลภาครัฐต้องสามารถแชร์ให้สตาร์ทอัพเข้าถึงข้อมูลและนำไปเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจ ทว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากประเทศไทยขาดโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล
กระทรวงดีอีจะมีนโยบายคลาวด์เฟิร์ส เพื่อลดต้นทุนภาครัฐในการมาใช้คลาวด์เดียวกัน ไม่ต้องแยกกันใช้งบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างกันเอง ขณะเดียวกันประชาชนต้องสามารถเข้าถึงบริการภาครัฐผ่านแอปพลิเคชันเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น ดิจิทัล ไอดี การจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ และดิจิทัล วอลเล็ต คนไทยอย่างน้อย 55 ล้านคน จากประชากรทั้งหมด 66 ล้านคน ต้องอยู่ในแอปพลิเคชันนี้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าจะใช้แอปพลิเคชันของใครเป็นแอปพลิเคชันเดียว ระหว่างแอปพลิเคชัน ThaiD ของกรมการปกครอง ที่มีผู้ใช้งานอยู่ในระบบ 13 ล้านคน แอปพลิเคชันทางรัฐของสำนักงานรัฐบาลดิจิทัล หรือ ดีจีเอ ที่มีผู้ใช้งานอยู่ในระบบ 3 แสนคน คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้
ที่ผ่านมาประเทศไทยไม่มีแอปเป็นของตนเอง ไม่เหมือนจีน หรือ สิงคโปร์ ดังนั้นประเทศไทยต้องได้ข้อสรุปภายในปีนี้ เพื่อให้คนไทยมีแอปของเราเอง และบริการภาครัฐทั้งหมดอยู่บนแอปนี้
นอกจากนี้ การสร้างแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของคนไทย ก็เป็นสิ่งสำคัญในการเพิ่มศักยภาพของสินค้า SME ที่สำคัญคือ ข้อมูลของคนไทยที่อยู่ในระบบอีคอมเมิร์ซ ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างชาติ ทำให้ข้อมูลส่วนตัวถูกเก็บไว้ที่ต่างประเทศ และเสี่ยงข้อมูลรั่วไหล ดังนั้นจะทำอย่างไรในการพัฒนาแพลตฟอร์มของคนไทยให้สู้ต่างชาติให้ได้ เพราะไม่ใช่ว่า ประเทศไทยไม่มีแพลตฟอร์มของตนเอง ต้องบอกว่ามี แต่ สู้ต่างชาติไม่ได้
ด้านายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเสริมว่า ภายในสิ้นเดือน ม.ค.นี้ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงดีอี โดย บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จะลงนามความร่วมมือกันในการนำสินค้าธงฟ้าทั่วประเทศ ขึ้นระบบ อีคอมเมิร์ซ และ จัดส่งโดยไปรษณีย์ไทย เพื่อให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าธงฟ้าได้ตลอดเวลา ไม่ต้องรอร้านค้าเปิด ซึ่งไปรษณีย์ไทย มีศักยภาพในการขนส่งสินค้าทั่วประเทศ และ ต่างประเทศ
นายประเสริฐ กล่าวเพิ่มเติมในตอนท้ายว่า เมื่อมีสินค้า เราต้องนำเทคโนโลยีเอไอ และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เพิ่มศักยภาพในการขายสินค้า ดังนั้นกระทรวงดีอีจึงมีความสำคัญกับรัฐบาลเป็นอย่างมาก







