
เอกนิติ ชี้อสังหาฯ ฟื้น โอนพุ่ง 17% สินเชื่อพลิกโต 12% หนุนคนไทยกู้ติดโซลาร์ลดค่าไฟ
รัฐบาลเผยลดค่าโอน-จำนองช่วยยอดโอนครึ่งปีแรกโต 17% สินเชื่ออสังหาฯ พลิกบวก 12% เดินหน้า Green Loan ดอกเบี้ย 2.5% หนุนติดโซลาร์ ลดค่าไฟ พร้อมแก้ปัญหาแบงก์ปฏิเสธสินเชื่อรายย่อย
KEY
POINTS
- ตลาดอสังหาริมทรัพย์ส่งสัญญาณฟื้นตัว โดยยอดโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงครึ่งปีแรกเติบโต 17% และสินเชื่อที่อยู่อาศัยขยายตัว 12%
- การฟื้นตัวเป็นผลมาจากมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองของภาครัฐ ที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจของผู้ซื้อ
- รัฐบาลยังคงเดินหน้าสนับสนุนภาคอสังหาฯ ผ่านโครงการ "บ้านคนละหลัง" ของ ธอส. ที่เสนออัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อเพิ่มโอกาสให้คนมีบ้าน
ในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นทั้งปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตและเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย เพราะการสร้างบ้านหรือคอนโดมิเนียม 1 ยูนิต เชื่อมโยงธุรกิจหลายส่วน ตั้งแต่แรงงานก่อสร้าง ผู้รับเหมา วัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ไฟฟ้า ไปจนถึงสถาบันการเงิน
ที่ผ่านมา รัฐบาลใช้มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง โดยไม่แจ้งล่วงหน้า เหตุผลเพื่อไม่ให้ผู้ซื้อชะลอการตัดสินใจ ส่งผลให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงครึ่งปีแรกเติบโต 17% ขณะที่สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์กลับมาขยายตัว 12% จากก่อนหน้าที่ติดลบต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังร่วมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เดินหน้าผลักดันโครงการ “บ้านคนละหลัง” ให้อัตราดอกเบี้ย 2 ปีแรก 2.8% ต่อปี เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น
“มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองมีส่วนช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยช่วงครึ่งปีแรกยอดโอนกรรมสิทธิ์เติบโต 17% ขณะที่สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์กลับมาขยายตัว 12% หลังจากติดลบต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าตลาดที่อยู่อาศัยเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว”
นายเอกนิติกล่าวว่า มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยฟื้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโดยรวม อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวต้องมาพร้อมกับการช่วยให้ประชาชนลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า จากปัญหาโลกร้อนและวิกฤตพลังงาน ทำให้การปรับบ้านให้ประหยัดพลังงานไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นเรื่องจำเป็น
รัฐบาลจึงให้ ธอส. ธนาคารออมสิน และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) สนับสนุนสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) ดอกเบี้ย 2.5% ต่อปี สำหรับติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านและใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน เพื่อช่วยลดค่าไฟและเปิดโอกาสให้ประชาชนขายไฟฟ้าคืนเข้าระบบสร้างรายได้
“จากเดิมที่ประชาชนเป็นคนใช้ไฟและต้องจ่ายค่าไฟ ก็เปลี่ยนมาเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เอง ช่วยลดค่าใช้จ่ายในบ้านได้ และถ้ามีไฟฟ้าเหลือก็ขายเข้าระบบ สร้างรายได้เพิ่มได้อีกทาง”
ขณะเดียวกัน รัฐบาลต้องการเปิดโอกาสให้ผู้รับเหมาและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยเข้ามารับงานติดตั้งระบบพลังงานสะอาดมากขึ้น โดยสนับสนุนสินเชื่อซื้ออุปกรณ์และหนังสือค้ำประกันผ่าน บสย. และธนาคารรัฐ คิดค่าธรรมเนียมไม่เกิน 1% ต่อปี หรือ 500 บาทต่อปี
สำหรับวงเงินค้ำประกัน 50,000 บาท เพื่อช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการรายเล็ก พร้อมสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าจะได้รับอุปกรณ์และงานติดตั้งที่มีคุณภาพ ลดปัญหาการหลอกลวงและผู้รับเหมาทิ้งงาน
ส่วนปัญหาธนาคารปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่ในอัตราสูง กระทรวงการคลังได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อจัดทำโครงการ SME Credit Boost โดยใช้กลไกของ บสย. เพิ่มการค้ำประกันสินเชื่อทั้งธนาคารรัฐและธนาคารพาณิชย์ เพื่อให้สถาบันการเงินมีความมั่นใจในการปล่อยกู้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยมากขึ้น พร้อมลดความกังวลเรื่องหนี้เสีย ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อจำกัดสำคัญของผู้ที่ต้องการซื้อบ้านและผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าถึงแหล่งทุน
นายเอกนิติกล่าวว่า การดำเนินนโยบายพัฒนาประเทศต้องควบคู่กับการรักษาวินัยการเงินการคลัง ไม่ใช่ปล่อยให้เศรษฐกิจเผชิญวิกฤตแล้วจึงใช้งบประมาณเยียวยา โดยรัฐบาลต้องเตรียมความพร้อมให้ประเทศรับมือกับความผันผวนได้
“ต้องทำควบคู่ไปกับการรักษาวินัยการเงินการคลังด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดสงครามหรือวิกฤตขึ้นมาก่อน แล้วค่อยออกมาตรการจ่ายเงินเยียวยาไปเรื่อย ๆ แต่ต้องเตรียมความพร้อมและวางแผนรับมือไว้ล่วงหน้า”
ทั้งนี้ วินัยการคลังที่เข้มแข็งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดการเงินโลก สะท้อนจากต้นทุนการกู้เงินผ่านพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 2.5% ต่ำกว่าสหรัฐฯ และยุโรปที่สูงกว่า 5% และเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สถาบันการเงินของรัฐสามารถปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ประชาชนได้
นายเอกนิติกล่าวทิ้งท้ายว่า บ้านคือชีวิต และภาคอสังหาริมทรัพย์ คือส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจไทย หากอสังหาฯ ดี เศรษฐกิจไทยก็ดี หากอสังหาฯ ยั่งยืน เศรษฐกิจไทยก็ยั่งยืนตาม







