posttoday
"แข็งแรงดีก็วูบได้" รู้เท่าทัน 4 สัญญาณอันตราย ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

"แข็งแรงดีก็วูบได้" รู้เท่าทัน 4 สัญญาณอันตราย ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

21 ตุลาคม 2569

กรมการแพทย์เตือน ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันอาจเกิดกับคนที่ดูแข็งแรงและไม่มีอาการเจ็บป่วยมาก่อน เผยสาเหตุต่างกันตามช่วงวัย แนะสังเกต 4 สัญญาณอันตราย

กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคทรวงอก เตือนประชาชนให้เฝ้าระวังภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้แม้ในผู้ที่ดูมีสุขภาพแข็งแรงและไม่เคยแสดงอาการเจ็บป่วยมาก่อน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหัวใจหรือความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจซ่อนอยู่ พร้อมแนะสังเกตอาการผิดปกติ เช่น วูบ แน่นหน้าอก ใจสั่น และเหนื่อยหอบ หากมีอาการควรรีบเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและประเมินความเสี่ยง

 

นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า จากกรณีข่าวการเสียชีวิตกะทันหันของบุคคลที่ดูแข็งแรงและไม่มีอาการเจ็บป่วยมาก่อน ทำให้เกิดคำถามว่าเหตุใดคนที่ดูมีสุขภาพดีจึงเสียชีวิตเฉียบพลันได้

 

ในทางการแพทย์ ภาวะดังกล่าวอาจเป็นการเสียชีวิตกะทันหันจากสาเหตุทางหัวใจ หรือ Sudden Cardiac Death (SCD) ซึ่งมักเกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่นานหลังเริ่มมีอาการ โดยการมีสุขภาพแข็งแรงจากภายนอกไม่ได้หมายความว่าหลอดเลือดหัวใจหรือระบบการทำงานของหัวใจจะเป็นปกติเสมอไป

 

แม้บางคนจะออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมหนักได้ตามปกติ แต่ก็อาจมีโรคหัวใจที่ไม่แสดงอาการซ่อนอยู่ ซึ่งสาเหตุสำคัญแตกต่างกันตามช่วงอายุ ได้แก่

 

  • อายุมากกว่า 50 ปี สาเหตุสำคัญคือ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (Coronary Artery Disease) ซึ่งอาจเกิดจากการสะสมของคราบไขมันในหลอดเลือดเป็นเวลานานโดยไม่มีอาการ ก่อนเกิดการแตกของคราบไขมันและลิ่มเลือดอุดตันเฉียบพลัน
  • อายุน้อยกว่า 50 ปี อาจเกี่ยวข้องกับโรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ (Cardiomyopathy) หรือโรคทางพันธุกรรมที่ส่งผลต่อระบบไฟฟ้าหัวใจ (Channelopathies) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง

 

เช็ก 4 สัญญาณเตือน อย่าคิดว่าแค่เหนื่อยหรือพักผ่อนน้อย

นายแพทย์เขตต์ ศรีประทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กล่าวว่า ผู้ที่มีอาการผิดปกติบางรายอาจเข้าใจว่าเป็นเพียงลมแดด ความอ่อนเพลีย หรือโรคกระเพาะอาหาร จึงเลือกนอนพักและรอดูอาการ ซึ่งอาจทำให้เสียโอกาสในการรักษา โดยมี 4 สัญญาณอันตรายที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่

 

  1. วูบ หน้ามืด หรือหมดสติ โดยเฉพาะการวูบขณะออกแรง ออกกำลังกาย หรือขณะนอนราบ
  2. แน่นหน้าอก รู้สึกอึดอัดคล้ายมีสิ่งกดทับบริเวณหน้าอก อาจมีอาการปวดร้าวไปยังกราม แผ่นหลัง หรือแขน
  3. ใจสั่นรุนแรง หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เต้นสะดุด หรือรู้สึกหวิวอย่างรุนแรง อาจมีเหงื่อออกร่วมด้วย
  4. เหนื่อยหอบผิดปกติ หายใจลำบากเฉียบพลัน แม้กำลังทำกิจกรรมตามปกติ

 

หากพบอาการดังกล่าว โดยเฉพาะอาการรุนแรงหรือเกิดขึ้นเฉียบพลัน ไม่ควรฝืนทำกิจกรรมหรือนอนรอดูอาการ แต่ควรรีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที

 

พบคนหมดสติ โทร 1669 ทำ CPR ใช้ AED ให้เร็วที่สุด

นายแพทย์ธสุ เธียรธำรงสุข แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสรีระไฟฟ้าหัวใจ สถาบันโรคทรวงอก กล่าวว่า ภาวะหัวใจหยุดเต้นอาจเกิดจากหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง เช่น Ventricular Tachycardia (VT) หรือ Ventricular Fibrillation (VF) ซึ่งทำให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองและอวัยวะสำคัญได้ตามปกติ

 

การช่วยชีวิตอย่างรวดเร็วตามหลักห่วงโซ่แห่งการรอดชีวิต (Chain of Survival) จึงมีความสำคัญ โดยประชาชนสามารถปฏิบัติได้ 3 ขั้นตอน ดังนี้

 

1. สังเกตอาการและโทรแจ้งเหตุ 

หากพบผู้หมดสติ ไม่ตอบสนอง และไม่หายใจตามปกติ หรือมีเพียงอาการหายใจเฮือก ให้โทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ทันที พร้อมขอให้ผู้ที่อยู่ใกล้เคียงช่วยนำเครื่อง AED มา

 

2. เริ่มกดหน้าอกทันที 

กดหน้าอกบริเวณกึ่งกลางหน้าอกอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองและอวัยวะสำคัญระหว่างรอทีมแพทย์ฉุกเฉิน โดยผู้แจ้งเหตุสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สายด่วน 1669 ได้

 

3. ใช้เครื่อง AED โดยเร็ว 

เมื่อมีเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ให้เปิดเครื่อง ติดแผ่นนำไฟฟ้าตามตำแหน่งที่กำหนด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเครื่องทันที

 

การใช้ AED ภายใน 3–5 นาทีแรกในผู้ที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นจากจังหวะหัวใจที่สามารถกระตุกไฟฟ้าได้ อาจเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้สูงถึง 50–70% ทั้งนี้ โอกาสรอดขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย รวมถึงความรวดเร็วในการเริ่ม CPR และการเข้าถึงระบบการแพทย์ฉุกเฉิน

 

 

แนะตรวจปัจจัยเสี่ยงและประวัติครอบครัว

อธิบดีกรมการแพทย์กล่าวเพิ่มเติมว่า การลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตกะทันหันจากสาเหตุทางหัวใจ ควรเริ่มจากการควบคุมปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน และการสูบบุหรี่ รวมถึงเข้ารับการตรวจสุขภาพตามความเหมาะสม

 

นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับประวัติสุขภาพของครอบครัว โดยเฉพาะผู้ที่มีพ่อ แม่ หรือพี่น้องเสียชีวิตกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุตั้งแต่อายุยังน้อย หรือมีประวัติโรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์โรคหัวใจเพื่อพิจารณาการตรวจคัดกรอง

 

หากมีอาการแน่นหน้าอก วูบ หรือใจสั่นผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจประเมินโดยแพทย์ ซึ่งอาจรวมถึงการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) และการตรวจเพิ่มเติมตามข้อบ่งชี้ เพื่อค้นหาความผิดปกติและวางแผนรักษาก่อนเกิดภาวะรุนแรง

ข่าวล่าสุด

KTB ไตรมาส 3/69 ทำกำไร 12,582 ล้าน ลดลง 13.9% สินเชื่อเติบโต 10%

KTB ไตรมาส 3/69 ทำกำไร 12,582 ล้าน ลดลง 13.9% สินเชื่อเติบโต 10%