posttoday
จับตารื้อกองทุน 2.9 ล้านล้าน! หลังประกันสังคมก้าวหน้าจ่อกวาด 14 ที่นั่ง พลิกอำนาจบอร์ด

จับตารื้อกองทุน 2.9 ล้านล้าน! หลังประกันสังคมก้าวหน้าจ่อกวาด 14 ที่นั่ง พลิกอำนาจบอร์ด

12 ตุลาคม 2569

ส่องนโยบายรื้อระบบบริหารกองทุนกว่า 2.9 ล้านล้านบาท หลังทีมประกันสังคมก้าวหน้ากวาด 14 ที่นั่ง ทั้งฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตน ตามผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ พลิกโครงสร้างอำนาจบอร์ด 21 คน

การเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เพื่อเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 กำลังนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของโครงสร้างอำนาจในการบริหารกองทุนประกันสังคม ซึ่งมีมูลค่ากว่า 2.9 ล้านล้านบาท

 

ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการวันที่ 12 ตุลาคม พบว่า ผู้สมัครจากทีมประกันสังคมก้าวหน้ามีคะแนนนำทั้งฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน ฝ่ายละ 7 ที่นั่ง รวม 14 ที่นั่ง หากได้รับการรับรองครบทั้งหมด จะทำให้กลุ่มดังกล่าวมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการหลัก 21 คน และมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดทิศทางนโยบายและการบริหารกองทุนประกันสังคมในระยะต่อไป

 

ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้มีความหมายเพียงการเปลี่ยนตัวแทนในคณะกรรมการ แต่ยังทำให้เกิดคำถามว่า กลุ่มผู้บริหารชุดใหม่จะสามารถผลักดันนโยบายปฏิรูปประกันสังคมได้มากน้อยเพียงใด และจะเผชิญข้อจำกัดจากโครงสร้างราชการและกระบวนการทางกฎหมายอย่างไร

 

ผู้ใช้สิทธิพุ่งหลายเท่าตัว สะท้อนความตื่นตัวเลือกบอร์ด

ข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคม ณ เวลา 08.30 น. วันที่ 12 ตุลาคม 2569 ระบุว่า จากการนับคะแนนแล้ว 4,408 หน่วย หรือประมาณ 84% ของหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 5,233 หน่วย พบว่ามีผู้ประกันตนมาใช้สิทธิ 819,482 คน เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งก่อนประมาณ 672,000 คน ขณะที่ฝ่ายนายจ้างมีผู้ใช้สิทธิ 10,737 คน เพิ่มขึ้นประมาณ 8,900 คน

 

เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 2566 จำนวนผู้มาใช้สิทธิฝ่ายผู้ประกันตนเพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่า ขณะที่ฝ่ายนายจ้างเพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่า สะท้อนความตื่นตัวในการมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการบริหารกองทุนประกันสังคมที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

 

ปัจจัยหนึ่งที่ได้รับความสนใจคือการรณรงค์ของกลุ่มผู้สมัคร โดยเฉพาะทีมประกันสังคมก้าวหน้า ซึ่งนำเสนอแนวทางปฏิรูปการบริหารกองทุนและขยายสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน ควบคู่กับกระแสการตรวจสอบความโปร่งใสในการใช้เงินกองทุนประกันสังคมที่ผ่านมา

 

ก่อนหน้านี้ การบริหารเงินกองทุนประกันสังคมถูกตั้งคำถามจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะกรณีการลงทุนในอาคารสำนักงานที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับราคาซื้อขายและความคุ้มค่าของการลงทุน ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ทำให้ประชาชนหันมาสนใจการบริหารกองทุนมากขึ้น

 

จับตารื้อกองทุน 2.9 ล้านล้าน! หลังประกันสังคมก้าวหน้าจ่อกวาด 14 ที่นั่ง พลิกอำนาจบอร์ด

 

 

14 ที่นั่งพลิกโครงสร้างอำนาจบอร์ดประกันสังคม

คณะกรรมการประกันสังคมประกอบด้วยกรรมการหลัก 21 คน แบ่งเป็นผู้แทน 3 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายรัฐบาล 7 คน ฝ่ายนายจ้าง 7 คน และฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน โดยมีปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธานกรรมการ และมีวาระดำรงตำแหน่ง 2 ปี

 

กรรมการทั้งสามฝ่ายมีหน้าที่ร่วมกันกำหนดนโยบายและกำกับการบริหารกองทุนประกันสังคม ทั้งการจัดการเงินลงทุน การพัฒนาสิทธิประโยชน์ และการวางแนวทางดำเนินงานของสำนักงานประกันสังคม

 

หากทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้รับการรับรองครบทั้ง 14 ที่นั่ง จะมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของกรรมการหลัก โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งคะแนนเสียงจากกรรมการฝ่ายรัฐบาลในการลงมติที่ใช้เสียงข้างมากตามปกติ

 

นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่อาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มตัวแทนแรงงานและนายจ้างเดิม ซึ่งมีบทบาทในระบบประกันสังคมมาอย่างยาวนาน กับกลุ่มผู้แทนชุดใหม่ที่เสนอนโยบายปฏิรูปโครงสร้างองค์กรและการบริหารกองทุน

 

จับตารื้อกองทุน 2.9 ล้านล้าน! หลังประกันสังคมก้าวหน้าจ่อกวาด 14 ที่นั่ง พลิกอำนาจบอร์ด

 

 

เปิดนโยบาย 77 ข้อ ประกันสังคมก้าวหน้าต้องการรื้ออะไร?

ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเสนอนโยบายรวม 77 ข้อ โดยกำหนดเป้าหมายดำเนินงานในระยะ 7 วัน 1 ปี และ 2 ปี ครอบคลุมทั้งการบริหารองค์กร ความโปร่งใส การลงทุน และสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน

 

น.ส.ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ ผู้สมัครฝ่ายนายจ้างจากทีมประกันสังคมก้าวหน้า ระบุว่า สิ่งแรกที่ต้องการดำเนินการหลังได้รับการรับรองผลเลือกตั้ง คือการสร้างความโปร่งใสในการบริหารจัดการกองทุน ทั้งการบริหารเงินและการลงทุน เพื่อให้กองทุนมีประสิทธิภาพและความยั่งยืนในระยะยาว

 

สำหรับข้อเสนอสำคัญของทีมประกันสังคมก้าวหน้า  อาทิ

 

  • ลดงบบริหารสำนักงานประกันสังคม เสนอปรับลดเพดานงบบริหารจาก 10% เหลือ 3% ของรายรับ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และเพิ่มสัดส่วนเงินที่นำไปใช้เพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตน
  • เปิดเผยข้อมูลการบริหารกองทุน ผลักดันการเปิดเผยข้อมูลการลงทุนและการถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมการ เพื่อให้ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบการตัดสินใจเกี่ยวกับเงินกองทุนได้มากขึ้น
  • เพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน ปรับแนวทางบริหารเงินลงทุนให้มีความเป็นมืออาชีพ โดยคำนึงถึงผลตอบแทน ความเสี่ยง และความยั่งยืนของกองทุนในระยะยาว
  • ปรับปรุงสิทธิรักษาพยาบาล ลดภาระการสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลบางประเภท และพัฒนาสิทธิประโยชน์ให้ตอบสนองความต้องการของผู้ประกันตนมากขึ้น
  • ปรับสูตรคำนวณเงินบำนาญ ผลักดันการปรับปรุงหลักเกณฑ์คำนวณเงินบำนาญชราภาพ เพื่อเพิ่มความเป็นธรรมและสร้างหลักประกันรายได้หลังเกษียณ
  • ปฏิรูปโครงสร้างสำนักงานประกันสังคม ผลักดันให้องค์กรมีความเป็นอิสระจากระบบราชการมากขึ้น เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารงานและลดข้อจำกัดในการดำเนินนโยบาย

 

 

จับตา 7 วันคัดค้านผลเลือกตั้ง ก่อนรับรองบอร์ดชุดใหม่

อีกประเด็นสำคัญหลังการเลือกตั้งคือกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ได้รับเลือกตั้ง ซึ่งอาจส่งผลต่อการเข้ารับตำแหน่งของคณะกรรมการชุดใหม่

 

สำนักงานประกันสังคมระบุว่า หลังการนับคะแนนครบ 100% ผู้สมัครที่ได้รับคะแนนสูงสุดอันดับ 1–7 ของแต่ละฝ่ายจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบเอกสารและคุณสมบัติตามกฎหมาย ก่อนประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการ โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน หากไม่มีข้อขัดข้อง

 

ขณะเดียวกัน กระบวนการเลือกตั้งยังเปิดให้มีการยื่นคัดค้านภายใน 7 วันหลังประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือกตั้ง โดยคณะกรรมการที่รับผิดชอบจะพิจารณาข้อคัดค้านภายในกรอบเวลาที่กำหนด

 

ประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษคือเงื่อนไขเกี่ยวกับความเชื่อมโยงทางการเมืองของผู้สมัคร ซึ่งสำนักงานประกันสังคมยืนยันว่า การตรวจสอบจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ทางกฎหมาย โดยไม่มีการกำหนดเงื่อนไขพิเศษหรือเพิ่มขั้นตอนนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด เพื่อกลั่นแกล้งผู้ได้รับเลือกตั้ง

 

ขณะที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้แสดงความยินดีกับผู้ได้รับคะแนนสนับสนุนจากการเลือกตั้ง พร้อมยืนยันว่ากระทรวงแรงงานไม่มีนโยบายเข้าไปแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้ง และพร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่ายตามหลักไตรภาคี.

ข่าวล่าสุด

เมื่ออินโดนีเซียตั้งกติกาใหม่ในเกม “เศรษฐกิจฮาลาล” SME ไทยจะไปต่ออย่างไร?

เมื่ออินโดนีเซียตั้งกติกาใหม่ในเกม “เศรษฐกิจฮาลาล” SME ไทยจะไปต่ออย่างไร?