
ข้าวกล่องนวัตกรรมจาก ม.อ. เก็บได้ 18 เดือนไม่ต้องแช่เย็น! ช่วยน้ำท่วม
ม.อ. ส่ง “ข้าวกล่องนวัตกรรมอาหารยังชีพ” 3,000 กล่อง ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม จุดเด่นเก็บได้นานถึง 18 เดือนโดยไม่ต้องแช่เย็น เปิดรับประทานได้ทันทีแม้ไม่มีไฟฟ้า ต่อยอดจากงานวิจัยที่พัฒนามาตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 สู่การผลิตเชิงพาณิชย์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ส่งมอบ “ข้าวกล่องนวัตกรรมอาหารยังชีพพร้อมทาน” ภายใต้แบรนด์ Grab agro จำนวน 3,000 กล่อง ให้แก่มหาวิทยาลัยศิลปากร เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ประชาชนและบุคลากรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม เมื่อวานนี้ (วันที่ 3 ตุลาคม 2569)
จุดเด่นของข้าวกล่องดังกล่าวคือ ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทำให้อาหารปลอดเชื้อและสามารถ เก็บรักษาได้นานถึง 18 เดือนโดยไม่ต้องแช่ตู้เย็น บรรจุในถาดที่แยกข้าวและกับข้าว สามารถเปิดรับประทานได้ทันที จึงเหมาะสำหรับพื้นที่ประสบภัยที่อาจไม่มีไฟฟ้าหรือมีข้อจำกัดในการเก็บรักษาและประกอบอาหาร
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า การนำข้าวกล่องนวัตกรรมจำนวน 3,000 กล่องไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่างานวิจัยของไทยสามารถนำมาใช้แก้ปัญหาและช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์วิกฤตได้จริง
ต่อยอดงานวิจัยจากน้ำท่วมปี 2554
ข้าวกล่องดังกล่าวผลิตเชิงพาณิชย์โดย บริษัท PSU AGRO FOOD จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยต่อยอดจากงานวิจัยด้านนวัตกรรมอาหารของ รศ.ดร.เสาวคนธ์ วัฒนจันทร์ และกรวรรณ รอดเข็ม คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
ทีมวิจัยสั่งสมองค์ความรู้ด้านอาหารสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยมาตั้งแต่ปี 2554 ก่อนพัฒนาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถผลิตในเชิงพาณิชย์และนำมาใช้ในสถานการณ์ภัยพิบัติได้
ปัจจุบันมีอาหารพร้อมรับประทาน 7 เมนู ได้แก่ ข้าวมัสมั่นไก่ ข้าวพะแนงไก่ ข้าวแกงส้มปลาทู ข้าวผัดเผ็ดปลาดุก ข้าวไก่กระเทียม ข้าวแกงเขียวหวานไก่ และข้าวกะเพราไก่ โดยผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และได้รับมาตรฐานฮาลาลแล้ว
สำหรับข้าวกล่อง 3,000 กล่องที่ส่งมอบครั้งนี้ มหาวิทยาลัยศิลปากรจะนำไปใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยสภานักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากรได้เปิดศูนย์ระดมจิตอาสาแพ็กถุงยังชีพ เตรียมนำลงพื้นที่ กาญจนบุรี ราชบุรี และสุพรรณบุรี







