posttoday
“พัฒนา” สั่ง รพ.พุทธโสธร ตั้งแนวกั้นน้ำ-เตรียมแผนอพยพผู้ป่วย หากสถานการณ์รุนแรง

“พัฒนา” สั่ง รพ.พุทธโสธร ตั้งแนวกั้นน้ำ-เตรียมแผนอพยพผู้ป่วย หากสถานการณ์รุนแรง

04 ตุลาคม 2569

“พัฒนา” สั่งโรงพยาบาลพุทธโสธร จ.ฉะเชิงเทรา เตรียมรับมือน้ำท่วม ขณะที่ล่าสุดสถานพยาบาลได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั่วประเทศ 143 แห่ง ต้องย้ายผู้ป่วยแล้ว 245 ราย

วันที่ 4 ตุลาคม 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.ฉะเชิงเทรา ว่า จากการประเมินสถานการณ์พบว่าพื้นที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น จึงสั่งการให้ โรงพยาบาลพุทธโสธร เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์วิกฤตทันที เพื่อให้สามารถดูแลประชาชนและให้บริการทางการแพทย์ได้อย่างต่อเนื่อง

 

ขณะนี้โรงพยาบาลได้เร่งป้องกันน้ำไหลเข้าสู่พื้นที่ โดยอุดท่อระบายน้ำและรูรั่วตามแนวท่อ ป้องกันน้ำไหลย้อนจากภายนอก ทำแนวกระสอบทรายบริเวณทางเข้าโรงพยาบาล เสริมแนวหลังเต่าให้สูงขึ้น และติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่บริเวณหน้าโรงพยาบาล

 

นอกจากนี้ ยังเพิ่มมาตรการป้องกันระบบไฟฟ้า เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และระบบปั๊มของอาคาร 2 แห่งที่มีพื้นที่บางส่วนอยู่ใต้ดิน ด้วยการก่อกำแพงกั้นน้ำสูง 1 เมตร ทำแนวกระสอบทราย 3 ชั้น และเตรียมเครื่องสูบน้ำรองรับกรณีเกิดน้ำท่วมขังบริเวณเครื่องกำเนิดไฟฟ้า

 

โรงพยาบาลมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 6 เครื่อง ผ่านการทดสอบและพร้อมใช้งาน มีกำลังผลิตรวม 10,400 kVA พร้อมสำรองน้ำมันดีเซล 11,600 ลิตร ซึ่งสามารถรองรับการใช้งานได้ประมาณ 2 วัน รวมถึงติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเพิ่มเติม

 

หากระดับน้ำเพิ่มสูงจนถึงจุดแจ้งเตือน โรงพยาบาลเตรียมเสริมแนวกระสอบทรายและ “ผนึก” ทางเข้าโรงพยาบาล โดยประสานหน่วยงานและภาคีเครือข่ายในจังหวัดเตรียมกำลังคนไว้แล้ว

 

“พัฒนา” สั่ง รพ.พุทธโสธร ตั้งแนวกั้นน้ำ-เตรียมแผนอพยพผู้ป่วย หากสถานการณ์รุนแรง

 

เตรียมแผนย้ายผู้ป่วย หากน้ำกระทบอาคาร

นายพัฒนากล่าวว่า โรงพยาบาลได้จัดทำแผนบริหารความต่อเนื่อง หรือ BCP รองรับกรณีน้ำท่วมกระทบอาคารและระบบบริการ โดยจะทยอยปรับและย้ายบริการตามความรุนแรงของสถานการณ์

 

สำหรับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว สามารถเคลื่อนย้ายระหว่างอาคารหรือส่งไปยังโรงพยาบาลสาขาบริเวณวัดสมานรัตนาราม ขณะที่ระบบสนับสนุนสำคัญ เช่น ห้องปฏิบัติการ จะปรับลดเหลือเฉพาะการตรวจที่จำเป็น และประสานโรงพยาบาลชุมชนใกล้เคียงช่วยรองรับบริการ

 

ส่วนผู้ป่วยสีเหลืองและสีแดง จะบริหารจัดการภายในจังหวัด โดยให้โรงพยาบาลบางปะกงช่วยรับผู้ป่วย ขณะที่ทีมจากโรงพยาบาลพุทธโสธรจะไปร่วมผ่าตัดและให้บริการ พร้อมวางระบบส่งต่อระดับเขตไปยังโรงพยาบาลชลบุรี รวมถึงประสานเขตสุขภาพที่ 4 เพื่อส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสระบุรีและโรงพยาบาลนครนายก

 

หากจำเป็น ยังได้ประสานโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ฉะเชิงเทรา เพื่อรองรับผู้ป่วย ICU จำนวน 8 เตียง และผู้ป่วยทั่วไปอีก 8 เตียง

 

ในกรณีรุนแรงจนโรงพยาบาลพุทธโสธรไม่สามารถเปิดให้บริการได้ทั้งหมด มีแผนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยัง โรงพยาบาลราชประชาสมาสัย ซึ่งได้ประสานความพร้อมกับโรงพยาบาลปลายทางไว้แล้ว

 

น้ำท่วมกระทบสถานพยาบาล 143 แห่ง ย้ายผู้ป่วยแล้ว 245 ราย

ด้าน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันยังมีสถานการณ์น้ำท่วมใน 25 จังหวัด มีผู้สูญหาย 2 ราย ขณะที่สถานพยาบาลได้รับผลกระทบเพิ่มอีก 2 แห่ง รวมเป็น 143 แห่ง ในจำนวนนี้ยังเปิดให้บริการได้ 61 แห่ง และหยุดให้บริการ 82 แห่ง โดยมีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแล้ว 245 ราย

 

กระทรวงสาธารณสุขจัดบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขแล้ว 200,115 ครั้ง ครอบคลุมการเยี่ยมบ้าน ให้สุขศึกษา ตรวจรักษา จ่ายยา ส่งต่อผู้ป่วย และประเมินสุขภาพจิต

 

ด้านสุขภาพจิต มีการคัดกรองประชาชนแล้ว 25,749 ราย พบผู้มีความเครียดสูง 839 ราย เสี่ยงภาวะซึมเศร้า 74 ราย และเสี่ยงฆ่าตัวตาย 3 ราย โดยมีผู้ได้รับการดูแลติดตามแล้ว 262 ราย

 

ขณะเดียวกัน มีการดูแลกลุ่มเปราะบางสะสม 86,175 ราย สนับสนุนบริการในศูนย์พักพิง 556 แห่ง มีผู้รับบริการสะสม 20,145 ราย

 

“พัฒนา” สั่ง รพ.พุทธโสธร ตั้งแนวกั้นน้ำ-เตรียมแผนอพยพผู้ป่วย หากสถานการณ์รุนแรง

 

 

กระจายยารักษาน้ำกัดเท้ากว่า 1 แสนชิ้น

สำหรับยาและเวชภัณฑ์ กระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนไปแล้ว 208,726 รายการ โดยเฉพาะ ยารักษาน้ำกัดเท้า กระจายไปยังพื้นที่เขตสุขภาพที่ 3, 4, 5 และ 6 รวม 106,294 ชิ้น

 

แบ่งเป็นส่งตรงไปยัง รพ.สต. และหน่วยบริการปฐมภูมิ 45,707 ชิ้น กระจายผ่านสำนักงานสาธารณสุขอำเภอและเครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอ 50,336 ชิ้น และส่งให้โรงพยาบาลและหน่วยบริการอีก 10,251 ชิ้น

 

เมื่อแยกตามเขตสุขภาพ พบว่าเขตสุขภาพที่ 4 ได้รับการสนับสนุนสูงสุด 54,186 ชิ้น รองลงมาคือเขตสุขภาพที่ 6 จำนวน 33,975 ชิ้น

 

ปลัดกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า จะติดตามความต้องการยาและเวชภัณฑ์ในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานเขตสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาล และเครือข่ายปฐมภูมิ เพื่อให้มีทรัพยากรเพียงพอและลดผลกระทบด้านสุขภาพจากสถานการณ์น้ำท่วม

ข่าวล่าสุด

ข้าวกล่องนวัตกรรมจาก ม.อ. เก็บได้ 18 เดือนไม่ต้องแช่เย็น! ช่วยน้ำท่วม

ข้าวกล่องนวัตกรรมจาก ม.อ. เก็บได้ 18 เดือนไม่ต้องแช่เย็น! ช่วยน้ำท่วม