posttoday
สถาบันโรคผิวหนังเตือน 6 โรคช่วงน้ำท่วม แช่น้ำนานเสี่ยงผิวเปื่อย-ติดเชื้อ แนะลุยน้ำต้องป้องกันแผล

สถาบันโรคผิวหนังเตือน 6 โรคช่วงน้ำท่วม แช่น้ำนานเสี่ยงผิวเปื่อย-ติดเชื้อ แนะลุยน้ำต้องป้องกันแผล

29 กันยายน 2569

สถาบันโรคผิวหนัง เตือนประชาชนเฝ้าระวัง 6 โรคผิวหนังจากน้ำท่วม เผยการแช่น้ำเป็นเวลานานทำให้ผิวหนังเปื่อย เพิ่มความเสี่ยงผื่นและการติดเชื้อ โดยเฉพาะบริเวณเท้าและซอกพับ

จากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันทั้งในเขตปริมณฑลและต่างจังหวัด สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ ระบุว่า ได้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมให้ความช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาล ยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงการดูแลกลุ่มเปราะบาง

ขณะเดียวกัน ประชาชนที่ต้องสัมผัสหรือลุยน้ำท่วมเป็นเวลานานมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพหลายด้าน โดยเฉพาะโรคผิวหนังและการติดเชื้อที่ผิวหนัง จึงควรเฝ้าระวังโรคที่มักเกิดขึ้นในช่วงอุทกภัยและฤดูฝน

 

นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยควรให้ความสำคัญกับการดูแลผิวหนังและป้องกันโรคที่อาจมากับน้ำท่วม เนื่องจากน้ำท่วมอาจปนเปื้อนเชื้อโรค สิ่งสกปรก สารเคมี และสิ่งปฏิกูล

การแช่น้ำหรือสัมผัสน้ำเป็นเวลานานทำให้ผิวหนังเปื่อยและสูญเสียเกราะป้องกันตามธรรมชาติ อาจเกิดการระคายเคือง ผื่นแดง อาการคัน หรือแผลที่ผิวหนัง รวมถึงเพิ่มโอกาสการติดเชื้อ โดยเฉพาะบริเวณเท้าและซอกพับ ซึ่งอาจนำไปสู่โรคน้ำกัดเท้า เชื้อราที่ผิวหนัง หรือการติดเชื้อแบคทีเรีย

 

เตือน 6 โรคผิวหนังพบบ่อยช่วงน้ำท่วม-หน้าฝน

นายแพทย์วีรวัต อุครานันท์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า โรคผิวหนังที่ควรระวังในช่วงอุทกภัยและมักพบในฤดูฝน มี 6 โรค ได้แก่

 

  1. โรคเกลื้อน มีลักษณะเป็นผื่นวงกลมหลายวง มีขุยละเอียด สีของผื่นแตกต่างจากผิวหนังบริเวณรอบข้าง มักเกิดบริเวณลำตัว เช่น หลัง หน้าอก ท้อง ไหล่ และคอ พบได้มากในผู้ที่มีเหงื่อออกมากหรือสวมเสื้อผ้าที่อับชื้น
  2. โรคกลาก เป็นผื่นวงที่มีขอบเขตชัดเจนและมีขุย เริ่มจากอาการคันและผื่นแดง ก่อนลามออกเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ และมักมีอาการคันเพิ่มขึ้น
  3. โรคน้ำกัดเท้า เกิดจากการระคายเคืองของผิวหนังจากความอับชื้น รวมถึงการสัมผัสสิ่งสกปรกในบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง ทำให้เกิดผื่นบริเวณเท้าและซอกนิ้วเท้า บางรายอาจมีการติดเชื้อราหรือเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย
  4. โรคเท้าเหม็น เกี่ยวข้องกับเชื้อแบคทีเรียบางชนิดบริเวณผิวหนังชั้นนอก มีอาการผิวเท้าลอก มีกลิ่นรุนแรงกว่าปกติ และอาจพบหลุมหรือรูพรุนขนาดเล็กบริเวณฝ่าเท้าและง่ามเท้า
  5. ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง อุณหภูมิและความชื้นของอากาศที่เปลี่ยนแปลงอาจกระตุ้นให้อาการกำเริบ ผิวหนังมีผื่นแดง แห้ง ลอก และคันมาก โดยมักพบบริเวณข้อพับแขน ข้อพับขา ใบหน้า แขน ขา และซอกคอ
  6. ผื่นผิวหนังอักเสบจากแมลง ในฤดูฝนแมลงหลายชนิดเพิ่มจำนวนขึ้น เช่น ยุง หมัด ไร และด้วงก้นกระดก หากถูกกัด ต่อย หรือสัมผัส อาจทำให้เกิดผื่นและผิวหนังอักเสบได้

 

สถาบันโรคผิวหนังเตือน 6 โรคช่วงน้ำท่วม แช่น้ำนานเสี่ยงผิวเปื่อย-ติดเชื้อ แนะลุยน้ำต้องป้องกันแผล

 

 

ด้าน แพทย์หญิงชนิศา เกียรติสุระยานนท์ นายแพทย์เชี่ยวชาญ สถาบันโรคผิวหนัง แนะนำว่า หลังเดินฝนหรือลุยน้ำควรรีบทำความสะอาดร่างกาย ล้างมือและเท้าด้วยสบู่และน้ำสะอาด จากนั้นเช็ดให้แห้ง โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วและซอกพับ

ควรสวมเสื้อผ้าที่สะอาดและแห้งสนิท หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่อับชื้น หากจำเป็นต้องลุยน้ำควรสวมรองเท้าบูทหรือรองเท้าที่ช่วยป้องกันน้ำ หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า และหากมีแผลหรือรอยถลอกควรปิดแผลให้มิดชิดเพื่อลดโอกาสสัมผัสน้ำที่ปนเปื้อน

หากพบความผิดปกติของผิวหนัง เช่น ผื่นแดง คัน แผลบวม หรืออาการมีความรุนแรงขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม

ข่าวล่าสุด

น้ำเหนือชนทะเลหนุน! จับตา 6 วันเดือด 29 ก.ย.–4 ต.ค. เจ้าพระยาเสี่ยงระดับน้ำพุ่ง!

น้ำเหนือชนทะเลหนุน! จับตา 6 วันเดือด 29 ก.ย.–4 ต.ค. เจ้าพระยาเสี่ยงระดับน้ำพุ่ง!