
“น้ำท่วม 69” โหลดอะไรติดมือถือ? รวม 6 แอป เช็กน้ำ-ดูฝน-รถติด-แจ้งเตือน ครบ!
โพสต์ทูเดย์ รวบรวม 6 แอปพลิเคชันและเครื่องมือดิจิทัลที่คนไทยสามารถดาวน์โหลดไว้ติดตัวเพื่อรับมือ “น้ำท่วม 69”
โพสต์ทูเดย์ รวบรวม 6 แอปและเครื่องมือออนไลน์ “สู้น้ำท่วม 69” ที่ช่วยตอบคำถามตั้งแต่ตรงไหนท่วม, ฝนกำลังมาไหม, รถติดแค่ไหน, น้ำจะเพิ่มอีกหรือไม่ ไปจนถึง เกิดเหตุแล้วต้องแจ้งใคร!
1. เช็คน้ำ GISTDA
เช็กก่อนว่า “ตรงไหนน้ำท่วม”
เริ่มต้นด้วย “เช็คน้ำ” เครื่องมือจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ที่นำข้อมูลดาวเทียมและภูมิสารสนเทศมาใช้ติดตามสถานการณ์น้ำ
ผู้ใช้สามารถตรวจสอบพื้นที่น้ำท่วมและพื้นที่เสี่ยง รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ฝนและน้ำ เพื่อประเมินพื้นที่ก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงที่สถานการณ์เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
จุดเด่นของเครื่องมือนี้จึงไม่ใช่เพียงดูว่าฝนตกหรือไม่ แต่ช่วยตรวจสอบพื้นที่บ้าน ที่ทำงาน หรือจุดหมายก่อนออกเดินทางได้
2. Longdo Traffic
น้ำไม่ท่วมบ้าน แต่อาจติดอยู่บนถนน
เมื่อรู้ว่าน้ำท่วมตรงไหนแล้ว คำถามต่อมาคือ “แล้วจะไปทางไหน?”
Longdo Traffic เป็นอีกเครื่องมือที่มีประโยชน์ในสถานการณ์น้ำท่วม เพราะสามารถตรวจสอบสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ เหตุการณ์บนท้องถนน อุบัติเหตุ ถนนปิด รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วมและสภาพเส้นทาง
นอกจากนี้ยังสามารถเปิดดูกล้อง CCTV ตามจุดต่าง ๆ เพื่อดูสภาพถนนจริงก่อนตัดสินใจเดินทาง ช่วยลดความเสี่ยงจากการขับรถเข้าไปเจอถนนที่มีน้ำขังหรือการจราจรติดขัดหนัก
เว็ปไซต์นี้จึงเหมาะกับการดูรถติด เช็กสภาพถนน CCTV และเลือกเส้นทางก่อนเดินทาง
3. Thai Weather / TMD พยากรณ์
ดูเรดาร์ก่อนออกจากบ้าน “ฝนก้อนใหม่กำลังมาหรือเปล่า?”
ท้องฟ้าหน้าบ้านไม่มีฝน ไม่ได้หมายความว่าอีก 30 นาทีฝนจะไม่ตก
แอปและบริการของกรมอุตุนิยมวิทยาช่วยตรวจสอบพยากรณ์อากาศ เรดาร์ตรวจอากาศ ภาพดาวเทียม เส้นทางพายุ และประกาศเตือนภัย ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในช่วงที่ฝนตกเป็นช่วง ๆ และมีฝนหนักเฉพาะพื้นที่
โดยเฉพาะ “เรดาร์ฝน” ที่ช่วยให้เห็นตำแหน่งและการเคลื่อนตัวของกลุ่มฝน ทำให้ประเมินได้เบื้องต้นว่าพื้นที่ที่กำลังจะเดินทางไปมีฝนอยู่หรือไม่ และกลุ่มฝนกำลังเคลื่อนเข้าหาหรือออกจากพื้นที่
4. ThaiWater
ไม่ได้ดูแค่ฝน แต่ดูว่า “สถานการณ์น้ำกำลังไปทางไหน”
ถ้า Thai Weather ช่วยตอบว่าฝนกำลังมาหรือไม่ ThaiWater จะช่วยให้เห็นสถานการณ์น้ำในภาพใหญ่ขึ้น .. อย่างเช่นคำว่า มวลน้ำเหนือที่เราคุ้นเคย
ThaiWater ของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) รวบรวมข้อมูลด้านน้ำจากหลายแหล่ง ทั้งปริมาณฝน ระดับน้ำในแม่น้ำและลำน้ำ สถานการณ์เขื่อน อ่างเก็บน้ำ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ
จึงเหมาะสำหรับติดตามสถานการณ์ในช่วงที่ฝนตกต่อเนื่องหลายวัน เพราะปัญหาน้ำท่วมไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ฝนวันนี้” เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับปริมาณน้ำสะสม ระดับน้ำในแม่น้ำ คลอง และการระบายน้ำด้วย
5. Thai Disaster Alert
ไม่อยากเปิดเช็กตลอดเวลา ให้ระบบแจ้งเตือนเรา
Thai Disaster Alert ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ทำหน้าที่ต่างจากเครื่องมือก่อนหน้า เพราะเน้นการแจ้งเตือนภัยให้ประชาชนได้รับทราบตามพื้นที่
ผู้ใช้สามารถติดตามข่าวสารและการแจ้งเตือนเกี่ยวกับสาธารณภัย ซึ่งช่วยลดภาระการต้องเปิดเว็บไซต์หรือแอปต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ฝนและน้ำเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรอนุญาตการแจ้งเตือนและการเข้าถึงตำแหน่งตามความเหมาะสม เพื่อให้ระบบสามารถส่งข้อมูลที่สัมพันธ์กับพื้นที่ได้
6. Traffy Fondue
น้ำท่วมขังอยู่หน้าบ้าน “แจ้งให้แก้”
สุดท้ายคือเครื่องมือสำหรับกรณีที่ไม่ได้ต้องการเพียงข้อมูล แต่ต้องการส่งปัญหาเข้าสู่ระบบของหน่วยงาน
Traffy Fondue เปิดให้ประชาชนแจ้งปัญหาที่พบในพื้นที่ พร้อมภาพและตำแหน่ง เช่น น้ำท่วมขัง ท่อระบายน้ำ ถนน หรือปัญหาในพื้นที่สาธารณะ เพื่อส่งต่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการ
สำหรับคนกรุงเทพฯ เครื่องมือนี้มีประโยชน์โดยเฉพาะเมื่อพบจุดน้ำท่วมขังหรือปัญหาการระบายน้ำ เพราะสามารถระบุจุดเกิดเหตุจริงให้หน่วยงานตรวจสอบและติดตามสถานะการดำเนินงานได้







