
"ทิม คุก" ยกออสเตรเลียต้นแบบโลก จัดระเบียบโซเชียลป้องเยาวชน
"ทิม คุก" ยกย่องการผลักดันกฎหมายควบคุมโซเชียลมีเดียของออสเตรเลีย ว่าเป็นแนวทางที่ล้ำหน้าและเป็นผู้นำระดับโลก
สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า นายแอนโทนี อัลบานีส นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เปิดเผยภายหลังการเข้าพบ ทิม คุก ซีอีโอของ Apple ณ สำนักงานใหญ่ในสหรัฐฯ โดยระบุว่าผู้บริหารระดับสูงของ Apple ชื่นชมมาตรการจัดระเบียบโซเชียลมีเดียที่ออสเตรเลียกำลังผลักดัน ว่าเป็นความก้าวหน้าในระดับ "ผู้นำโลก"
"เมื่อเช้านี้ ทิม คุก ได้สละเวลาพูดคุยกับเราอย่างเต็มที่ เขามองว่าสิ่งที่เรากำลังดำเนินการเพื่อจัดระเบียบโซเชียลมีเดียนั้น เป็นแนวทางระดับแนวหน้าของโลก" แอนโทนี อัลบานีส นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย
ท่าทีดังกล่าวสอดคล้องกับการที่รัฐบาลออสเตรเลียเพิ่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยบนโลกออนไลน์เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา โดยเตรียมให้สิทธิ์ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียสามารถควบคุมและคัดกรองเนื้อหาบนหน้าฟีดของตนเองได้อย่างอิสระมากขึ้น
เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ออสเตรเลียสร้างความฮือฮาไปทั่วโลกด้วยการเป็นชาติแรกที่ออกกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้งานโซเชียลมีเดีย มาตรการนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นให้หลายประเทศเตรียมบังคับใช้กฎหมายในลักษณะเดียวกันในปีนี้
โดยล่าสุด คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ก็ได้เสนอระเบียบห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีใช้งานโซเชียลมีเดียแล้วเช่นกัน
เมื่อ Reuters สอบถามไปยัง Apple ถึงประเด็นดังกล่าว โฆษกบริษัทได้อ้างอิงข้อความที่ ทิม คุก โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X ซึ่งระบุว่าเขายินดีอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอ "นวัตกรรมใหม่ๆ ของบริษัท รวมถึงระบบควบคุมที่ใช้งานง่ายและรัดกุม เพื่อช่วยปกป้องเด็กๆ ให้ปลอดภัยบนโลกออนไลน์"
ทั้งนี้ ทิม คุก เพิ่งก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอที่ครองมานานถึง 15 ปี เพื่อมารับตำแหน่งประธานบริหาร (Executive Chairman) ของบริษัท
สำหรับการเดินทางเยือนสหรัฐฯ ของนายแอนโทนี อัลบานีส นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียในครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความเห็นที่แตกแยกในหมู่ผู้นำวงการเทคโนโลยีอเมริกัน
โดยเฉพาะในซิลิคอนแวลลีย์ที่กำลังถกเถียงกันอย่างหนักว่า ควรเร่งพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้รวดเร็วเพียงใด ท่ามกลางความกังวลเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย
ผู้นำออสเตรเลียย้ำว่า เทคโนโลยี AI มาพร้อมความเสี่ยงที่ต้องหาทางรับมือและป้องกันอย่างจริงจัง “เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพูดคุยกันถึงกรอบการใช้งาน AI ระดับโลก เพราะเทคโนโลยีนี้ก้าวหน้าไปไวมาก และเราต้องมั่นใจว่ามนุษย์จะยังคงเป็นผู้ควบคุมมันอยู่”
อย่างไรก็ตาม ท่าทีของผู้นำออสเตรเลียกลับสวนทางกับจุดยืนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ อย่างสิ้นเชิง เนื่องจากที่ผ่านมา ทรัมป์มักไม่ให้ความสำคัญกับข้อกังวลเรื่องภัยคุกคามจาก AI และยืนกรานมาตลอดว่า การออกกฎระเบียบมาควบคุมเพิ่มเติมนั้นไม่ใช่เรื่องจำเป็น







