
ธอส.ปล่อยกู้ Solar Rooftop 1.5 แสนลบ. ไร้หลักประกัน เจาะบ้านค่าไฟ 3 พันขึ้นไป
ธอส.เตรียมสินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป วงเงิน 1-1.5 แสนบาท ไร้หลักประกัน ผ่อนนาน 7 ปี เจาะบ้านค่าไฟตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป พร้อมหารือดึงเงินขายไฟตัดค่างวด
KEY
POINTS
- ธอส. เตรียมปล่อยสินเชื่อติดตั้งโซลาร์รูฟ วงเงินสูงสุด 150,000 บาท โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน และผ่อนชำระได้นานสูงสุด 7 ปี
- มุ่งเป้าไปที่กลุ่มครัวเรือนที่มีค่าไฟฟ้าเฉลี่ยตั้งแต่ 3,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป โดยผู้กู้
ค่าไฟฟ้าที่อยู่ในระดับสูงทำให้โซลาร์เซลล์เป็นอีกทางเลือกของครัวเรือน แต่ต้นทุนติดตั้งก้อนแรกยังเป็นข้อจำกัด ธอส.จึงเตรียมสินเชื่อโซลาร์รูฟสำหรับประชาชน โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน ผ่อนนาน 7 ปี เพื่อช่วยลดภาระค่าไฟและเดินหน้าตามนโยบายรัฐบาล ที่ตั้งเป้าขยายการติดตั้งสู่ 1.5 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ
ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธนาคารเตรียมสนับสนุนนโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงานของกระทรวงการคลัง เพื่อส่งเสริมการติดตั้ง โซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ในภาคประชาชน
เบื้องต้น ธอส.มีสภาพคล่องเพียงพอสำหรับปล่อยสินเชื่อโซลาร์รูฟ โดยวงเงินดังกล่าวเป็นสินเชื่อเพิ่มเติม (On-top) จากเป้าสินเชื่อใหม่ปกติของธนาคารในปี 2569 ที่ 240,000 ล้านบาท และไม่ขอรับเงินชดเชยดอกเบี้ยจากรัฐบาล
สำหรับสินเชื่อของ ธอส. เบื้องต้นกำหนดวงเงินประมาณ 100,000-150,000 บาทต่อราย เป็นสินเชื่อแบบไม่ใช้หลักประกัน ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 7 ปี อัตราดอกเบี้ยพิเศษ โดยคาดว่าค่างวดจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทต่อเดือน เหมาะกับการติดตั้งระบบขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ ซึ่งมีต้นทุนราว 140,000-150,000 บาท
เจาะบ้านค่าไฟ 3 พันขึ้นไป
เบื้องต้น ธอส.จะเน้นกลุ่มบ้านที่มีค่าไฟเฉลี่ยตั้งแต่ 3,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป โดยจะพิจารณาข้อมูลการใช้และชำระค่าไฟจากการไฟฟ้าในช่วง 1-2 ปีย้อนหลัง เนื่องจากต้องการให้สินเชื่อสอดคล้องกับความคุ้มค่าของการติดตั้งระบบ
“กรณีไม่มีหลักประกัน ธนาคารจะดูข้อมูลจากการไฟฟ้าว่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มีการใช้ไฟและชำระค่าไฟสม่ำเสมอหรือไม่ ส่วนค่าไฟที่มองไว้เบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาทต่อเดือน เพราะหากใช้ไฟต่ำกว่านี้อาจยังไม่คุ้มกับต้นทุนของระบบที่ต้องลงทุน”
ผู้กู้ต้องเป็นเจ้าของบ้านและเป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า โดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถขอสินเชื่อได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้าเดิมของ ธอส. ส่วนบ้านที่ใช้เป็นโฮมออฟฟิศ เบื้องต้นยังไม่รวมอยู่ในโครงการ
ลุ้นเงินขายไฟช่วยจ่ายค่างวด
ธอส.อยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางนำรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนที่เหลือกลับเข้าระบบมาช่วยลดภาระค่างวด โดยระบบขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ คาดว่าจะช่วยลดการใช้ไฟและอาจมีรายได้จากการขายไฟเฉลี่ยประมาณ 1,600 บาทต่อเดือน ขณะที่ค่างวดสินเชื่ออยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ รายได้และการประหยัดค่าไฟขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ไฟและการผลิตไฟของแต่ละบ้าน
ส่วนอุปกรณ์ติดตั้ง ทั้งแผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ สายไฟ และอุปกรณ์อื่นๆ ต้องได้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้ากำหนด หากต้องการติดตั้งแบตเตอรี่เพิ่ม ธอส.สามารถพิจารณาสินเชื่อเพิ่มเติมให้ได้ แต่จะไม่รวมในวงเงินหลักของโครงการ
สำหรับการให้บริการ ธอส.อยู่ระหว่างประสานกับ กฟน. และ กฟภ. เพื่อจัดระบบให้ประชาชนดำเนินการได้สะดวกในจุดเดียว โดยรายละเอียดโครงการและเงื่อนไขสินเชื่ออยู่ระหว่างการจัดทำ
ด้านการปล่อยสินเชื่อ มั่นใจสินเชื่อใหม่ปี 2569 ทำได้ตามเป้า 240,000 ล้านบาท หลังช่วง 8 เดือน ม.ค.-ส.ค. 2569 ธอสปล่อยใหม่แล้ว 160,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ
ส่วนกำไรคาดทำได้ตามเป้า 8,000 ล้านบาท และมีโอกาสแตะ 10,000 ล้านบาท แม้ดอกเบี้ยตลาดลดลงและต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยธนาคารเน้นบริหารส่วนต่างรายได้และควบคุมต้นทุน
ด้านหนี้เสีย (NPL) ช่วงเดือน อยู่ที่ประมาณ 4.9% โดยตั้งเป้าควบคุมทั้งปีไม่ให้เกิน 5% พร้อมติดตามลูกค้าใกล้ชิด หากเริ่มมีปัญหาชำระหนี้จะเร่งช่วยปรับโครงสร้างหนี้หรือปรับค่างวด เพื่อไม่ให้หนี้เสียเพิ่มขึ้น







