posttoday
จับตา 3 โรคทางเดินหายใจ "“โควิด-ไข้หวัดใหญ่-RSV” ตัวเลขเพิ่ม-เด็กเล็กน่าห่วง

จับตา 3 โรคทางเดินหายใจ "“โควิด-ไข้หวัดใหญ่-RSV” ตัวเลขเพิ่ม-เด็กเล็กน่าห่วง

02 กันยายน 2569

กรมควบคุมโรคจับตาสถานการณ์ 3 โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ “โควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV” หลังพบแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน ขณะที่เด็กเล็กเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง

แพทย์หญิงจุไร วงศ์สวัสดิ์ และนายแพทย์วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ โฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวานนี้ (1 กันยายน 2569) ว่า สถานการณ์โรคโควิด 19 ในประเทศไทยยังคงพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจตามฤดูกาล

 

โดยข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 สิงหาคม 2569 พบผู้ป่วยสะสม 99,691 ราย เสียชีวิต 15 ราย คิดเป็นอัตราป่วยตายร้อยละ 0.02 โดยพบผู้ป่วยในทุกช่วงอายุ แต่อัตราป่วยสูงสุดเป็นกลุ่มเด็กอายุ 0 – 4 ปี รองลงมาเป็นกลุ่มอายุ 30 – 39 ปี และอายุ 20 – 29 ปี ตามลำดับ

 

ขณะเดียวกันโรคทางเดินหายใจอื่น เช่น ไข้หวัดใหญ่ และ RSV ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน จึงควรให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินหายใจโดยรวม

 

จับตา 3 โรคทางเดินหายใจ "“โควิด-ไข้หวัดใหญ่-RSV” ตัวเลขเพิ่ม-เด็กเล็กน่าห่วง

 

สำหรับสายพันธุ์โควิด 19 ปัจจุบัน จากการติดตามการเปลี่ยนแปลง พบว่า สายพันธุ์หลักที่เฝ้าระวังในประเทศไทยขณะนี้คือ โอมิครอนสายพันธุ์ NB.1.8.1 จำนวน 524 ราย (50.14%) ซึ่งพบต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2568 และยังไม่พบหลักฐานว่าทำให้เกิดโรครุนแรงเพิ่มขึ้น

 

โดยข้อมูลการเฝ้าระวังระบุว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป ดังนั้น การพบสายพันธุ์ย่อยหรือการเปลี่ยนแปลงของเชื้อไม่ได้หมายความว่าโรคจะรุนแรงขึ้นเสมอไป ประชาชนจึงไม่จำเป็นต้องกังวลกับชื่อสายพันธุ์ แต่ควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขที่เชื่อถือได้

 

อาการของโควิด 19 ที่พบในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย และอ่อนเพลีย ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับโรคติดเชื้อทางเดินหายใจทั่วไป

 

หากมีอาการป่วยควรพักผ่อนให้เพียงพอ สังเกตอาการของตนเอง และหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้อื่น โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก (โดยเฉพาะเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 1 ปี ที่พบว่ามีอัตราการป่วยสูงสุด) ผู้มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก หากจำเป็นต้องออกจากบ้านหรืออยู่ร่วมกับผู้อื่น ควรสวมหน้ากาก ล้างมือบ่อย ๆ หากอาการป่วยไม่ดีขึ้นภายใน 1 – 2 วัน ผู้ป่วยควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยและการรักษาอย่างเหมาะสม

 

โฆษกกรมควบคุมโรคกล่าวเพิ่มเติมว่า

 

“แม้โควิด 19 ในปัจจุบันผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรง แต่กลุ่ม 608 ได้แก่ ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง (โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน) ยังคงเป็นกลุ่มที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสเกิดอาการรุนแรงมากกว่าประชาชนทั่วไป

 

กลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงที่มีคนแออัดหรืออากาศไม่ถ่ายเท ควรปฏิบัติตามมาตรการ DMH อย่างเคร่งครัด

 

D (Distancing) ได้แก่ เว้นระยะห่าง ระหว่างบุคคลอื่นเพื่อลดความเสี่ยงในการรับเชื้อ

M (Mask Wearing) คือ สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าอย่างถูกต้องเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ

H (Hands Washing) คือ ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์

 

ซึ่งเป็นมาตรการพื้นฐานในการป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ”

 

จับตา 3 โรคทางเดินหายใจ "“โควิด-ไข้หวัดใหญ่-RSV” ตัวเลขเพิ่ม-เด็กเล็กน่าห่วง

 

ไข้หวัดใหญ่ เด็กวัยเรียน-เด็กเล็กอัตราป่วยสูง

“ขณะเดียวกัน โรคไข้หวัดใหญ่เป็นอีกโรคที่ต้องจับตา หลังกรมควบคุมโรคระบุว่า มีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน โดยข้อมูลสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ของกองระบาดวิทยาล่าสุด เผยแพร่ข้อมูลถึงสัปดาห์ที่ 34 ระหว่างวันที่ 16-22 สิงหาคม 2569”  โดยภาคที่อัตราป่วยสูงสุดคือ ภาคกลาง ส่วนจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุดได้แก่ ชลบุรี ขณะที่รายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 48 ราย มากสุดในจังหวัดนครราชสีมา 13 ราย 

 

ที่น่าจับตาคือโครงสร้างอายุของผู้ป่วย โดย กลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยไข้หวัดใหญ่สูงที่สุดคือเด็กอายุ 5–9 ปี รองลงมาคือเด็กอายุ 0–4 ปี และ 10–14 ปี ตามลำดับ สะท้อนว่าเด็กเล็กและเด็กวัยเรียนเป็นกลุ่มที่พบการป่วยสูงของโรคนี้

 

กรมควบคุมโรคระบุว่า ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่พบการระบาดของโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจหลายชนิด เนื่องจากสภาพอากาศเอื้อต่อการแพร่กระจายของเชื้อ ประกอบกับการรวมกลุ่มของประชาชนในสถานที่ปิด ทำให้โรคสามารถแพร่กระจายได้ง่าย โดยเฉพาะในครอบครัว โรงเรียน และสถานที่ที่มีคนรวมตัวกันจำนวนมาก

 

ข่าวล่าสุด

เปิดค่าตอบแทน "จอห์น เทอร์นัส" ซีอีโอใหม่ Apple พุ่ง 58 ล้านดอลลาร์

เปิดค่าตอบแทน "จอห์น เทอร์นัส" ซีอีโอใหม่ Apple พุ่ง 58 ล้านดอลลาร์