posttoday
เปิดพันธุกรรมคนไทย 50,000 ราย! พบ 122 ล้านตำแหน่งที่โลกยังไม่เคยรายงาน

เปิดพันธุกรรมคนไทย 50,000 ราย! พบ 122 ล้านตำแหน่งที่โลกยังไม่เคยรายงาน

31 สิงหาคม 2569

โครงการ Genomics Thailand เปิดผลถอดรหัสพันธุกรรมคนไทย 50,000 ราย พบ 122 ล้านตำแหน่งที่ฐานข้อมูลโลกยังไม่เคยรายงาน ต่อยอดสู่การวินิจฉัย คัดกรอง และแพทย์แม่นยำ

KEY

POINTS

  • โครงการ Genomics Thailand ถอดรหัสพันธุกรรมคนไทย 50,000 รายสำเร็จ ค้นพบตำแหน่งความแปรผันทางพันธุกรรมใหม่ 122 ล้านตำแหน่งที่ไม่มีในฐานข้อมูลสากล
  • ข้อมูลใหม่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัยโรคมะเร็งในคนไทย เนื่องจากพบว่ายีนเสี่ยงมะเร็งในคนไทยมีความแตกต่างจากประชากรตะวันตก นำไปสู่การพัฒนาชุดตรวจที่เหมาะสมยิ่งขึ้น
  • ฐานข้อมูลพันธุกรรมนี้เป็นรากฐานสำคัญของการแพทย์แม่นยำ ช่วยให้วินิจฉัยโรคหายากได้ดีขึ้น และสามารถออกแบบการป้องกันและรักษาโรคที่เหมาะกับพันธุกรรมเฉพาะถิ่นของคนไทย

Genomics Thailand ปิดเฟสแรก ถอดรหัสพันธุกรรมคนไทย 50,000 ราย พบ 122 ล้านตำแหน่งที่ฐานข้อมูลโลกยังไม่เคยรายงาน เปิดความต่างตั้งแต่มะเร็ง โรคหายาก ถึงพันธุกรรมเฉพาะถิ่น ขณะที่ผลประเมินชี้ลงทุน 1 บาท สร้างผลตอบแทนทางสังคมราว 6.5 บาท!

 

การแพทย์สมัยใหม่เรียนรู้ว่าการเป็นโรคและการตอบสนองต่อการรักษาของมนุษย์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมหรือพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ “ความแตกต่างทางพันธุกรรม” ของแต่ละคนก็มีส่วนสำคัญ

 

ปัญหาคือ ฐานข้อมูลพันธุกรรมที่วงการแพทย์ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงมาเป็นเวลานาน ส่วนใหญ่สร้างขึ้นจากประชากรต่างประเทศ โดยเฉพาะประชากรเชื้อสายยุโรป ขณะที่ข้อมูลของประชากรไทยยังมีจำกัด

 

นี่คือหนึ่งในโจทย์ที่ โครงการ Genomics Thailand พยายามตอบ และหลังดำเนินโครงการระยะที่ 1 จนสามารถถอดรหัสพันธุกรรมคนไทยได้ครบ 50,000 ราย ครอบคลุม 5 กลุ่มโรคสำคัญ ได้แก่ มะเร็ง โรคหายาก โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โรคติดเชื้อ และเภสัชพันธุศาสตร์

 

ข้อมูลที่ได้กำลังทำให้เห็นว่า “พันธุกรรมของคนไทย” มีรายละเอียดบางอย่างที่ไม่ปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลเดิมมาก่อน

 

และความแตกต่างนั้นไม่ได้มีความหมายเฉพาะในห้องวิจัย แต่เริ่มเชื่อมโยงไปถึงการวินิจฉัย การเลือกยา การป้องกันโรค ไปจนถึงการออกแบบระบบคัดกรองที่เหมาะกับประชากรแต่ละพื้นที่ของประเทศไทย

 

เปิดพันธุกรรมคนไทย 50,000 ราย! พบ 122 ล้านตำแหน่งที่โลกยังไม่เคยรายงาน

 

พบ 122 ล้านตำแหน่งที่ฐานข้อมูลต่างประเทศไม่เคยรายงาน

หนึ่งในข้อค้นพบสำคัญเกิดขึ้นเมื่อนักวิจัยนำข้อมูลพันธุกรรมของคนไทยมาวิเคราะห์ร่วมกัน และพบตำแหน่งความแปรผันทางพันธุกรรมประมาณ 122 ล้านตำแหน่งที่ยังไม่เคยมีรายงานในฐานข้อมูลนานาชาติ

 

ดร.นุสรา สัตย์เพริศพราย ผู้จัดการงานวิจัย สำนักวิจัยและพัฒนาจีโนมิกส์ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) อธิบายว่า ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่า 122 ล้านตำแหน่งทั้งหมดเป็นยีนก่อโรค หรือเป็นพันธุกรรมที่พบเฉพาะในคนไทยทั้งหมด แต่หมายถึงตำแหน่งที่พบจากข้อมูลคนไทยและยังไม่เคยมีการรายงานไว้ในฐานข้อมูลต่างประเทศ

 

“122 ล้านตำแหน่งนี้ บางอย่างอาจเป็นสิ่งที่เราได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ เช่น สีผม สีตา บางส่วนก็อาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพ หรือความเสี่ยงของสุขภาพบางอย่าง เพราะฉะนั้น 122 ล้านตำแหน่งนี้คือสิ่งที่ฐานข้อมูลเหล่านี้ยังไม่เคยมีใครรายงานเอาไว้” 

 

 

เด็ก 2 ขวบเข้า ICU 4 ครั้ง ก่อนจีโนมช่วยหาคำตอบ

ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชพันธุศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยกกรณีผู้ป่วยเด็กอายุ 2 ขวบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ฐานข้อมูล 50,000 จีโนมสามารถเปลี่ยนจากข้อมูลวิจัย ไปสู่คำตอบในการรักษาผู้ป่วยได้อย่างไร

 

โดยระบุว่าเด็กคนดังกล่าวมีสุขภาพปกติในช่วงที่กินนมแม่ แต่เมื่อเริ่มรับประทานอาหารอื่นกลับมีอาการป่วยรุนแรงเฉียบพลัน และต้องเข้าห้อง ICU ถึง 4 ครั้ง โดยครั้งที่ 4 มีอาการรุนแรงจนเกือบเสียชีวิต ก่อนถูกส่งต่อมายังโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

 

“เราใช้เทคโนโลยีจีโนมิกส์นี่แหละครับหาคำตอบ  แล้วก็ได้ข้อมูล 50,000 รายนี้ที่ทำให้เราสามารถที่จะกรอง รู้ว่าอันไหนใช่ อันไหนไม่ใช่ แล้ววินิจฉัยโรคที่ทีมเราไม่เคยได้ยินมาก่อน ไม่เคยรู้จักมาก่อนได้ ” ศ.นพ.วรศักดิ์ กล่าว 

 

ผลตรวจพบว่าเด็กมีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถจัดการกับน้ำตาลชนิดหนึ่งที่พบได้ทั่วไปในอาหารได้ตามปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุที่แทบไม่มีทางทราบได้ทันเวลา หากไม่มีเทคโนโลยีจีโนมิกส์และฐานข้อมูลสำหรับใช้เปรียบเทียบ

 

กรณีดังกล่าวสะท้อนโจทย์สำคัญของโรคหายาก เพราะผู้ป่วยจำนวนหนึ่งไม่ได้ขาดการรักษา แต่ปัญหาคือแพทย์ไม่รู้ว่า “โรคที่แท้จริงคืออะไร” การมีข้อมูลพันธุกรรมอ้างอิงจึงช่วยลดพื้นที่ของการลองผิดลองถูกในการวินิจฉัยลง

 

ศ.นพ.วรศักดิ์ ยังยกตัวอย่างโรคใกล้ตัวอย่างเบาหวาน โดยในผู้ที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD เม็ดเลือดแดงจะมีอายุสั้นกว่าปกติ ทำให้ค่า HbA1c ซึ่งใช้ประเมินระดับน้ำตาลสะสมอาจไม่สะท้อนระดับน้ำตาลที่แท้จริง หากแพทย์ไม่ทราบความแตกต่างนี้ ผู้ป่วยอาจถูกประเมินว่าควบคุมเบาหวานได้ ทั้งที่ระดับน้ำตาลจริงยังสูง และเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว 

 

เปิดพันธุกรรมคนไทย 50,000 ราย! พบ 122 ล้านตำแหน่งที่โลกยังไม่เคยรายงาน

 

 

มะเร็งคนไทย อาจตรวจแค่ BRCA1-BRCA2 ไม่พอ

อีกพื้นที่ที่เห็นผลจากข้อมูล 50,000 จีโนมอย่างชัดเจนคือ มะเร็ง

 

จากข้อมูลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมชาวไทยประมาณ 8,000 ราย นักวิจัยพบว่า การกระจายของยีนที่สัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งเต้านมไม่ได้มีเพียง BRCA1 และ BRCA2 ซึ่งเป็นยีนสำคัญที่ใช้ตรวจในระดับสากล แต่ยังมียีนอื่นอีกหลายตัวที่พบในคนไทยค่อนข้างบ่อย ขณะที่พบไม่บ่อยในประชากรตะวันตก โดยหนึ่งในยีนที่ทีมวิจัยตรวจพบมีสัดส่วนในข้อมูลคนไทยประมาณ 16% 

 

ข้อมูลจากทีมวิจัยระบุว่า ในประชากรตะวันตก BRCA1 และ BRCA2 ครอบคลุมยีนเสี่ยงมะเร็งเต้านมได้ประมาณ 70% แต่ในข้อมูลคนไทยกลับครอบคลุมเพียง 30 กว่าเปอร์เซ็นต์

 

การวิเคราะห์ต่อมาพบว่า หากเพิ่มจำนวนยีนที่ตรวจเป็นประมาณ 20 ยีน จะสามารถครอบคลุมยีนเสี่ยงที่พบในข้อมูลคนไทยได้ประมาณ 95% และองค์ความรู้นี้ถูกนำไปต่อยอดสู่การพัฒนา ชุดตรวจยีนเสี่ยงมะเร็ง 29 ยีน ซึ่งครอบคลุมมะเร็งหลายชนิด ทั้งมะเร็งเต้านม ลำไส้ ตับอ่อน และรังไข่ได้

 

 

จากรู้ยีนมะเร็ง สู่เลือก “ยามุ่งเป้า”

ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร หัวหน้าศูนย์วิจัยความเป็นเลิศด้านการแพทย์แม่นยำ ศูนย์จีโนมิกส์ โรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า คุณค่าของข้อมูลพันธุกรรมในผู้ป่วยมะเร็งไม่ได้อยู่เพียงการบอกความเสี่ยง แต่สามารถใช้ตั้งแต่การวินิจฉัยไปจนถึงการเลือกการรักษา

 

“ถ้าเราเข้าใจว่าในเซลล์มะเร็งของคนแต่ละคน เขามีการกลายพันธุ์อะไรที่ทำให้เขาเป็นมะเร็ง โดยหลักการก็คือเราสามารถใช้ในการวินิจฉัยได้แน่นอน”

 

และหากการกลายพันธุ์นั้นมีตัวยาที่ออกฤทธิ์ตรงเป้าหมาย ก็สามารถนำข้อมูลมาใช้เลือกยาให้เหมาะกับผู้ป่วยได้

 

“ยามุ่งเป้าจะออกฤทธิ์ได้ดีต้องมีเป้าให้มันออกฤทธิ์ ก็คือจะต้องมียีนกลายพันธุ์ที่ตรง เพราะฉะนั้นข้อมูลทางพันธุกรรมสำคัญมากเลยในการเลือกวางแผนการรักษาคนไข้มะเร็ง” 

 

ข้อมูลพันธุกรรมยังสามารถขยายประโยชน์จากผู้ป่วยไปถึงคนในครอบครัว เพราะมะเร็งบางส่วนเกิดจากการกลายพันธุ์ที่ถ่ายทอดไปยังลูกหลานได้ หากตรวจพบในผู้ป่วย สมาชิกครอบครัวสามารถเข้ารับการตรวจและเฝ้าระวังก่อนเกิดโรค

 

ข้อมูลจาก Genomics Thailand พบว่า ในกลุ่มผู้หญิงไทยที่เป็นมะเร็ง มีการตรวจพบยีนที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งที่สามารถถ่ายทอดในครอบครัวในระดับประมาณ 1 ใน 7

 

ศ.นพ.มานพ กล่าวว่า “การตรวจนี่คุ้มมากในการที่จะใช้เทคโนโลยี ซึ่งหลายคนอาจจะมองว่าแพง แต่จริง ๆ แล้วถ้าเอามาใช้ในบริบทที่ถูกต้อง คุ้มค่ามาก และประหยัดด้วย ถ้าเราสามารถจะขยายการตรวจนี้ไปยังสมาชิกครอบครัว เพราะเราสามารถป้องกันได้” 

 

เปิดพันธุกรรมคนไทย 50,000 ราย! พบ 122 ล้านตำแหน่งที่โลกยังไม่เคยรายงาน

 

 

คนไทยด้วยกัน พันธุกรรมก็ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด

ข้อค้นพบจาก Genomics Thailand ยังลงลึกไปอีกระดับ เพราะความแตกต่างไม่ได้มีเพียงระหว่าง “คนไทยกับต่างชาติ” เท่านั้น แม้แต่ประชากรในประเทศไทยเองก็มีความหลากหลายทางพันธุกรรมระหว่างพื้นที่

 

ผศ.นพ.ปุณฑพ วิชาจารย์ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศการแพทย์แม่นยำและหัวหน้าสาขาวิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ประชากรภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวนประมาณหนึ่งในสามของประเทศ และ Genomics Thailand ทำให้ผู้ป่วยในภูมิภาคเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงได้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้เห็นความแตกต่างของประชากรในแต่ละพื้นที่

 

“พันธุกรรมของมนุษย์เรามีความหลากหลาย แม้กระทั่งในคนไทยเองก็ยังมีความแตกต่างกันไป ในส่วนของภาคอีสานเราก็จะมีลักษณะพันธุกรรมแบบหนึ่ง ภาคเหนือแบบหนึ่ง ภาคใต้แบบหนึ่ง” 

 

ในกลุ่มผู้ป่วยโรคหายากที่เข้าร่วมโครงการในภาคอีสาน เกือบ 40% ได้รับคำตอบเกี่ยวกับสาเหตุของโรคและนำไปสู่การรักษาที่เหมาะสม ขณะที่ข้อมูลยังสามารถนำไปใช้ตรวจสมาชิกครอบครัว เพื่อป้องกันการเกิดโรคเดิมซ้ำในครอบครัวได้ 

 

ตัวอย่างที่เห็นความสำคัญของข้อมูลระดับภูมิภาค คือ ภาวะทารกบวมน้ำ

 

ผศ.นพ.ปุณฑพ อธิบายว่า ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบกรณีทารกบวมน้ำอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งสาเหตุที่เป็นที่รู้จักกันดีคือธาลัสซีเมีย แต่ข้อมูลจากโครงการทำให้พบความผิดปกติทางพันธุกรรมอื่นด้วย เช่น โรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของเยื่อหุ้มเซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งสามารถทำให้เกิดภาวะทารกบวมน้ำเช่นกัน

 

ที่สำคัญคือ ความแปรผันทางพันธุกรรมกลุ่มดังกล่าวพบในภาคอีสานค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น

 

“องค์ความรู้ที่เราได้ตรงนี้ เราไปพัฒนาเป็นระบบในการคัดกรอง วินิจฉัย แล้วก็ป้องกันแบบครบวงจร เพื่อลดการเกิดภาวะทารกบวมน้ำ...โมเดลนี้เรายังพบพันธุกรรมของโรคอื่น ๆ ที่มีความจำเพาะในแต่ละพื้นที่ เราก็จะใช้โมเดลนี้ในการพัฒนาการดูแลคนไข้ของประเทศไทยให้ตรงจุดเลยว่า คนกลุ่มนี้ต้องดูแลอันนี้เป็นพิเศษ” 

 

 

เปิดพันธุกรรมคนไทย 50,000 ราย! พบ 122 ล้านตำแหน่งที่โลกยังไม่เคยรายงาน

 

ประเมินความคุ้มค่า ลงทุน 1 บาท สร้างผลตอบแทนสังคมราว 6.5 บาท

เมื่อการสร้างฐานข้อมูลจีโนมระดับประเทศต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก อีกคำถามสำคัญจึงอยู่ที่ ความคุ้มค่าของการลงทุน

 

ผลการศึกษาที่ สวรส. ร่วมกับสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยเผยแพร่ในปี 2568 ประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน หรือ SROI (Social Return on Investment) ของ Genomics Thailand อยู่ที่ประมาณ 6.51–6.58 เท่า

 

หมายความว่า เงินลงทุนทุก 1 บาท สามารถสร้างผลลัพธ์ทางสังคมคิดเป็นมูลค่าประมาณ 6.5 บาท ขณะที่มูลค่าปัจจุบันสุทธิ หรือ NPV ของผลประโยชน์จากโครงการอยู่ที่มากกว่า 5.6 หมื่นล้านบาท

 

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่ผลตอบแทนเป็นเงินสดที่รัฐได้รับกลับมา แต่เป็นการตีมูลค่าผลลัพธ์ทางสังคมที่เกิดจากการลงทุน เช่น ประโยชน์ด้านสุขภาพ การลดภาระจากการเจ็บป่วย และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยที่ดีขึ้น

 

.....

 

เมื่อมองจากผลลัพธ์ของโครงการระยะแรก ตัวเลข 50,000 จีโนม จึงไม่ใช่เพียงจำนวนตัวอย่างที่ประเทศไทยถอดรหัสสำเร็จได้เท่านั้น แต่อยู่ที่ว่า จะสามารถเปลี่ยนข้อมูลเหล่านี้ให้กลายเป็น การวินิจฉัย การป้องกัน และการรักษาที่แม่นยำขึ้นสำหรับคนไทยแต่ละคนและแต่ละพื้นที่ได้มากเพียงใด

 

สำหรับเฟสที่ 2 ซึ่งยังรอการอนุมัติงบประมาณจากกระทรวงสาธารณสุข จะมีเป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนข้อมูลจีโนม แต่รวมถึงการต่อยอดองค์ความรู้จากระยะแรก และทำให้ฐานข้อมูลที่สร้างขึ้นสามารถถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการวิจัยและระบบสุขภาพได้มากขึ้น

 

โดยเฉพาะการวางรากฐานด้านกฎหมายจากการใช้ข้อมูลทางพันธุกรรม  เช่น การทำประกันหรือการจ้างงาน ซึ่งมีการเสนอให้ศึกษาความเป็นไปได้ในการมีกฎหมายเฉพาะเพื่อคุ้มครองประชาชนจากการเลือกปฏิบัติด้วยข้อมูลพันธุกรรม คล้าย Genetic Information Nondiscrimination Act หรือ GINA ของสหรัฐฯ.

ข่าวล่าสุด

ธปท. แจงข้อกังวลไทยเสี่ยง “Japanification” ตามรอยญี่ปุ่น

ธปท. แจงข้อกังวลไทยเสี่ยง “Japanification” ตามรอยญี่ปุ่น