
เกาหลีใต้ระดมทุกหน่วยรับมือคลื่นความร้อนเข้าขั้นวิกฤต ดับแล้ว 21 ราย
ประธานาธิบดีเกาหลีใต้สั่งทุกหน่วยงานรับมือคลื่นความร้อนเต็มกำลัง หลังเสียชีวิตแล้ว 21 ราย กรุงโซลจ่อแตะ 39 องศาฯ พร้อมใช้โดรนเตือนเกษตรกรสูงวัย
รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศระดมทุกหน่วยงานรับมือคลื่นความร้อนอย่างเต็มรูปแบบ หลังอุณหภูมิพุ่งสูงต่อเนื่องและมีผู้เสียชีวิตจากสภาพอากาศร้อนแล้วอย่างน้อย 21 ราย ขณะที่กรุงโซลมีแนวโน้มทำสถิติอุณหภูมิสูงสุดในรอบหลายปี โดยคาดว่าอุณหภูมิจะพุ่งแตะ 39 องศาเซลเซียส ในวันที่ 6 สิงหาคม
ประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ระบุในการประชุมรับมือคลื่นความร้อนว่า เกาหลีใต้กำลังเผชิญสภาพอากาศร้อนรุนแรงในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พร้อมสั่งการให้ทุกกระทรวงและหน่วยงานท้องถิ่นระดมบุคลากรและทรัพยากรทั้งหมด จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ผู้นำเกาหลีใต้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งปกป้องชีวิตประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง รวมถึงบังคับใช้อย่างเข้มงวดให้แรงงานกลางแจ้งหยุดพักในช่วงเวลาที่อากาศร้อนที่สุดของวัน เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคลมแดดและภาวะเจ็บป่วยจากความร้อน
หากอุณหภูมิในกรุงโซลแตะ 39 องศาเซลเซียสตามที่คาดการณ์ไว้ จะเข้าใกล้สถิติสูงสุดตลอดกาลของเมืองที่ 39.6 องศาเซลเซียส ซึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2561
ตลอดคืนที่ผ่านมา หลายพื้นที่ในกรุงโซลมีอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากพากันไปพักตามลำธาร ห้างสรรพสินค้า และสถานที่ที่มีเครื่องปรับอากาศเพื่อคลายร้อน
ผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนยังลุกลามไปถึงการแข่งขันกีฬา โดยองค์การเบสบอลเกาหลี (KBO) ยกเลิกการแข่งขันทั้ง 10 คู่ที่กำหนดไว้ในวันพุธและพฤหัสบดี หลังมีรายงานผู้ชมหลายคนเป็นลมจากอากาศร้อน รวมถึงแฟนกีฬาที่หมดสติระหว่างชมการแข่งขันในเมืองอินชอน
นักอุตุนิยมวิทยาระบุว่า แม้พายุไต้ฝุ่น "ดอลฟิน" จะไม่เคลื่อนเข้าสู่เกาหลีใต้โดยตรง แต่กลับมีส่วนทำให้คลื่นความร้อนรุนแรงขึ้น เนื่องจากช่วยเสริมกำลังลมตะวันออกที่พัดผ่านแนวเทือกเขา ก่อนเปลี่ยนเป็นลมร้อนและแห้งเมื่อเคลื่อนลงสู่พื้นที่ฝั่งตะวันตก ส่งผลให้อุณหภูมิในกรุงโซลและหลายพื้นที่สูงขึ้น
นอกจากนี้ จังหวัดคย็องซังเหนือ ซึ่งเป็นแหล่งเกษตรกรรมสำคัญและมีอุณหภูมิสูงถึง 41.2 องศาเซลเซียสได้นำโดรนติดตั้งลำโพงและกล้องถ่ายภาพความร้อนมาใช้บินแจ้งเตือนเกษตรกร โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ให้หยุดพัก ดื่มน้ำ และหลีกเลี่ยงการทำงานกลางแดดเป็นเวลานาน
โดรนดังกล่าวสามารถบินได้ไกลถึง 5 กิโลเมตร และเข้าถึงพื้นที่ห่างไกลที่รถยนต์เดินทางได้ยาก พร้อมส่งข้อความเตือน เช่น "อย่าทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน" และ "ขณะนี้มีประกาศเตือนคลื่นความร้อน โปรดใช้ความระมัดระวัง"
ทางการระบุว่า เดิมระบบโดรนถูกพัฒนาขึ้นในปี 2566 เพื่อเฝ้าระวังสัตว์ป่า ก่อนจะนำมาประยุกต์ใช้แจ้งเตือนภัยคลื่นความร้อนตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อเกษตรกรที่มักไม่ได้ยินเสียงประกาศจากหอกระจายข่าวขณะทำงานอยู่ในแปลงเกษตร และเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการเจ็บป่วยจากสภาพอากาศร้อนอย่างทันท่วงที.







