
ชาติยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรง อิตาลีเตือนภัยระดับสูงสุด
คลื่นความร้อนปกคลุมยุโรป อิตาลีประกาศเตือนภัยสูงสุดทุกเมืองใหญ่ ฮังการี-โรมาเนียลดใช้ไฟฟ้า หลังระดับน้ำแม่น้ำสำคัญลด กระทบพลังงานและคมนาคม
หลายประเทศในยุโรปยังคงเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยอิตาลีประกาศยกระดับการเตือนภัยด้านสุขภาพสูงสุดในทุกเมืองใหญ่ทั่วประเทศเป็นครั้งแรก ขณะที่ฮังการีและโรมาเนียใช้มาตรการประหยัดพลังงานด้วยการปิดไฟส่องสว่างอาคารสำคัญ หลังสภาพอากาศร้อนจัดส่งผลกระทบต่อระบบพลังงานและทรัพยากรน้ำ
ยุโรป ซึ่งเป็นทวีปที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเร็วที่สุดในโลก กำลังเผชิญสถิติอากาศร้อนและไฟป่าครั้งใหญ่ในช่วงฤดูร้อนปีนี้ โดยฝรั่งเศสและสเปนได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
คณะกรรมาธิการยุโรปเตรียมผลักดันให้ประเทศสมาชิกเพิ่มการลงทุนในมาตรการป้องกันไฟป่า หลังผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจากไฟป่าฤดูร้อนปีนี้สูงกว่า 15,000 ล้านยูโร (ประมาณ 606,000 ล้านบาท) แล้ว
ล่าสุด บัลแกเรียกลายเป็นประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปรายล่าสุดที่เผชิญไฟป่าขนาดใหญ่ โดยเปลวเพลิงลุกลามข้ามทางหลวงสายหลัก "ทราเกีย" ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงโซเฟีย ส่งผลให้ต้องปิดการจราจรทั้งสองทิศทาง
อิตาลีเตือนภัยทั่วประเทศ
กระทรวงสาธารณสุขอิตาลีประกาศเตือนภัยระดับสีแดง ครอบคลุมตั้งแต่เมืองปาแลร์โมบนเกาะซิซิลีทางตอนใต้ ไปจนถึงเมืองโบลซาโนทางตอนเหนือ โดยเตือนว่าอุณหภูมิสูงต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่ม
ที่เมืองอัสซีซี ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปาลีโอเสด็จเยือนในโอกาสครบรอบ 800 ปีการถึงแก่มรณภาพของนักบุญฟรานซิส อาสาสมัครต้องฉีดพ่นละอองน้ำให้ผู้แสวงบุญเพื่อคลายความร้อน ขณะที่นักท่องเที่ยวในกรุงโรมต่างกางร่มหลบแดดและใช้น้ำจากน้ำพุสาธารณะช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย
หลายพื้นที่ในแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา ทางตอนเหนือของอิตาลี มีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส โดยเมืองบาญญากาวัลโล ใกล้เมืองราเวนนา วัดอุณหภูมิได้สูงถึง 42.8 องศาเซลเซียส
ระดับน้ำลด กระทบพลังงานและขนส่ง
ฮังการีปิดไฟประดับและไฟส่องสว่างที่ไม่จำเป็นในอาคารราชการ รวมถึงอาคารรัฐสภา ปราสาทบูดา และสะพานเชนในเวลากลางคืน เพื่อลดการใช้พลังงาน หลังระดับน้ำในแม่น้ำดานูบลดลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งเดียวของประเทศ ซึ่งใช้น้ำจากแม่น้ำดานูบในการหล่อเย็น ต้องลดกำลังการผลิตลงอย่างมาก ทำให้ระบบไฟฟ้าของประเทศตึงตัว
ด้านโรมาเนียเตรียมนำเรือบรรทุกหิน 4 ลำ ลงในแม่น้ำดานูบเพื่อเปลี่ยนทิศทางการไหลของน้ำ ช่วยรักษาระดับน้ำสำหรับเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ยังเดินเครื่องอยู่ ขณะที่กรุงบูคาเรสต์ลดความสว่างของไฟถนนลงหนึ่งในสาม และปิดไฟอาคารสำคัญกับพิพิธภัณฑ์ในช่วงกลางคืนเพื่อลดการใช้ไฟฟ้า
ในมอลโดวา ซึ่งอุณหภูมิสูงเกิน 38 องศาเซลเซียส นายกรัฐมนตรีวาซิเล โตฟาน เรียกร้องให้ประชาชนลดการใช้ไฟฟ้า พร้อมเตือนว่าหากความต้องการใช้ไฟยังอยู่ในระดับสูง ประเทศอาจต้องใช้มาตรการตัดไฟหมุนเวียน เนื่องจากยูเครนและโรมาเนียไม่สามารถส่งไฟฟ้าช่วยได้เพียงพอในช่วงความต้องการใช้สูงสุด
ขณะเดียวกัน ระดับน้ำในแม่น้ำไรน์ของเยอรมนีที่ลดลงยังส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้า โดยเรือบรรทุกสินค้าหลายลำต้องลดปริมาณบรรทุก ทำให้ต้นทุนการขนส่งสินค้า เช่น ธัญพืช แร่ธาตุ ถ่านหิน และผลิตภัณฑ์น้ำมัน ปรับตัวสูงขึ้น







