
ไทยผนึก FBI ขยายผลปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หารือร่วมกับผู้อำนวยการ FBI แห่งสหรัฐฯ เพื่อยกระดับความร่วมมือในการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ
KEY
POINTS
- อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หารือร่วมกับผู้อำนวยการ FBI แห่งสหรัฐฯ เพื่อยกระดับความร่วมมือในการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ
- รัฐบาลไทยยกระดับปัญหาดังกล่าวเป็น "วาระแห่งชาติ" โดยที่ผ่านมาสามารถอายัดทรัพย์สินจากเครือข่ายอาชญากรรมได้แล้วหลายหมื่นล้านบาท
- ทั้งสองประเทศตกลงแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก และร่วมมือกับนานาชาติ เพื่อ "ถอนรากถอนโคน" เครือข่ายสแกมเมอร์ระดับโลก
วันนี้ (21 กรกฎาคม 2569) เวลา 09.00 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้การต้อนรับ Mr. Kash Patel ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI) เนื่องในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย
วาระสำคัญในการหารือครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งปัจจุบันถือเป็นภัยคุกคามทางเศรษฐกิจและสังคมที่สร้างผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างทั่วโลก
ชู "วาระแห่งชาติ" ปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์
ในการหารือร่วมกัน นายกรัฐมนตรีของไทยได้เน้นย้ำจุดยืนของรัฐบาล โดยระบุว่าการรับมือกับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาตินั้น ถูกกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติของประเทศไทย ที่ผ่านมารัฐบาลและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายได้บูรณาการการทำงานจนเกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดตามและอายัดทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์และอาชญากรรมรูปแบบต่างๆ ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวมแล้วกว่าหลายหมื่นล้านบาท
ทางด้านผู้อำนวยการ FBI ได้กล่าวชื่นชมความมุ่งมั่นและผลการดำเนินงานของทางการไทย ในการสกัดกั้นและปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ ตลอดจนอาชญากรรมข้ามชาติในมิติอื่นๆ อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นการปราบปรามยาเสพติด การต่อต้านอาชญากรรมระหว่างประเทศ และการค้ามนุษย์
นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่าการทำงานร่วมกันระหว่าง FBI และสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะต่อยอดความร่วมมือนี้ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในมิติของการบูรณาการและการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านความมั่นคง
ต่อยอดเวที Summit สู่เป้าหมาย "ถอนรากถอนโคน" เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
นอกเหนือจากการประเมินผลการทำงานที่ผ่านมา ผู้แทนระดับสูงของทั้งสองประเทศยังได้แลกเปลี่ยนทรรศนะเชิงยุทธศาสตร์ และตกลงที่จะขยายกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศในประเด็นสำคัญ ดังนี้
- การบังคับใช้กฎหมายระดับภูมิภาค: ผู้อำนวยการ FBI ได้แสดงความขอบคุณรัฐบาลไทยที่รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Summit for the Scam Centers ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 20–21 กรกฎาคม 2569 พร้อมยกย่องประเทศไทยในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ด้านการบังคับใช้กฎหมายเพื่อต่อต้านขบวนการหลอกลวงออนไลน์ในระดับภูมิภาค
- การทลายเครือข่ายอย่างเบ็ดเสร็จ: ทิศทางการดำเนินงานร่วมกันนับจากนี้ จะไม่จำกัดอยู่เพียงแค่การจับกุมผู้กระทำความผิดในระดับปฏิบัติการ แต่ไทยและสหรัฐฯ พร้อมประสานงานกับนานาชาติ เพื่อตั้งเป้าหมายสูงสุดในการ "ถอนรากถอนโคน" ทลายโครงสร้างของเครือข่ายสแกมเมอร์และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติให้หมดสิ้นไป
ในช่วงท้ายของการหารือ ทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะปฏิบัติงานอย่างเต็มขีดความสามารถ เนื่องจากปัญหาดังกล่าวเป็นภัยคุกคามไร้พรมแดนที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพลเมืองทั่วโลก การป้องกันและปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์อย่างถาวรและยั่งยืน จึงจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการข้อมูลและทรัพยากรจากประชาคมโลกอย่างจริงจัง







