
BBL แจ้งงบ Q2/69 กำไร 9,498 ล้าน วูบ 19.8% ฉุดครึ่งปีแรก 20,492 ล้าน ลดลง 16.2%
BBL ไตรมาส 2/69 กำไร 9,498 ล้านบาท ลดลง 19.8% ฉุดครึ่งปีแรก มีกำไร 20,492 ล้าน ลดลง 16.2% หลังรายได้ดอกเบี้ยลดลง แต่สินเชื่อยังโต 2.7% พร้อมรักษาเงินสำรองหนี้แกร่ง 306.3% และเงินกองทุนสูงกว่าเกณฑ์
KEY
POINTS
- ธนาคารกรุงเทพ (BBL) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 9,498 ล้านบาท ลดลง 19.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ผลกำไรที่ลดลงในไตรมาส 2 ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมครึ่งปีแรกของปี 2569 อยู่ที่ 20,492 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 16.2%
- ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรลดลงคือรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลง 12.4% ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ธนาคารปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL และบริษัทย่อย รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ จำนวน 9,498 ล้านบาท ลดลง 13.6% จากไตรมาสก่อน และลดลง 19.8% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้มีกำไรสุทธิสำหรับงวดแรกปี 2569 จำนวน 20,492 ล้านบาท ลดลง 16.2% เทียบกับงวดเดียวกันปีก่อน
โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 12.4% จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 2.46% อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของเงินให้สินเชื่อยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ของธนาคารและชดเชยผลกระทบบางส่วนจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ย
นอกจากนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิปรับตัวดีขึ้น จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริการประกันผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวม รวมถึงค่าธรรมเนียมธุรกิจหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นตามภาวะตลาดทุนและกิจกรรมการซื้อขาย ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานอื่นลดลงส่วนใหญ่จากกำไรสุทธิจากเงินลงทุน
สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานลดลง 6.5% สะท้อนถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสมควบคู่กับการพัฒนาและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 47.1% ทั้งนี้ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นมีจำนวน 17,435 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันปีก่อน เป็นผลจากการดำเนินนโยบายการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง
ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,678,467 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากสิ้นปีก่อน จากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่และสินเชื่อลูกค้ากิจการต่างประเทศ สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ 3.3% ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 306.3% เป็นผลจากการที่ธนาคารยึดหลักการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังและรอบคอบอย่างต่อเนื่อง
ธนาคารมีเงินรับฝาก ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 จำนวน 3,212,308 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% จากสิ้นปีก่อน และมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ 83.4% ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ที่ 21.4% 16.9% และ 16.9% ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด







