
KTB กำไร Q2/69 โต 9% แตะ 12,125 ล้าน หนุนครึ่งปีแรก กำไรพุ่ง 24,562 ล้าน
แบงก์กรุงไทย งบไตรมาส 2/69 กำไรสุทธิ 12,125 ล้านบาท โต 9% หนุนครึ่งปีแรก กำไรสุทธิโต 7.6% แตะ 24,562 ล้านบาท จากการเติบโตของสินเชื่อ ธุรกิจ Wealth และตลาดเงินตลาดทุน
KEY
POINTS
- ธนาคารกรุงไทย (KTB) ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 12,125 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิรวม 24,562 ล้านบาท เติบโตขึ้น 7.6% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปีก่อน
- การเติบโตมีปัจจัยหนุนจากการขยายตัวของสินเชื่อ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากธุรกิจ Wealth และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารเท่ากับ 12,125 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% เทียบกับไตรมาส 2/2568 สะท้อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ภายใต้การบริหารคุณภาพสินทรัพย์อย่างรอบคอบ ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก โดยสินเชื่อรวมขยายตัว 5.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แรงหนุนหลักจากสินเชื่อรายย่อย สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และสินเชื่อภาครัฐ
ทั้งนี้ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 13.5% ตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลง และการปรับลดดอกเบี้ยผ่านมาตรการเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนสุทธิต่อสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ (NIM) เท่ากับ 2.45%
ขณะที่ธนาคารยังคงมุ่งเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพื่อเสริมความยั่งยืนของรายได้ โดยรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ เพิ่มขึ้น 10.3% จากการเติบโตของธุรกิจ Wealth ผ่านการขับเคลื่อนจาก 3 แกนหลัก คือ Digital, Product Innovation และ Distribution และการขยายตัวของรายได้อื่น จากธุรกิจตลาดเงินตลาดทุนตามภาวะตลาด
ธนาคารยังคงบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ Cost to Income Ratio ลดลงมาอยู่ที่ 38.9% จาก 42.3% เป็นผลจากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายในการบริหารทรัพย์สินรอการขาย
ขณะเดียวกัน ธนาคารยังคงเดินหน้าลงทุนด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันรองรับการเติบโตในระยะยาว
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดยมี NPL Ratio อยู่ที่ 2.92% มี Credit Cost ในระดับที่เหมาะสมที่ 0.95% รักษา Coverage Ratio ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องที่ร้อยละ 205 เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจได้อย่างเพียงพอ
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารเท่ากับ 24,562 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 14.7% จากทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลงและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ ควบคู่กับการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยยังเติบโตต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนของธุรกิจ Wealth การขยายตัวของธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน การรับรู้รายได้บางส่วนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมสำหรับเงินลงทุนในกลุ่ม Transportation รวมถึงรายได้จากหนี้สูญรับคืนจาก Recovery Engine ที่ธนาคารให้ความสำคัญ
ธนาคารบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในองค์รวมอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ Cost to Income ratio เท่ากับ 38.9% ลดลงจาก 41.3% พร้อมการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในระดับที่เหมาะสม สอดคล้องกับคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น โดยมี credit cost อยู่ที่ 1.05%
ณ 30 มิถุนายน 2569 กลุ่มธุรกิจทางการเงินมี อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (%CET1) ที่ 18.7% และอัตราส่วนเงินกองทุน (%CAR) ที่ 20.7% ซึ่งอยู่ในระดับสูง โดยธนาคารให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเงินกองทุน อย่างมีวินัย ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพ พร้อมจัดสรรเงินทุนให้สอดคล้องกับโอกาสเชิงกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน มีสภาพคล่องในระดับที่เพียงพอโดยรักษาระดับของ Liquidity Coverage ratio (LCR) อย่างต่อเนื่อง สูงกว่าเกณฑ์ที่ ธปท.กำหนด
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า ธนาคารเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจตาม 5 ยุทธศาสตร์สำคัญ มุ่งยกระดับศักยภาพองค์กร ด้วยการนำเทคโนโลยี AI มาใช้สร้างคุณค่า (Value-Led) ในทุกมิติ ทั้งการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน การพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันทางการเงินที่เข้าใจและเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น
นอกจากนี้ ยังเร่งปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินธุรกิจ (Operating Model) สอดคล้องกับการเร่ง Reshape Portfolio ให้เติบโตไปกับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย พร้อมเร่งนำจังหวะการปรับตัวของลูกค้าในด้าน Energy & Low-Carbon Transition มาเป็นโอกาสเติบโตสินเชื่อ
รวมทั้งยังคงเป็นผู้นำในการตอบโจทย์ลูกค้าผ่านผลิตภัณฑ์ Wealth ใหม่ ๆ ในรูปแบบ 24/7 ช่วยเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการลงทุนของคนไทย ครอบคลุมทั้งในและต่างประเทศ และยังได้รับอนุญาตให้เริ่มดำเนินธุรกิจ Virtual Bank ร่วมกับพันธมิตรเป็นรายแรกของประเทศ เพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการทางการเงินดิจิทัล สร้างประสบการณ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ เพิ่มโอกาสการเข้าถึงกลุ่ม Underserved โดยธนาคารมุ่งมั่นสร้างคุณค่าร่วมกับลูกค้า ภาคธุรกิจ และพันธมิตรทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด “60 ปีกรุงไทย ทุกก้าว เพื่อล้านอนาคต”







