
อียูจ่อคุมเด็กใช้โซเชียลมีเดีย ต่ำกว่า 13 ปีเข้มทั่วภูมิภาค
สหภาพยุโรปเตรียมออกมาตรการจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียของเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี พร้อมกำหนดการเข้าถึงตามช่วงวัย หวังลดความเสี่ยงจากโลกออนไลน์
สหภาพยุโรป (EU) เตรียมเดินหน้ามาตรการครั้งใหญ่เพื่อจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็กทั่วทั้ง 27 ประเทศสมาชิก โดยมีเป้าหมายเพิ่มความปลอดภัยในโลกดิจิทัลและลดผลกระทบจากเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม รวมถึงพฤติกรรมการใช้งานที่อาจนำไปสู่การเสพติดออนไลน์
นาง เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ (14 ก.ค.) ว่า คณะกรรมาธิการกำลังพิจารณาข้อเสนอจากผู้เชี่ยวชาญ 2 ราย ซึ่งเสนอให้ใช้ระบบการเข้าถึงโซเชียลมีเดียแบบ แบ่งตามช่วงอายุ (Tiered Access)เพื่อให้เด็กได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสมตามพัฒนาการ
เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี ใช้งานได้ภายใต้การดูแล
ข้อเสนอระบุว่า เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี ควรได้รับอนุญาตให้ใช้โซเชียลมีเดียได้เพียงช่วงเวลาจำกัด และต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของผู้ปกครอง ครู หรือผู้ดูแล
เมื่อเด็กมีอายุมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่น ข้อจำกัดต่าง ๆ จะทยอยผ่อนคลายตามลำดับ เพื่อให้สอดคล้องกับระดับวุฒิภาวะและความสามารถในการใช้งานสื่อดิจิทัลอย่างปลอดภัย
ฟอน เดอร์ ไลเอิน กล่าวว่า ปัจจุบันคำถามสำคัญไม่ใช่ว่าเด็กกำลังเผชิญความเสี่ยงบนโลกออนไลน์หรือไม่ เพราะคำตอบนั้นชัดเจนอยู่แล้ว แต่คือการที่ภาครัฐจะออกแบบมาตรการอย่างไร เพื่อให้เด็กเริ่มต้นใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัยที่สุด
"เป็นที่ชัดเจนว่า เราจำเป็นต้องมีข้อจำกัดที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัยในการเข้าถึงแพลตฟอร์มออนไลน์"
เตรียมเสนอร่างกฎหมายหลังฤดูร้อน
ประธานคณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า มีแนวโน้มที่จะนำข้อเสนอของผู้เชี่ยวชาญไปพัฒนาเป็นนโยบายอย่างเป็นทางการ โดยคณะกรรมาธิการยุโรปจะจัดทำข้อเสนอฉบับสมบูรณ์หลังช่วงฤดูร้อน และคาดว่าจะประกาศรายละเอียดในสุนทรพจน์ State of the Union ที่มีกำหนดในเดือนกันยายน
หากได้รับความเห็นชอบ มาตรการดังกล่าวจะถือเป็นความพยายามครั้งใหญ่ที่สุดของสหภาพยุโรปในการกำหนดมาตรฐานการคุ้มครองเด็กจากความเสี่ยงบนแพลตฟอร์มออนไลน์
เล็งครอบคลุมมากกว่าโซเชียลมีเดีย
ฟอน เดอร์ ไลเอิน ระบุว่า มาตรการใหม่อาจไม่ได้จำกัดเฉพาะแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเท่านั้น แต่จะครอบคลุมบริการดิจิทัลอื่น ๆ ที่มีคุณลักษณะไม่เหมาะสมกับเด็ก หรือออกแบบให้ผู้ใช้งานเกิดพฤติกรรมเสพติด เช่น ระบบแนะนำเนื้อหาอัตโนมัติและฟีเจอร์ที่กระตุ้นให้ใช้งานต่อเนื่อง
เธออธิบายว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นลักษณะ "Social Media Plus" หรือการกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีความเสี่ยงในวงกว้าง ไม่ใช่เฉพาะโซเชียลมีเดียเพียงอย่างเดียว
หลายประเทศเริ่มคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์
ก่อนหน้านี้ หลายประเทศได้ออกมาตรการหรืออยู่ระหว่างพิจารณาจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียของเด็กและเยาวชนแล้ว ได้แก่ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร จีน อินเดีย และสหรัฐอเมริกา โดยมาตรการส่วนใหญ่มีเป้าหมายครอบคลุมแพลตฟอร์มยอดนิยม เช่น TikTok, YouTube, Instagram และ Facebook
แม้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเหล่านี้จะระบุว่ามีมาตรการคุ้มครองผู้ใช้งานที่เป็นเด็กและกำหนดอายุขั้นต่ำในการสมัครใช้งานอยู่แล้ว แต่หน่วยงานกำกับดูแลในหลายประเทศยังเห็นว่า มาตรการที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอต่อการรับมือกับปัญหาเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม การเสพติดสื่อออนไลน์ และผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเด็ก
นักวิเคราะห์มองว่า หากสหภาพยุโรปออกกฎหมายดังกล่าวจริง จะสร้างแรงกดดันให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ต้องปรับระบบการยืนยันอายุ การคัดกรองเนื้อหา และการออกแบบแพลตฟอร์มให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานในแต่ละช่วงวัยมากขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการกำกับดูแลโลกดิจิทัลในระดับสากล.







