
ดุสิตธานีชูหลักสูตรใหม่ ดัน Future Food รับเมกะเทรนด์โลก
กลุ่มดุสิตธานีหนุนวิทยาลัยดุสิตธานี ปฏิรูปหลักสูตรในรอบ 15 ปี เปิดสาขาเทคโนโลยีอาหารฯ ผสมผสานศิลปะและวิทยาศาสตร์ ปั้นบุคลากรรับ Future Food
กลุ่มดุสิตธานี เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ ประกาศวิสัยทัศน์ใหญ่ในการผลิตบุคลากรคุณภาพเพื่อตอบโจทย์ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security)
พร้อมผลักดันวิทยาลัยดุสิตธานี เปิดตัวหลักสูตรใหม่ “เทคโนโลยีอาหารและการประกอบอาหารสร้างสรรค์ (Food Technology and Creative Culinary Arts)” นับเป็นการปฏิรูปหลักสูตรด้านอาหารครั้งสำคัญในรอบ 15 ปี
ขับเคลื่อนนโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก”
นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมอาหารคือกลไกหลักในการขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านแหล่งผลิตวัตถุดิบ ทว่ายังขาดการต่อยอดไปสู่ตลาดระดับโลกและกลุ่มอาหารแห่งอนาคต (Future Food)
"เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำอุตสาหกรรมบริการ กลุ่มดุสิตธานีจึงผลักดันการสร้างบุคลากรคุณภาพที่ตอบรับเมกะเทรนด์โลก โดยมั่นใจว่าหลักสูตรใหม่นี้จะรองรับการก้าวสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง และยกระดับมาตรฐานครัวไทยสู่ครัวโลกได้อย่างยั่งยืน" นายชนินทธ์ กล่าว
วิกฤตแรงงาน Food Tech และการสร้าง "สถาปนิกอาหาร"
ดร.อรรถเวทย์ พฤกษ์สถาพร อธิการบดีวิทยาลัยดุสิตธานี ระบุว่า อุตสาหกรรมอาหารของไทยกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนบุคลากรด้านนวัตกรรมอย่างรุนแรง
ข้อมูลจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และ สอวช. (NXPO) คาดการณ์ว่าระหว่างปี 2568–2572 ตลาดแรงงานอาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคต จะต้องการบุคลากรมากกว่า 47,000 คน โดยในปัจจุบันมีตำแหน่งงานเปิดรับกว่า 5,000 ตำแหน่งต่อปี แต่บัณฑิตที่จบออกไปยังไม่เพียงพอ
หลักสูตรใหม่นี้ (คาดว่าจะเปิดรับสมัครในปีการศึกษา 2570) ถูกออกแบบมาเพื่อปิดช่องว่างระหว่าง เชฟ และ นักวิทยาศาสตร์อาหาร โดยเปิดรับผู้เรียนทุกสาย ไม่จำกัดเฉพาะสายวิทยาศาสตร์ ด้วยสัดส่วนการเรียนรู้ที่สมดุล:
ศิลปะอาหาร (Culinary Arts): 40%
วิทยาศาสตร์อาหาร (Food Science): 40-50%
ธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ (Business): 10-20%
บัณฑิตที่จบมาจะกลายเป็น "สถาปนิกอาหาร" ที่เป็นได้ทั้งเจ้าของกิจการ (SME), เชฟ, นักคิดค้นสูตรอาหาร (R&D) หรือบุคลากรในโรงงานอุตสาหกรรม ที่สามารถต่อยอดแปรรูปผลิตภัณฑ์และสร้าง Storytelling เพิ่มมูลค่าสินค้าได้
ค่าเรียนและโครงสร้างหลักสูตร
เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว วิทยาลัยดุสิตธานีเตรียมเปิดหลักสูตรใหม่ "เทคโนโลยีอาหารและการประกอบอาหารสร้างสรรค์" (เริ่มรับสมัครปี 2570) โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้:
ค่าใช้จ่าย: ค่าเรียนตลอดหลักสูตร 4 ปี อยู่ที่ 450,000 บาท
เรียนได้ทุกสาย: เปิดกว้างสำหรับผู้เรียนทุกแผนการเรียน ไม่จำกัดว่าต้องมีพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์เท่านั้น
สัดส่วนการเรียนที่สมดุล: เนื้อหาไม่หนักวิทย์จนเกินไป โดยแบ่งเป็น วิทยาศาสตร์อาหาร 40-50%, ศิลปะการทำอาหาร 40%, และความรู้ด้านธุรกิจ 10-20%
ปั้น "สถาปนิกอาหาร" ด้วยหลักสูตรร่วมกับเอกชนระดับโลก
นี่ถือเป็นการปฏิรูปหลักสูตรครั้งใหญ่ในรอบ 15 ปีของวิทยาลัยดุสิตธานี โดยร่วมมือกับองค์กรชั้นนำอย่าง Thai Union, Ajinomoto และ NIA (สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ) มาร่วมออกแบบหลักสูตร
เป้าหมาย: เพื่ออุดช่องว่างระหว่าง "เชฟ" และ "นักวิทยาศาสตร์อาหาร" สร้างบัณฑิตที่เป็น "สถาปนิกอาหาร" ในคนๆ เดียว เมื่อเรียนจบสามารถเป็นได้ทั้ง:
นักคิดค้นและพัฒนาสูตรอาหาร (R&D) ที่บริษัทเอกชนต้องการตัวสูง
ผู้ประกอบการ SME หรือเจ้าของกิจการ
เชฟ หรือบุคลากรในโรงงานอุตสาหกรรมที่เข้าใจทั้งวิทยาศาสตร์ การแปรรูป และการทำ Storytelling เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้า







