
นักวิทยาศาสตร์ชี้คลื่นร้อนยุโรปเกิดยากหากไร้โลกร้อน
นักวิทยาศาสตร์เผยคลื่นความร้อนรุนแรงในยุโรปแทบเป็นไปไม่ได้หากไม่ใช่ฝีมือมนุษย์มนุษย์ เตือนอุณหภูมิสุดขั้วจะเกิดถี่และรุนแรงขึ้น เผยเฉพาะปี 2022ตายเกือบ 60,000 คน
นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศเปิดเผยว่า คลื่นความร้อนที่ทำลายสถิติและแผ่ปกคลุมยุโรปตะวันตกในช่วงสัปดาห์นี้ แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้นหากไม่มีผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ พร้อมระบุว่า ภาวะโลกร้อนทำให้โอกาสเกิดอุณหภูมิสูงผิดปกติในช่วงเวลากลางคืนเพิ่มขึ้นถึง 100 เท่า เมื่อเทียบกับสถานการณ์เมื่อราว 20 ปีก่อน
รายงานวิเคราะห์ของกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ World Weather Attribution (WWA) ระบุว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกในพื้นที่ศึกษาของยุโรปตะวันตก และเป็นอีกหลักฐานสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วเกิดขึ้นบ่อยครั้งและทวีความรุนแรงมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ สหราชอาณาจักรเพิ่งทำสถิติอุณหภูมิสูงสุดของเดือนมิถุนายน ขณะที่หลายประเทศในยุโรปเผชิญอากาศร้อนจัด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบราย ระบบไฟฟ้าบางพื้นที่ขัดข้อง โรงเรียนต้องปิดการเรียนการสอน และสถานที่ท่องเที่ยวรวมถึงแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมหลายแห่งต้องหยุดให้บริการชั่วคราว
ผลการศึกษาระบุว่า ภาวะโลกร้อนทำให้คลื่นความร้อนในยุโรปรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจนภายในเวลาเพียงไม่กี่ทศวรรษ โดยหากเปรียบเทียบกับคลื่นความร้อนครั้งใหญ่เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 1976 อุณหภูมิในครั้งนั้นจะต่ำกว่าคลื่นความร้อนปัจจุบันราว 3.5 องศาเซลเซียส
นักวิจัยยังวิเคราะห์ข้อมูลจากเมืองต่าง ๆ กว่า 800 เมืองทั่วยุโรป พบว่าประมาณ 45% ของเมืองทั้งหมดได้บันทึก หรือมีแนวโน้มจะบันทึกระดับ "ความเครียดจากความร้อน" สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ซึ่งภาวะดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนผ่านการขับเหงื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อโรคลมแดด ภาวะขาดน้ำ และการเสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้น
นักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า งานวิจัยตลอดหลายปีที่ผ่านมาให้ข้อสรุปตรงกันว่า ภาวะโลกร้อนจากกิจกรรมของมนุษย์ทำให้คลื่นความร้อนเกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงยิ่งขึ้น โดยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาไหม้ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ได้ผลักดันให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงกว่าช่วงก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 19 แล้วประมาณ 1.4 องศาเซลเซียส
แคลร์ บาร์นส์ นักวิจัยด้านสภาพอากาศสุดขั้วจาก Imperial College London และผู้ร่วมจัดทำรายงาน WWA กล่าวว่า โลกยังดำเนินมาตรการเพื่อลดอัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิได้ไม่เพียงพอ ดังนั้นหากแนวโน้มโลกร้อนยังดำเนินต่อไป สถิติอุณหภูมิสูงสุดจะถูกทำลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเกิดถี่ขึ้นในอนาคต
ยุโรปถือเป็นทวีปที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเร็วที่สุดในโลก ส่งผลให้ภูมิภาคแห่งนี้มีความเปราะบางต่อเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วมากกว่าหลายพื้นที่
รายงานยังเตือนว่า ผลกระทบด้านสุขภาพจากคลื่นความร้อนครั้งนี้เพิ่งเริ่มปรากฏ และอ้างอิงงานวิจัยที่พบว่า ในช่วงฤดูร้อนปี 2022 มีประชาชนในยุโรปเสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับความร้อนมากกว่า 60,000 คน หลังเผชิญคลื่นความร้อนต่อเนื่องหลายระลอก
นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า อุณหภูมิในเวลากลางคืนที่สูงผิดปกติเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถฟื้นตัวจากความร้อนที่สะสมในช่วงกลางวันได้ โดยหลายพื้นที่ของฝรั่งเศสมีอุณหภูมิกลางคืนสูงกว่า 20 องศาเซลเซียสต่อเนื่องนานกว่าหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งเป็นระดับที่เรียกว่า "คืนเขตร้อน" (Tropical Night) และบางคืนอุณหภูมิต่ำสุดยังสูงเกือบ 30 องศาเซลเซียส
อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนไม่ได้เป็นปัจจัยที่ทำให้คลื่นความร้อนในยุโรปครั้งนี้รุนแรงขึ้น โดยสาเหตุหลักยังคงมาจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์เป็นสำคัญ







