
เปิดงานวิจัยล่าสุด! ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงเป็น “มะเร็ง” เร็วขึ้น?
เปิดวิจัยล่าสุดที่พยายามหาคำตอบว่าทำไมคนรุ่นใหม่ถึงเป็น “มะเร็ง” เร็วขึ้น?
KEY
POINTS
- งานวิจัยล่าสุดชี้ว่าคนรุ่นใหม่มีแนวโน้ม "แก่ทางชีวภาพ" เร็วกว่าคนรุ่นก่อน ซึ่งหมายถึงร่างกายเสื่อมสภาพเร็วกว่าอายุจริง และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เสี่ยงเป็นมะเร็งตั้งแต่อายุยังน้อย
- ยิ่งอายุทางชีวภาพสูงกว่าอายุจริงมากเท่าใด ความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งก่อนวัยอันควรก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะมะเร็งปอด ระบบทางเดินอาหาร และมะเร็งมดลูก
- ปัจจัยที่อาจเร่งให้ร่างกายแก่เร็วขึ้นเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตยุคใหม่ เช่น โรคอ้วน การบริโภคอาหารแปรรูป การขาดการออกกำลังกาย และความเครียดสะสม
มะเร็งในคนอายุน้อย ปรากฏการณ์ที่ทั่วโลกกำลังจับตา
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แพทย์ทั่วโลกเริ่มพบแนวโน้มที่น่ากังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นคือการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยมะเร็งในคนอายุน้อย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปี แม้โรคมะเร็งจะถูกมองว่าเป็นโรคที่พบมากในผู้สูงอายุมาโดยตลอดก็ตาม
ตัวเลขที่สะท้อนปรากฏการณ์นี้อยู่ในงานวิจัยของ American Cancer Society ที่ตีพิมพ์ใน The Lancet Oncology เมื่อเดือนธันวาคม 2567 ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลทะเบียนมะเร็งจาก 50 ประเทศทั่วโลก พบว่า อัตราการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักในกลุ่มอายุต่ำกว่า 50 ปี กำลังเพิ่มขึ้นใน 27 จาก 50 ประเทศที่ศึกษา และมี 20 ประเทศ ที่อัตราดังกล่าวเพิ่มขึ้นเฉพาะในกลุ่มคนอายุน้อย หรือเพิ่มเร็วกว่าในกลุ่มผู้สูงอายุอย่างชัดเจน!
นอกจากนี้ ในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร แคนาดา และออสเตรเลีย คนที่เกิดในช่วงทศวรรษ 1990 มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ก่อนวัยสูงกว่าคนที่เกิดในทศวรรษ 1960 ถึงอย่างน้อย 4 เท่า ปรากฏการณ์นี้เองที่ทำให้วงการวิทยาศาสตร์ตั้งคำถามอย่างจริงจังว่า มีปัจจัยใดซ่อนอยู่เบื้องหลัง
ข้อมูลชี้คนรุ่นหลังมีแนวโน้มแก่เร็วขึ้นทางชีวภาพ
งานวิจัยล่าสุดที่นำโดยทีมนักวิจัยจาก Washington University School of Medicine in St. Louis ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature Medicine เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ได้นำเสนอหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับ "อายุทางชีวภาพ" (Biological Age) และความเชื่อมโยงกับมะเร็งก่อนวัยอันควร
นักวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพของประชาชนจำนวน 154,169 คนจาก UK Biobank โดยวัดอายุทางชีวภาพผ่านเครื่องมือที่เรียกว่า PhenoAge ซึ่งคำนวณจากค่าชีวเคมีในเลือด 9 ตัวชี้วัด และพบว่า อายุทางชีวภาพของกลุ่มตัวอย่างที่เกิดในช่วงปี 2508–2517 สูงกว่ากลุ่มที่เกิดในช่วงปี 2493–2497 ถึงร้อยละ 23 ของค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
หมายความว่า ... ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างดังกล่าวชี้ว่า คนที่เกิดในรุ่นหลังมีแนวโน้มมีอายุทางชีวภาพสูงกว่าคนรุ่นก่อน ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยอธิบายการเพิ่มขึ้นของมะเร็งก่อนวัยในคนรุ่นใหม่
ทั้งนี้ อายุทางชีวภาพ คือ ตัวสะท้อนความเสื่อมของร่างกายจริง ซึ่งอาจสูงหรือต่ำกว่าอายุจริงได้ ขึ้นอยู่กับสุขภาพและปัจจัยแวดล้อมของแต่ละบุคคล
ยิ่งแก่เร็ว ยิ่งเสี่ยงมะเร็งสูง ตัวเลขที่งานวิจัยพบ
งานวิจัยพบว่า ยิ่งร่างกายมี "อายุทางชีวภาพ" สูงกว่าอายุจริงมากเท่าใด ความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งตั้งแต่อายุน้อยก็ยิ่งเพิ่มขึ้น โดยความสัมพันธ์ดังกล่าวพบเด่นชัดใน มะเร็งปอด มะเร็งระบบทางเดินอาหาร และมะเร็งมดลูก และยังพบแม้จะคำนึงถึงปัจจัยทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดมาจากครอบครัวแล้วก็ตาม
เมื่อนักวิจัยลงลึกไปในระดับอวัยวะ พบว่าอวัยวะแต่ละส่วนอาจมีอัตราการเสื่อมไม่เท่ากัน โดยผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันเสื่อมเร็วกว่าวัยมีแนวโน้มเสี่ยงมะเร็งปอดมากขึ้น ขณะที่ผู้ที่เนื้อเยื่อไขมันแสดงสัญญาณความเสื่อมเร็วกว่าปกติ มีแนวโน้มเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่มากขึ้นเช่นกัน
ทั้งนี้ อายุทางชีวภาพไม่ได้หมายถึงจำนวนปีที่มีชีวิตอยู่ แต่สะท้อนถึงสภาพการทำงานจริงของร่างกาย ตั้งแต่ระบบเผาผลาญ ภูมิคุ้มกัน การอักเสบเรื้อรัง ไปจนถึงความเสียหายที่สะสมในระดับเซลล์และดีเอ็นเอ เครื่องมือหลักที่นักวิจัยใช้คือ PhenoAge ซึ่งเป็นนาฬิกาชีวภาพที่คำนวณจากตัวชี้วัดชีวเคมีในเลือด 9 ตัว ซึ่งล้วนเป็นค่าที่ตรวจได้จากการเจาะเลือดมาตรฐานทั่วไป ซึ่งหมายความว่าการประเมินอายุทางชีวภาพในอนาคตอาจไม่ต้องใช้เทคโนโลยีพิเศษที่ซับซ้อน
ยังไม่ใช่สาเหตุ แต่เป็นสัญญาณเตือนสำคัญ
นักวิจัยย้ำว่า ผลการศึกษานี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าอายุทางชีวภาพที่เพิ่มขึ้นเป็นสาเหตุโดยตรงของโรคมะเร็ง แต่พบหลักฐานที่ชี้ว่าการเสื่อมของร่างกายอาจมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งตั้งแต่อายุน้อย
ทีมวิจัยมองว่า ในอนาคตการวัด "อายุทางชีวภาพ" อาจกลายเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงสูง และช่วยให้แพทย์วางแผนป้องกันหรือเฝ้าระวังโรคมะเร็งได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ขณะเดียวกัน นักวิทยาศาสตร์ยังคงพยายามหาคำตอบว่าอะไรเป็นตัวเร่งให้ร่างกายแก่เร็วกว่าปกติ โดยปัจจัยที่ถูกจับตามอง ได้แก่ โรคอ้วน การบริโภคอาหารแปรรูป การขาดการออกกำลังกาย ความเครียดสะสม มลพิษทางสิ่งแวดล้อม และความเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนยุคใหม่
เป้าหมายต่อไปของงานวิจัยคือการทำความเข้าใจว่า ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ส่งผลต่อการทำงานของร่างกายในระดับเซลล์อย่างไร และมีส่วนทำให้ร่างกายเสื่อมเร็วขึ้นหรือไม่ หากสามารถหาคำตอบได้ชัดเจนมากขึ้น ก็อาจนำไปสู่แนวทางป้องกันโรคที่แม่นยำและเหมาะกับแต่ละบุคคลมากกว่าในปัจจุบัน
แหล่งที่มา
Tian R, Zong X, Ren D, et al. Biological aging and generational shifts in early-onset cancer risk. Nature Medicine. 22 มิถุนายน 2569. DOI: 10.1038/s41591-026-04448-w







