
BDMS ทุ่ม 2.9 หมื่นล้านบาท ปั้น "WellEra" ปักแลนด์มาร์ค Wellness City ใจกลางสวนลุมพินี
BDMS ทุ่ม 2.9 หมื่นล้านบาท ปั้น "WellEra" ปักแลนด์มาร์ค Wellness Hub ใจกลางสวนลุมพินี ขณะที่กระแส “เวลเนสเรียลเอสเตท” โตทะยาน 22.9%
KEY
POINTS
- BDMS ทุ่มงบลงทุนกว่า 29,000 ล้านบาท พัฒนาโครงการ "WellEra" ซึ่งเป็นระบบนิเวศเพื่อสุขภาพครบวงจร (Wellness-Integrated Ecosystem) บนทำเลใจกลางย่านลุมพินี
- โครงการประกอบด้วยที่พักอาศัยแบรนด์หรู "Capella", คลินิกสุขภาพเชิงป้องกัน, พื้นที่พักผ่อนฟื้นฟู และโซนไลฟ์สไตล์รีเทล เพื่อสร้างมาตรฐานการใช้ชีวิตที่มีสุขภาพดี
- ตั้งเป้าปักหมุดให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางสุขภาพ (Wellness Hub) ระดับโลก โดยนำมาตรฐานทางการแพทย์มาใช้ในการออกแบบที่อยู่อาศัย มีกำหนดเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2573
ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวและภาวะซัพพลายล้นตลาดในหลายเซกเมนต์ มีอสังหาริมทรัพย์อีกกลุ่มหนึ่งที่กำลังเติบโตสวนกระแสอย่างโดดเด่น นั่นคือ “Wellness Real Estate” หรือที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ "สุขภาพที่ดี" ซึ่งพบว่าขยายตัวถึง 22.9% ต่อปีและกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพของไทยให้มีมูลค่าทะลุ 1.4 ล้านล้านบาท
ท่ามกลางแนวโน้มนี้ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เครือโรงพยาบาลเอกชนรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ประกาศทุ่มงบลงทุนกว่า 29,000 ล้านบาท เปิดตัวโครงการ “WellEra” บนทำเลใจกลางย่านลุมพินี ภายใต้ความร่วมมือกับ Capella แบรนด์ luxury hospitality ระดับโลก หวังปักหมุดให้กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของ Wellness Hub โลกอย่างเต็มตัว
เมื่อ “สุขภาพดี” กลายเป็นเมกะเทรนด์มูลค่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์
นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มบีดีเอ็มเอส เวลเนส ฉายภาพเศรษฐกิจเวลเนสโลก ว่าปัจจุบันมีมูลค่ารวมกว่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจนแตะ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2572 โดยปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากช่องว่างระหว่างอายุขัยเฉลี่ย (Lifespan) กับช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี (Healthspan) ของประชากรโลก
ข้อมูลระบุว่ามนุษย์ทั่วโลกมีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ 71.4 ปี แต่มีช่วงชีวิตที่แข็งแรงจริงเพียง 61.9 ปี เท่ากับว่า คนจำนวนมากต้องใช้ชีวิตบั้นปลายอีกเกือบ 10 ปีกับความเจ็บป่วยและการพึ่งพาระบบสาธารณสุข สำหรับประเทศไทยตัวเลขใกล้เคียงกัน คือมีอายุขัยเฉลี่ยราว 75.3 ปี แต่มีช่วงชีวิตสุขภาพดีเพียง 65.8 ปี
ช่องว่างดังกล่าวกลายเป็นแรงผลักดันให้แนวคิดด้านสุขภาพของโลกเปลี่ยนทิศทาง จากการ “รักษาเมื่อป่วย” ไปสู่การ “ป้องกันก่อนป่วย” และ Scientific Wellness ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโรงพยาบาลหรือคลินิกอีกต่อไป แต่แทรกซึมเข้าไปอยู่ในทุกมิติของชีวิตประจำวัน และหนึ่งในมิติที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในเวลานี้คือ “ที่อยู่อาศัย” ซึ่งเป็นสถานที่ที่มนุษย์ใช้เวลาอยู่มากกว่าหนึ่งในสามของชีวิต
ไทยขยับสู่สนามเศรษฐกิจสุขภาพ 1.4 ล้านล้านบาท
ประเทศ ไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของเศรษฐกิจสุขภาพโลก ด้วยมูลค่ารวมกว่า 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.4 ล้านล้านบาท โดยมีสองธุรกิจเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ได้แก่
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ที่เติบโตถึง 36.4%
และที่อยู่อาศัยเชิงสุขภาพ (Wellness Real Estate) ที่ขยายตัว 22.9%
ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่เติบโตโดดเด่นที่สุดของประเทศในขณะนี้ สะท้อนว่าผู้บริโภคไม่ได้มองหาเพียง “อายุยืน” แต่กำลังมองหาระบบนิเวศการใช้ชีวิตที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตควบคู่ไปด้วย
ตัวเลขนี้สอดคล้องกับทิศทางของภาครัฐที่ผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็น Medical & Wellness Hub โดยตั้งเป้ายกระดับเศรษฐกิจสุขภาพให้มีมูลค่ากว่า 1.98 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นมากกว่า 11% ของ GDP ประเทศในอนาคต ด้วยการต่อยอดจุดแข็งที่ไทยมีอยู่แล้ว ทั้งบริการสุขภาพ การท่องเที่ยว การบริการแบบไทย อาหารไทย และการแพทย์แผนไทย สะท้อนว่าวันนี้ “เวลเนส” ไม่ใช่แค่เทรนด์เฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่กำลังถูกวางให้เป็นหนึ่งในเสาหลักใหม่ของเศรษฐกิจไทย
ในมุมของ BDMS เอง ธุรกิจเวลเนสก็เริ่มแสดงน้ำหนักที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา BDMS มีรายได้รวม 113,272 ล้านบาท และธุรกิจเวลเนสสามารถสร้างสัดส่วนรายได้ถึง 12% ของรายได้รวมทั้งเครือ หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 13,600 ล้านบาท พร้อมฐานผู้รับบริการกว่า 150 สัญชาติทั่วโลก ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าเวลเนสได้ก้าวขึ้นมาเป็นแกนธุรกิจหลักของเครือไปแล้ว ไม่ใช่เพียงธุรกิจเสริมเหมือนในอดีต
BDMS ทุ่ม 29,000 ล้านบาท ปั้น WellEra กลางลุมพินี
ด้วยภาพรวมเศรษฐกิจเวลเนสที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดทั้งในระดับโลกและในประเทศ BDMS จึงประกาศก้าวสำคัญด้วยการเปิดตัว “WellEra” โครงการ Wellness-Integrated Ecosystem มูลค่าการลงทุนกว่า 29,000 ล้านบาท บนทำเลศักยภาพใจกลางย่านลุมพินี ถนนสารสิน เขตปทุมวัน ภายใต้แนวคิด “THE DNA OF WORLD WELL-LIVING”
แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ BDMS ระบุว่า ตลอดกว่า 5 ทศวรรษที่ผ่านมา BDMS วางรากฐานแนวคิด Preventive Medicine และ Personalized Healthcare มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ RoyalLife Wellness Clinic ภายในโรงพยาบาล สู่ BDMS Wellness Clinic และต่อยอดมาถึง WellEra ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่เปลี่ยนบทบาทของ BDMS จากผู้ให้บริการทางการแพทย์ ไปสู่ผู้ร่วมออกแบบอนาคตของการใช้ชีวิตในระยะยาว
“BDMS เดินหน้าพัฒนาโครงการ WellEra ภายใต้งบลงทุนกว่า 29,000 ล้านบาท เพื่อสร้างต้นแบบ Wellness-Integrated Ecosystem แห่งใหม่ที่หลอมรวมองค์ความรู้ด้านสุขภาพ การแพทย์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการใช้ชีวิตเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ”
โครงการมีกำหนดเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2573 บนพื้นที่รวมกว่า 2 ล้านตารางฟุต หรือกว่า 2 แสนตารางเมตร โดยมี KPF (Kohn Pedersen Fox) บริษัทสถาปนิกชั้นนำจากนิวยอร์ก ผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบ Hudson Yards และ Lotte World Tower ในกรุงโซล รวมถึงอาคารสัญลักษณ์กว่า 300 แห่งใน 40 ประเทศทั่วโลก เป็นผู้ร่วมออกแบบ
ภายใน WellEra มีอะไรบ้าง
โครงการ WellEra ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลักที่ทำงานเชื่อมโยงกันภายใต้ระบบนิเวศเดียวกัน ได้แก่
- Branded Residence ที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ Capella จำนวน 45 ชั้น 262 ยูนิต
- BDMS Wellness Clinic คลินิกดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
- Urban Wellness Retreat พื้นที่พักผ่อนฟื้นฟูสุขภาพ จำนวน 20 ชั้น 168 ห้องพัก
- Lifestyle Retail พื้นที่ร้านค้าและบริการสำหรับการใช้ชีวิต
ไฮไลต์สำคัญของส่วนที่พักอาศัยคือ “Capella Residences Bangkok at WellEra” ซึ่งเป็นโครงการที่พักอาศัยภายใต้แบรนด์ Capella แห่งแรกของไทย!
....
ทั้งนี้ จุดที่ทำให้ WellEra แตกต่างจากโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั่วไปอย่างชัดเจน คือการที่โครงการไม่ได้ขายเพียง “ทำเล” หรือ “ความหรูหรา” แบบที่อสังหาฯ ระดับบนคุ้นเคย แต่วางรากฐานทั้งหมดบนหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และมาตรฐานสากลด้านสุขภาวะ ผ่านแนวคิด “6S+ Surrounding” ซึ่งควบคุมคุณภาพสภาพแวดล้อม 5 ด้านหลักภายในอาคาร เช่น
- ด้านอากาศ ติดตั้งระบบกรอง PM2.5 สูงถึง 95% ในระดับ MERV-14 ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในห้องผู้ป่วยวิกฤติ (ICU)
- ด้านน้ำ ผ่านระบบกรอง Carbon Filtration และ UV พร้อมระบบกรองพิเศษเพิ่มเติมสำหรับน้ำดื่มเพื่อจัดการไมโครพลาสติก
- ด้านแสง ออกแบบตามแนวคิด Circadian-Friendly Light Design ควบคุมค่าความแยงตา (UGR) ไม่เกิน 16 เพื่อให้สอดคล้องกับนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย
- ด้านเสียง ใช้ผนังมาตรฐาน STC-60 ที่ลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้สูงสุดถึง 60 เดซิเบลด้านอุณหภูมิความชื้น (Thermal) ควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ให้อยู่ในช่วง 50-65% ตามมาตรฐาน ASHRAE เพื่อลดความเสี่ยงจากเชื้อราและเชื้อไวรัส
นอกจากนี้ ตัวอาคารยังผ่านมาตรฐานการพัฒนาอาคารระดับสากลถึงสามมาตรฐานพร้อมกัน คือ LEED Gold ด้านความยั่งยืนสิ่งแวดล้อม Fitwel 3-Star ด้านสุขภาวะผู้ใช้อาคาร และ WELL Platinum ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดด้านสุขภาวะที่พัฒนาขึ้นจากองค์ความรู้ทางการแพทย์
อีกจุดที่เป็นจุดแข็งของ WellEra คือการผนวก “Healthcare Humanware Supported by BDMS” เข้าไปในชีวิตประจำวันของผู้พักอาศัยโดยตรง อาทิ ทีมพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ที่พร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ระบบ Adaptive Lifetime Integration ที่ปรับแนวทางดูแลสุขภาพให้สอดคล้องกับแต่ละช่วงวัย และระบบรองรับเหตุฉุกเฉินด้วยรถพยาบาลและเฮลิคอปเตอร์ทางการแพทย์ ซึ่งเป็นบริการที่โครงการที่อยู่อาศัยทั่วไปไม่มี
รวมไปถึงการเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับธรรมชาติผ่านพื้นที่สีเขียวและสะพานเชื่อมต่อสู่สวนลุมพินีโดยตรง พร้อมเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่น คอนกรีตคาร์บอนต่ำ และวัสดุที่มีการปล่อยสารระเหยต่ำ
กล่าวโดยสรุป หากอสังหาริมทรัพย์ทั่วไปแข่งขันกันด้วยทำเลและสิ่งอำนวยความสะดวก WellEra เลือกแข่งขันด้วยการฝัง “โครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์เชิงป้องกัน” เข้าไปในทุกตารางเมตรของโครงการ เปลี่ยนมุมมองของผู้บริโภคจากการลงทุนใน “สิ่งปลูกสร้าง” ไปสู่การลงทุนใน “ระบบนิเวศที่ส่งเสริมสุขภาพระยะยาว” นั่นเอง!
.....
ท้ายสุดนี้ นายแพทย์ตนุพลทิ้งท้ายว่า WellEra จะเป็นต้นแบบของโครงการสุขภาพที่นำไปสู่การพาประเทศไทยก้าวสู่การเป็นเมืองสุขภาพ (Wellness City) และเป้าหมายสูงสุดคือการเป็น “ประเทศสุขภาพดี” หรือ Wellness Country ในที่สุด สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “Wellness Hub Thailand: The Land of Life” ที่ภาครัฐและเอกชนผลักดันร่วมกัน







