
ณัฐพงษ์จี้ ป.ป.ช. ลุยสอบ TH-AI Passport ไม่ต้องรอคำร้อง ชี้เข้าข่ายฮั้วประมูล
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนจี้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ TH-AI Passport ทันที จ่อฟ้องกลับหากรัฐใช้อำนาจมิชอบ
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาชนเรียกร้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เร่ง ตรวจสอบ TH-AI Passport ทันที
โดยยืนยันว่ากฎหมายให้อำนาจ ป.ป.ช. ดำเนินการสอบสวนได้เลยหากพบพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริต โดยองค์กรอิสระไม่จำเป็นต้องรอให้มีบุคคลใดเข้ายื่นคำร้องก่อน
กฎหมายฮั้วประมูลเปิดช่อง ป.ป.ช. ลงดาบทันที
นายณัฐพงษ์ขยายความว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือกฎหมายฮั้วประมูล กำหนดแนวทางไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อสังคมพบพฤติการณ์ที่เข้าข่ายล็อกสเปก ตกลงราคา หรือกำหนดราคากลางเพื่อเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายใดรายหนึ่ง
โดยเฉพาะกรณีที่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง ป.ป.ช. มีหน้าที่ต้องเริ่มกระบวนการสอบสวนโดยทันที และหากผลการสอบสวนพบมูลความผิด หน่วยงานก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายในขั้นตอนต่อไป
ผู้นำฝ่ายค้านเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในการประชุมร่วมของคณะกรรมาธิการที่ผ่านมา ผู้แทนจาก ป.ป.ช. ได้เข้าร่วมรับฟังข้อมูลและร่วมตั้งข้อสังเกตถึงพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายความผิดแล้ว เขาจึงมองว่าองค์กรอิสระควรดำเนินงานเชิงรุก พร้อมเตือนว่าหาก ป.ป.ช. เลือกที่จะเพิกเฉยต่อหลักฐานที่ปรากฏ สังคมอาจตั้งคำถามถึงการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
กมธ. งบประมาณ เตรียมชงข้อมูล ตรวจสอบ TH-AI Passport
เพื่อผลักดันกระบวนการตรวจสอบ น.ส.รักชนก ศรีนอก ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ เตรียมจัดส่งข้อสังเกตและข้อมูลทั้งหมดจากการประชุมไปยัง ป.ป.ช.
โดยพรรคประชาชนเชื่อมั่นว่าข้อมูลชุดนี้มีน้ำหนักเพียงพอที่หน่วยงานจะใช้เป็นฐานเริ่มต้นกระบวนการสอบสวน ขณะเดียวกัน ทางพรรคจะเดินหน้าตรวจสอบโครงการนี้ในสัดส่วนของฝ่ายค้านอย่างเข้มข้นควบคู่กันไป
สำหรับท่าทีของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ออกมาแสดงความพร้อมรับการตรวจสอบนั้น นายณัฐพงษ์มองว่าเป็นสิทธิที่รัฐมนตรีจะยืนยันความบริสุทธิ์ใจ
แต่การสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนต้องทำมากกว่าแค่คำพูด กระทรวงควรเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และพิจารณาทบทวนหรือยกเลิกกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่สังคมกำลังตั้งข้อสงสัย เพื่อล้างไพ่เปิดประมูลใหม่ตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ หากโครงการเดิมสร้างความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ
จี้ 'ดีเอสไอ' ตรงไปตรงมา ขู่ฟ้องกลับเจ้าหน้าที่รัฐ
นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ยังหยิบยกกรณีที่มีบุคคลออกมาพาดพิงนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งเกิดขึ้นคล้อยหลังจากการที่นายภาวุธออกมาเปิดโปงข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนี้
ผู้นำฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตถึงการแถลงข่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่ามีความผิดปกติ เนื่องจากหน่วยงานเลือกเปิดเผยชื่อผู้ต้องสงสัย แต่กลับไม่เปิดเผยชื่อผู้ต้องหาในคดี เขาจึงเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
หัวหน้าพรรคประชาชนย้ำจุดยืนว่า ฝ่ายกฎหมายของพรรคกำลังประเมินแนวทางดำเนินคดีกลับ หากพรรคพบว่าเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลในกระบวนการยุติธรรมใช้อำนาจโดยมิชอบ หรือยอมเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้าม พรรคก็พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานและใช้สิทธิตามกฎหมายจัดการกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน
ตั้งทีมเคลียร์ปมเงิน 28 ล้านบาทของ 'ภาวุธ'
ส่วนประเด็นกระแสข่าวเงินจำนวน 28 ล้านบาทในบัญชีของนายภาวุธนั้น นายณัฐพงษ์ชี้แจงว่า จากการรับฟังข้อมูลเบื้องต้น เงินดังกล่าวเป็นรายได้จากการลงทุนและการซื้อขายสินทรัพย์ต่างๆ อย่างไรก็ตาม พรรคไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ตั้งทีมงานตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในแล้ว
โดยพรรคจะเปิดพื้นที่ให้นายภาวุธเข้ามาชี้แจงรายละเอียดอย่างเต็มที่ เพื่อรักษาความเป็นธรรมให้แก่ทุกฝ่าย เพราะจนถึงขณะนี้นายภาวุธยังไม่มีสถานะเป็นผู้ต้องหา และยังไม่มีหน่วยงานใดออกหมายดำเนินคดีอย่างเป็นทางการ







