posttoday
ผู้ป่วยมะเร็ง “บัตรทอง” พุ่ง 2 เท่าใน 4 ปี เสียชีวิตลดลง 50%

ผู้ป่วยมะเร็ง “บัตรทอง” พุ่ง 2 เท่าใน 4 ปี เสียชีวิตลดลง 50%

08 มิถุนายน 2569

สปสช. เผยตัวเลขผู้ป่วยมะเร็งในระบบบัตรทอง พบ ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเพิ่มกว่า 2 เท่าในระยะเวลา 4 ปี ขณะที่อัตราการเสียชีวิตลดลงกว่า 50%

สปสช. เผยตัวเลขผู้ป่วยมะเร็งในระบบบัตรทอง พบตัวเลขผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาเพิ่มเกือบ 2 เท่า จาก 3.58 แสนคนในปี 2564 เป็นกว่า 6.33 แสนคนในปี 2568 ขณะที่ผู้ป่วยรายใหม่จาก 1.66 แสนคน เพิ่มเป็น 2.48 แสนคนต่อปี ส่วนอัตราการเสียชีวิตลดลงจากเฉลี่ยร้อยละ 20.3 เหลือร้อยละ 11.8 

 

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี

 

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า โรคมะเร็งเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตสำคัญของคนไทย และยังมีแนวโน้มพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ขณะที่การรักษาจำเป็นต้องอาศัยการเข้าถึงบริการที่รวดเร็ว ต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

 

ตัวเลขผู้ป่วยพบ 2 เท่าในระยะเวลา 4 ปี

 

นพ.จเด็จ เผยว่าปีงบประมาณ 2568 มีผู้ป่วยมะเร็งเข้ารับบริการรวม 633,866 คน เพิ่มขึ้นจาก 357,737 คนในปีงบประมาณ 2564 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าในช่วง 5 ปี

สำหรับจำนวนครั้งบริการผู้ป่วยนอกเพิ่มจาก 1,677,509 ครั้ง เป็น 3,522,486 ครั้ง และจำนวนครั้งบริการผู้ป่วยในเพิ่มจาก 490,519 ครั้ง เป็น 627,165 ครั้ง

ในขณะที่ อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งในระบบบัตรทองลดลงอย่างต่อเนื่อง จากร้อยละ 20.3 ในปีงบประมาณ 2564 เหลือร้อยละ 11.8 ในปีงบประมาณ 2568 หรือเฉลี่ยปีละ 7-8 หมื่นคน 

 

นพ.จเด็จ กล่าวต่อว่า สิ่งที่อยากฝากไว้ คือ ปัจจุบันโรคมะเร็งหลายชนิดรักษาให้หายขาดได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งภายใต้บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในระบบบัตรทอง มีสิทธิประโยชน์คัดกรองโรคมะเร็ง ทั้งมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม เพื่อคนไทยทุกคนทุกสิทธิ สามารถเข้ารับบริการตรวจคัดกรองได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

 

 

 

สิทธิประโยชน์ "มะเร็ง" ในบัตรทอง

 

ตลอดช่วงปี 2556-2569 สปสช.ได้บรรจุสิทธิประโยชน์ด้านโรคมะเร็ง โดยเพิ่มบริการใหม่และยกระดับการรักษาเป็นลำดับ

เริ่มจากปี 2556 บรรจุสิทธิประโยชน์การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ก่อนขยายการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในปี 2560 ต่อเนื่องด้วยปี 2561 ที่เพิ่มวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV) สำหรับนักเรียนหญิงชั้น ป.5 และเริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่

 

ในปี 2563 ได้บรรจุการคัดกรองด้วย HPV DNA Test พร้อมนำร่องบริการเคมีบำบัดที่บ้านสำหรับผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่

ขณะที่ปี 2564 ขับเคลื่อนนโยบาย “โรคมะเร็งรักษาทุกที่” เพื่อลดข้อจำกัดด้านพื้นที่และเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการรักษา

ส่วนปี 2565 ได้เพิ่มการตรวจยีน BRCA1 และ BRCA2 สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมกลุ่มเสี่ยงสูงและญาติสายตรงตรวจพบยีนส์กลายพันธุ์ รวมถึงการตรวจคัดกรองรอยโรคเสี่ยงมะเร็งและมะเร็งช่องปาก

 

จากนั้นในปี 2567 ได้ขยายสิทธิประโยชน์สู่บริการทางการแพทย์ขั้นสูงมากขึ้น ทั้งการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ การรักษาด้วยรังสีโปรตอน และการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์

ปี 2568 ปรับวัคซีน HPV เป็นชนิด 9 สายพันธุ์ พร้อมสนับสนุนค่าพาหนะรับส่งผู้ป่วยเพื่อเข้ารับบริการเฉพาะทาง

และล่าสุดในปี 2569 ได้เพิ่มบริการรังสีรักษาด้วยอุปกรณ์ใส่แร่ที่ผลิตด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ รวมถึงการรักษาด้วยเครื่อง MR Linac สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเฉพาะทาง

 

ผู้ป่วยมะเร็ง “บัตรทอง” พุ่ง 2 เท่าใน 4 ปี เสียชีวิตลดลง 50%

 

ข่าวล่าสุด

“อนุทิน” เยือนเวียดนาม ผลักดันการลงทุน-ยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์

“อนุทิน” เยือนเวียดนาม ผลักดันการลงทุน-ยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์