
"ยศชนัน" ลุยสงขลา จ่อปั้น "Wellness & Halal Economy” ฮับภาคใต้
"ยศชนัน" พา กระทรวงอว. ลุยสงขลา จ่อปั้น "Wellness & Halal Economy" ครอบคลุมการแพทย์ อาหาร การเกษตร ท่องเที่ยว จนถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจที่ จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 7-8 มิ ย.
ศ.ดร.ยศชนัน ให้ความเห็นว่า ทางกระทรวงฯ มีหมุดหมายที่ชัดเจนในการส่งเสริมเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งคำว่า Wellness ในที่นี้ครอบคลุมตั้งแต่ด้านการแพทย์ อาหาร การเกษตรที่ดี การท่องเที่ยว ไปจนถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเล
การจะผลักดันเรื่องนี้ให้สำเร็จได้ ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญที่หลากหลายและการศึกษาวิจัยเชิงลึก เพื่อให้สามารถพิสูจน์ผลลัพธ์และคุณสมบัติต่างๆ ได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เพียงความรู้สึก ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) ให้กับสินค้าและบริการ และผลักดันให้ภาคใต้เป็น ศูนย์กลางด้านสุขภาพ (Wellness Hub) อย่างแท้จริง
ภาคใต้มีจุดแข็งและข้อได้เปรียบด้านการท่องเที่ยวอยู่แล้ว หากเรานำเรื่อง Wellness เข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง จะยิ่งช่วยยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยขณะนี้เราได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายสถาบันการศึกษามากมาย ไม่ว่าจะเป็น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ขับเคลื่อนศูนย์การแพทย์อันดามัน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยทักษิณ รวมถึงเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ และมหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่พร้อมนำโจทย์ของพื้นที่มาศึกษาวิจัยตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ
นอกจากนี้ เรายังมุ่งเน้นการสร้างกลไกที่เอื้อต่อการลงทุน โดยหากเราสามารถพิสูจน์มูลค่าทางธุรกิจให้เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว งบประมาณและการสนับสนุนจะไม่จำกัดอยู่แค่ภาครัฐ แต่จะสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากภาคเอกชน (Matching Fund) ทั้งในและต่างประเทศได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำจุดแข็งด้าน เศรษฐกิจฮาลาล (Halal Economy) มาบูรณาการควบคู่ไปกับ Wellness Economy ซึ่งถือเป็นจุดขายที่โดดเด่นของภาคใต้ ที่จะช่วยดึงดูดผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ และนักลงทุน ให้เข้ามาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สร้างความคึกคักให้กับระบบเศรษฐกิจ และพร้อมที่จะขยายโมเดลความสำเร็จนี้ไปสู่ภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศต่อไป
โดยคณะได้ไปเยี่ยมชมหลายพื้นที่ โดยมีกิจกรรมเด่นๆ ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ จ.สงขลา ได้ตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตสารสกัดสมุนไพรทางการแพทย์และอาหารมาตรฐาน GMP โดย รศ.นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้นำเสนอศักยภาพของโรงงานต้นแบบดังกล่าว ซึ่งมุ่งสร้างผลิตภัณฑ์สมุนไพรมูลค่าสูงและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ ผู้ประกอบการ MSME พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่ภาคอุตสาหกรรม ผ่านการพัฒนาตลาด จับคู่พันธมิตรธุรกิจ และขยายโอกาสสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถการส่งออกสมุนไพรไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากล
การพัฒนา "ไก่เบขลา" ไก่ลูกผสมโตไว ต้นทุนต่ำ และมีคอลลาเจนสูง ซึ่งถูกนำมาต่อยอดเป็นธุรกิจร้านข้าวมันไก่โดยนักศึกษาผู้ประกอบการ ควบคู่กับการผลักดันเป็นวัตถุดิบคุณภาพประจำจังหวัด
การแยกเชื้อโพรไบโอติกจากลำไส้กุ้งขาวแวนนาไมเพื่อยับยั้งเชื้อ Vibrio spp. ณ บ้านปลาหมายเลข 9 ตำบลสทิงหม้อ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
การยกระดับห่วงโซ่คุณค่าของ “เหลียงใบใหญ่” และการผลักดัน “น้ำผึ้งมรกตจากชันโรง” ให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เพื่อเพิ่มรายได้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน เป็นต้น.







