
CAAT ออกกฎใหม่คุมเข้ม Power Bank บนเครื่องบิน ยกระดับความปลอดภัย
กพท. ออกข้อกำหนดใหม่ควบคุมการนำ Power Bank ขึ้นเครื่องบิน ห้ามชาร์จระหว่างเที่ยวบิน ห้ามเก็บช่องสัมภาระเหนือศีรษะ สอดรับมาตรฐาน ICAO ลดความเสี่ยงไฟไหม้บนอากาศยาน
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) หรือ กพท. ยกระดับมาตรการความปลอดภัยด้านการบิน ด้วยการออก “ข้อกำหนดสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 122 ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพาแบตเตอรี่ลิเทียมไปกับอากาศยาน” เพื่อควบคุมการนำแบตเตอรี่ลิเทียมสำรอง หรือ Power Bank ขึ้นเครื่องบินให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) หลังทั่วโลกเผชิญเหตุเพลิงไหม้และควันจากแบตเตอรี่ลิเทียมบนอากาศยานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
มาตรการใหม่ของ กพท. มีเป้าหมายลดความเสี่ยงจากแบตเตอรี่ลิเทียม ซึ่งแม้จะเป็นอุปกรณ์ที่ผู้โดยสารใช้งานอย่างแพร่หลายสำหรับชาร์จโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ แต่หากเกิดความเสียหาย การกระแทก หรือการใช้งานที่ไม่เหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะความร้อนสูงผิดปกติ เกิดควัน หรือเกิดเพลิงไหม้ ซึ่งเป็นความเสี่ยงโดยตรงต่อความปลอดภัยของเที่ยวบิน
การออกข้อกำหนดครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมการบินโลก หลังเกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับ Power Bank หลายกรณีในช่วงที่ผ่านมา โดยหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญคือเหตุเพลิงไหม้บนเครื่องบินของสายการบิน Air Busan ของเกาหลีใต้เมื่อต้นปี 2568 ระหว่างเตรียมบินไปฮ่องกง ซึ่งผลสอบสวนเบื้องต้นชี้ว่า Power Bank ที่จัดเก็บไว้ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะอาจเป็นต้นเหตุ ส่งผลให้ต้องอพยพผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด และทำให้อากาศยานได้รับความเสียหายอย่างหนัก
นอกจากนี้ ยังเกิดเหตุ Power Bank ลุกไหม้บนเที่ยวบินของสายการบิน IndiGo ในอินเดีย รวมถึงหลายเหตุการณ์ในประเทศไทย เช่น เที่ยวบินเส้นทางเกาะสมุย-ฮ่องกงของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ที่เกิดควันและเพลิงไหม้จาก Power Bank ของผู้โดยสารระหว่างทำการบิน จนนักบินต้องเปลี่ยนเส้นทางและลงจอดฉุกเฉินที่กรุงเทพมหานคร รวมถึงเหตุบนเที่ยวบินดอนเมือง-นครศรีธรรมราชของสายการบินไทยแอร์เอเชีย ซึ่งลูกเรือสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ภายใต้ข้อกำหนดใหม่ ผู้โดยสารสามารถนำ Power Bank ขึ้นเครื่องบินได้เฉพาะในรูปแบบสัมภาระติดตัว (Carry-on Baggage) เท่านั้น และห้ามโหลดใต้ท้องเครื่องโดยเด็ดขาด ขณะเดียวกันกำหนดให้ Power Bank ต้องมีความจุไม่เกิน 100 วัตต์ชั่วโมง (Wh) หรือประมาณ 20,000 mAh หากมีขนาดเกิน 100 Wh แต่ไม่เกิน 160 Wh จะต้องได้รับอนุญาตจากสายการบินก่อนเดินทาง และจำกัดการพกพาไม่เกิน 2 ก้อนต่อคน
อีกหนึ่งมาตรการสำคัญ คือ การห้ามชาร์จ Power Bank จากแหล่งพลังงานใด ๆ บนอากาศยาน และห้ามใช้ Power Bank ชาร์จโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นระหว่างเที่ยวบิน เพื่อลดโอกาสเกิดความร้อนสะสมและความเสี่ยงจากความผิดปกติของแบตเตอรี่
นอกจากนี้ กพท. ยังห้ามเก็บ Power Bank ไว้ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ (Overhead Compartment) โดยกำหนดให้ผู้โดยสารเก็บไว้ในจุดที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย เช่น กระเป๋าหน้าเบาะ พื้นที่ใต้ที่นั่งด้านหน้า หรือพกติดตัว เพื่อให้สามารถตรวจพบและจัดการได้อย่างรวดเร็วหากเกิดเหตุผิดปกติ
พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการ CAAT ระบุว่า การออกข้อกำหนดดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงรุก และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินของประเทศไทยให้สอดคล้องกับแนวทางสากล เนื่องจากแบตเตอรี่ลิเทียมเป็นอุปกรณ์ที่มีศักยภาพก่อให้เกิดอันตรายได้หากเกิดความเสียหายหรือใช้งานไม่ถูกต้อง
ทั้งนี้ ข้อกำหนดยังระบุเพิ่มเติมว่า ห้ามนำ Power Bank ที่ไม่แสดงข้อมูลความจุไฟฟ้าหรือไม่สามารถตรวจสอบคุณสมบัติได้ขึ้นเครื่องบิน รวมถึงกำหนดให้ผู้โดยสารต้องป้องกันการลัดวงจรด้วยการเก็บรักษาในบรรจุภัณฑ์เดิม หรือใช้ถุงป้องกันเฉพาะ เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับวัสดุโลหะหรือแบตเตอรี่อื่นระหว่างการเดินทาง
กพท. ขอความร่วมมือผู้โดยสารศึกษาข้อกำหนดเกี่ยวกับแบตเตอรี่ลิเทียมและ Power Bank ก่อนเดินทางทุกครั้ง พร้อมปฏิบัติตามมาตรการของสายการบินอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันยกระดับความปลอดภัยของผู้โดยสาร ลูกเรือ และระบบการบินไทยในภาพรวม ท่ามกลางแนวโน้มการเข้มงวดด้านความปลอดภัยของอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง







