
ทำไม "ห้องนักบิน" ยังเป็นโลกของผู้ชาย?
จากประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการบินไทย สู่คำถามว่าเหตุใดอาชีพนักบินทั่วโลกยังถูกครอบครองโดยผู้ชายเกือบทั้งหมด
KEY
POINTS
- สัดส่วนนักบินหญิงทั่วโลกมีเพียง 6.2% ขณะที่การบินไทยเพิ่งมีนักบินหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ 66 ปีขององค์กร สะท้อนว่าห้องนักบินยังเป็นพื้นที่ของผู้ชายเป็นส่วนใหญ่
- สาเหตุสำคัญมาจากรากฐานอุตสาหกรรมที่มาจากกองทัพ, ภาพจำทางสังคมที่กีดกันผู้หญิงจากสาย STEM, การขาดต้นแบบ, ค่าใช้จ่ายในการฝึกที่สูง และความท้าทายในการสร้างสมดุลชีวิตและการทำงาน
- อินเดียเป็นข้อยกเว้นที่น่าสนใจ โดยมีสัดส่วนนักบินหญิงสูงที่สุดในโลก ขณะที่อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกเริ่มมีความพยายามผลักดันความเท่าเทียมทางเพศมากขึ้นผ่านโครงการต่างๆ
เมื่อวานนี้ (1 มิถุนายน 2569) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สร้างหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์องค์กร ด้วยการส่ง "แบม" นางสาวปัณณธร ตั้งรุ่งเรืองชัย ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนักบินผู้ช่วย (First Officer) บนเที่ยวบินพาณิชย์ของการบินไทยเป็นครั้งแรก ในเที่ยวบิน TG564 เส้นทางกรุงเทพฯ–ฮานอย ด้วยเครื่องบิน Airbus A320-200 ถือเป็นนักบินหญิงคนแรกที่ปฏิบัติหน้าที่ทำการบินของการบินไทยอย่างเป็นทางการ
เนื่องจากการบินไทยดำเนินกิจการในอุตสาหกรรมการบินมาอย่างยาวนานถึง 66 ปี ซึ่งมีแต่ "นักบินชาย" ก่อนที่สายการบินแห่งชาติจะลบภาพจำเดิมนับเป็นการทำลายกำแพงที่ดำรงอยู่มาตลอดอายุขององค์กร
โดย "แบม" ปัณณธร เป็นหนึ่งในผลสำเร็จจากโครงการเปิดรับศิษย์การบินหญิงกลุ่มแรกของการบินไทย
ภาพรวมโลก ห้องนักบินยังเป็นพื้นที่ของผู้ชาย
แต่หากมองออกไปนอกประเทศไทย ตัวเลขสะท้อนภาพที่ไม่ค่อยสดใสนัก ในรายงาน IATA ปี 2567 ตำแหน่งนักบินยังคงเป็นกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศน้อยที่สุดในอุตสาหกรรมการบิน โดยผู้หญิงคิดเป็นเพียง 6.2% ของนักบินทั่วโลก ส่วนยุโรปมีสัดส่วนนักบินหญิงสูงสุดในภูมิภาคที่ 7%
การสำรวจล่าสุดของ ICAO เกี่ยวกับสถานะบุคลากรการบินจำแนกตามเพศพบว่า สัดส่วนผู้หญิงที่ดำรงตำแหน่งนักบิน ผู้ควบคุมการจราจรทางอากาศ และช่างซ่อมบำรุง เพิ่มขึ้นจาก 4.5% ในปี 2559 เป็น 4.9% ในปี 2564 โดยสัดส่วนนักบินหญิงเพิ่มจาก 3.6% เป็น 4.0% ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นคิดเป็นเพียงเศษทศนิยมในรอบ 5 ปี!
ในสหรัฐอเมริกา ค่าเฉลี่ยของนักบินหญิงอยู่ที่ไม่ถึง 6% โดย United Airlines มีสัดส่วนสูงสุดในสี่สายการบินใหญ่ที่ 7.4%, Delta 5.3%, American Airlines 5% และ Southwest 4.1% Voronoi ขณะที่ องค์กร Women in Aviation International ระบุว่านักบินหญิงทั่วโลกมีสัดส่วนเพียง 6% ของนักบินทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางตัวเลขที่ย่ำอยู่กับที่ทั่วโลก ประเทศอินเดีย กลายเป็นข้อยกเว้นที่น่าสนใจ IndiGo สายการบินที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย มีนักบินหญิงคิดเป็น 17.5% ของนักบินทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกมากกว่าสามเท่า ขณะที่ Air India มีสัดส่วนนักบินหญิงอยู่ที่ 16% ตัวเลขเหล่านี้อยู่ในระดับสูงสุดในโลกและสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ
อินเดียถือเป็นชาติที่มีสัดส่วนนักบินหญิงสูงที่สุดในโลก โดยข้อมูลจาก International Society of Women Airline Pilots ไม่มีประเทศใดเกิน 10% นอกจากอินเดีย การที่อินเดียประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ส่วนหนึ่งมาจากความพยายามในวงกว้างในการดึงดูดผู้หญิงเข้าสู่สาขา STEM และด้านเทคนิค รวมถึงการที่กองทัพอินเดียเปิดรับนักบินหญิงมาหลายทศวรรษแล้ว นักบินหญิงอินเดียยังอ้างถึงการสนับสนุนจากครอบครัวขยายที่อาศัยอยู่ร่วมกัน ซึ่งช่วยให้รับมือกับงานที่ต้องเดินทางบ่อยได้
ทำไมปี 2569 แล้วนักบินหญิงยังมีน้อย
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความสามารถ แต่ฝังรากในโครงสร้างของอุตสาหกรรมและสังคม
ประการแรก คือ อุตสาหกรรมการบินเกิดขึ้นมาจากรากฐานทางทหาร ในอดีตเส้นทางหลักสู่การเป็นนักบินพาณิชย์คือการผ่านการเป็นนักบินทหารมาก่อน แต่หลายประเทศเพิ่งเปิดโอกาสให้ผู้หญิงดำรงตำแหน่งนักบินรบได้ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 จึงส่งผลให้จำนวนผู้หญิงที่เข้าสู่เส้นทางอาชีพนักบินพาณิชย์มีน้อยมาตั้งแต่ต้น
ประการที่สอง ภาพจำและวัฒนธรรม ข้อมูลจาก IATA พบว่าในสหรัฐฯ สัดส่วนนักบินหญิงสูงที่สุดในกลุ่มอายุน้อย ราว 14-15 ปีและ 16-19 ปี ซึ่งมีสัดส่วนผู้หญิงเกือบหนึ่งในสี่ แต่สัดส่วนดังกล่าวลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงวัยทำงาน โดยลดลงถึง 6.1 จุดเปอร์เซ็นต์ในกลุ่มอายุ 20-24 ปี สะท้อนว่าผู้หญิงจำนวนมากออกจากเส้นทางนี้ก่อนจะเริ่มต้นด้วยซ้ำ
ตัวเลขนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ งานวิจัยชี้ว่าช่องว่างทางเพศในอุตสาหกรรมการบินเริ่มต้นจากปัญหาในระบบการศึกษา โดยเฉพาะในสาขา STEM ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของอาชีพนักบิน เด็กผู้หญิงมักถูกมองข้ามในวิชาฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ และวิศวกรรม ซึ่งล้วนจำเป็นสำหรับอาชีพนี้ และปัญหาดังกล่าวสืบเนื่องไปถึงระดับอุดมศึกษาที่ผู้หญิงมีโอกาสน้อยกว่าในการเรียนต่อด้านวิศวกรรมการบินหรือการบริหารการบิน MDPI
ประการที่สาม ขาดต้นแบบ นักวิจัยพบว่าเมื่อมีนักบินหญิงในระบบน้อย เด็กผู้หญิงก็ยิ่งไม่เห็นตัวอย่างของผู้ที่ประสบความสำเร็จในอาชีพนี้ ทำให้วงจรนี้ดำเนินต่อไปรุ่นแล้วรุ่นเล่า
ประการที่สี่ ต้นทุนการฝึกบินที่สูงมาก ซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับทุกเพศ แต่งานวิจัยชี้ว่าผู้หญิงมักได้รับการสนับสนุนให้เดินเส้นทางนี้น้อยกว่า
ประการสุดท้าย ความท้าทายด้านสมดุลชีวิตและการทำงาน ตารางงานที่ไม่แน่นอน การเดินทางบ่อย และชั่วโมงบินสะสมที่ต้องรักษา ทำให้หลายคนมองว่าอาชีพนี้ไม่เอื้อต่อการเลี้ยงดูบุตรหรือดูแลครอบครัว
หมุดหมายต่อไป
IATA ได้ริเริ่มโครงการ 25by2025 ขึ้นในปี 2562 โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนผู้หญิงในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงและในสาขาที่ผู้หญิงเป็นชนกลุ่มน้อยขึ้น 25% ภายในปี 2568 รายงานของ IATA ระบุว่าผู้ร่วมลงนามหลายรายบรรลุเป้าหมายดังกล่าวแล้วภายในสิ้นปี 2567 แม้ผลลัพธ์ยังสะท้อนว่ายังมีโอกาสอีกมากในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในตำแหน่งนักบินและด้านเทคนิค
...
ทั้งนี้ การปรากฏตัวของ ปัณณธร ตั้งรุ่งเรืองชัย บนเที่ยวบิน TG564 จึงมีความหมายเกินกว่าชื่อในบันทึกประวัติศาสตร์ขององค์กร การที่ผู้หญิงสามารถก้าวขึ้นมาจับคันบังคับเครื่องบินพาณิชย์ของสายการบินระดับชาติได้สำเร็จ ถือเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้กับคนรุ่นหลัง
ทว่าตัวเลขระดับโลกยังบอกเล่าความจริงอีกด้าน ในอุตสาหกรรมที่มีนักบินหญิงเพียง 6.2% ของกำลังคนทั้งหมด กำแพงที่สั่งสมมาตลอดศตวรรษยังไม่ถูกทำลายลงโดยสมบูรณ์.







