
มหกรรมศิลปะการแสดงนานาชาติคืนเวทีกรุงเทพฯ จัด 12 โชว์ใหญ่
มหกรรมศิลปะการแสดงนานาชาติกรุงเทพฯ ครั้งที่ 28 เปิดไลน์อัพ 12 การแสดงจาก 9 ประเทศ ดึงโอเปรา บัลเลต์ และโชว์ร่วมสมัยระดับโลกตลอด 6 สัปดาห์ ตลอดช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม 2569
มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติกรุงเทพฯ ครั้งที่ 28 หรือ Bangkok’s International Festival of Dance & Music เตรียมกลับมาจัดเต็มการแสดงระดับโลกตลอดช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม 2569 ด้วยโปรแกรมการแสดงรวม 12 ชุด จาก 9 ประเทศ ครอบคลุมทั้งโอเปรา บัลเลต์ การแสดงร่วมสมัย และมัลติมีเดียโชว์ ท่ามกลางความพยายามของภาคศิลปะการแสดงในการฟื้นความคึกคักของตลาดวัฒนธรรมและผู้ชมในประเทศไทย
เทศกาลปีนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 กันยายน – 17 ตุลาคม 2569 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยผู้จัดระบุว่าเป็นหนึ่งในปีที่มีความหลากหลายของการแสดงมากที่สุด ทั้งในแง่รูปแบบ เนื้อหา และประเทศผู้เข้าร่วม
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการปรากฏตัวครั้งแรกในไทยของ New York City Opera จากสหรัฐอเมริกา กับการแสดง “Opera Goes to Hollywood” ที่นำบทเพลงโอเปราคลาสสิกและเพลงประกอบภาพยนตร์ชื่อดังมาถ่ายทอดบนเวทีเดียวกัน สะท้อนความพยายามของวงการโอเปราในการขยายฐานผู้ชมสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น
รวมถึง Coco Chanel จาก National Theatre Brno สาธารณรัฐเช็ก ที่นำชีวิตของ “โคโค่ ชาแนล” ดีไซเนอร์ผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการแฟชั่นโลก มาถ่ายทอดผ่านบัลเลต์ร่วมสมัย โดยผสมผสานแฟชั่น ดนตรี และศิลปะการเคลื่อนไหวเข้าด้วยกัน
ด้าน Helikon Opera จากรัสเซีย เตรียมนำโอเปราอมตะอย่าง La Traviata และ Madama Butterfly กลับมาตีความใหม่ผ่านการกำกับร่วมสมัย โดยใช้วงออร์เคสตราสดและนักร้องโอเปราระดับนานาชาติเต็มรูปแบบ
ในฝั่งการแสดงร่วมสมัย เทศกาลปีนี้เลือกนำเสนอผลงานที่ได้รับความนิยมบนโลกออนไลน์และเวทีนานาชาติ หนึ่งในนั้นคือ Murmuration Level 2 ของนักออกแบบท่าเต้นชาวฝรั่งเศส ซาเด็ค เบอร์ราบาห์ ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการออกแบบการเคลื่อนไหวแบบหมู่ที่สร้างภาพคล้ายงานกราฟิกเคลื่อนไหว และเคยกลายเป็นไวรัลในหลายแพลตฟอร์มทั่วโลก
อีกการแสดงที่ได้รับความสนใจคือ RITE ของคณะ Deborah Colker Dance Company จากบราซิล ซึ่งตีความบทประพันธ์คลาสสิก The Rite of Spring ใหม่ผ่านภาษาการเคลื่อนไหวร่วมสมัยที่เน้นพลัง อารมณ์ และประเด็นทางสังคม
ขณะที่สายบัลเลต์คลาสสิกยังคงเป็นแกนหลักของเทศกาล โดย Bolshoi Theatre of Belarus จะนำการแสดง Romeo & Juliet และ Cinderella มาจัดแสดงในกรุงเทพฯ พร้อมโปรดักชันขนาดใหญ่และเทคนิคการเต้นที่เป็นเอกลักษณ์ของคณะบัลเลต์จากยุโรปตะวันออก
ขณะเดียวกัน Alice in Wonderland ถูกนำเสนอในรูปแบบแฟนตาซีผสมผสานการเต้นร่วมสมัย กายกรรม และเซอร์คัส สะท้อนแนวโน้มของเวทีการแสดงยุคใหม่ที่พยายามเชื่อมศิลปะหลายแขนงเข้าด้วยกัน เพื่อดึงดูดผู้ชมในวงกว้างมากขึ้น
อีกหนึ่งจุดเด่นของปีนี้คือการหยิบเอาตัวละครและวัฒนธรรมป๊อปมาถ่ายทอดผ่านศิลปะการแสดง ไม่ว่าจะเป็น The Great Gatsby ที่พาผู้ชมย้อนสู่ยุคแจ๊สของสหรัฐ ผ่านดนตรีสด การเต้น และบรรยากาศสะท้อนโลกแห่งความมั่งคั่งและความทะเยอทะยานในยุค American Dream
นอกจากนี้ Eifman Ballet จากรัสเซีย ยังเตรียมนำเสนอ Pygmalion และ Russian Hamlet ซึ่งเป็นผลงานที่โดดเด่นด้านการเล่าเรื่องเชิงจิตวิทยาและการเมือง ผ่านสไตล์การออกแบบท่าเต้นอันเข้มข้นของ บอริส ไอฟ์แมน หนึ่งในนักออกแบบท่าเต้นร่วมสมัยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
การกลับมาของเทศกาลในปีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของอุตสาหกรรมศิลปะการแสดงในการดึงผู้ชมกลับเข้าสู่โรงละคร ท่ามกลางการแข่งขันจากแพลตฟอร์มดิจิทัลและความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค โดยผู้จัดคาดหวังว่าการรวมโชว์จากหลากหลายแนวและหลายประเทศ จะช่วยขยายฐานผู้ชมศิลปะการแสดงในไทยให้กว้างขึ้น







