
มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย.ขยายอาณาจักรสาขาที่ 1,200 แฟลกชิปสแตนด์อะโลนแห่งแรก
มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ขยายอาณาจักรค้าปลีก เปิดสาขาที่ 1,200 ย่านบางแค กรุงเทพฯ แฟลกชิปสแตนด์อะโลนแห่งแรกในไทย
บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดร้าน “มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. สาขาแฟลกชิป สแตนด์อะโลน” (Flagship Standalone) ซึ่งถือเป็นสาขาที่ 1,200 ในประเทศไทย
โดยสาขาแฟลกชิป สแตนด์อะโลนแห่งนี้ ตั้งอยู่ ณ กาญจนาภิเษก 5/1 ย่านบางแค กรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ศักยภาพสูงของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกที่มีการเติบโตของชุมชนเมืองอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ให้บริการกว่า 1 ล้านคน
โดยร้านได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดที่มุ่งยกระดับประสบการณ์การชอปปิ้งให้สะดวกสบาย ด้วยรูปแบบร้านค้า MR. D.I.Y. 2.0 ที่ทันสมัย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน บนพื้นที่รวมกว่า 9,787 ตารางฟุต ภายในอาคาร 2 ชั้น ที่รองรับสินค้าครบทุกหมวดหมู่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ จุดบริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) นอกจากนี้ ยังมีการใช้ระบบควบคุมอุณหภูมิภายในร้าน และติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนตัวอาคาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด ควบคู่ไปกับแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน
อานุภาพ คงมาลัย รองประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. เดินทางมาถึงอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญกับการเปิดตัวสาขาแฟลกชิป สแตนด์อะโลน จากสาขาแรกสู่การอยู่คู่คนไทยมาถึง 1,200 สาขาใน 77 จังหวัดทั่วไทย สะท้อนถึงความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี
ซึ่งมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ไม่ได้เป็นเพียงร้านค้าปลีก แต่เป็นจุดหมายสำหรับการเลือกซื้อสินค้า ตั้งแต่อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ สินค้าตกแต่งและซ่อมแซมบ้าน ไปจนถึงสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันของคนไทย ด้วยสาขาที่ครอบคลุมทั้งในเมืองและชุมชน โดยเรายังคงมุ่งมั่นส่งมอบความคุ้มค่า ความสะดวกสบาย และการเข้าถึงที่ง่ายให้แก่ผู้บริโภค เพื่อรองรับการเติบโตของชุมชนเมืองและไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมุ่งพัฒนาร้านค้าที่ผสานทั้งความสะดวกสบาย เทคโนโลยี และแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน
นอกจากนี้ ยังเดินหน้าส่งต่อความคุ้มค่าให้ผู้บริโภคทั่วประเทศผ่านแคมเปญใหญ่ “ล็อกราคา” ราคาเดิม ไม่ปรับเพิ่ม ทุกชิ้นทั้งร้าน ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 – 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและตอกย้ำพันธกิจของแบรนด์ในการส่งมอบสินค้าคุณภาพในราคาถูกคุ้มเสมอ (Always Low Prices) ให้กับคนไทยทุกครัวเรือน







