posttoday
ถอดโมเดล “เฮยหลงเจียง” สู่ "ไทย" ปฏิวัติการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยยีน!

ถอดโมเดล “เฮยหลงเจียง” สู่ "ไทย" ปฏิวัติการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยยีน!

15 พฤษภาคม 2569

ประเทศไทยกำลังเร่งเดินหน้าการตรวจคัดกรอง "มะเร็งลำไส้ใหญ่" โดยล่าสุดมีการระบุว่าได้ถอดองค์ความรู้จาก“เฮยหลงเจียง” ประเทศจีน

KEY

POINTS

  • กระทรวงสาธารณสุขไทยเตรียมนำโมเดลการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่จากมณฑลเฮยหลงเจียง ประเทศจีน มาประยุกต์ใช้
  • ใช้เทคโนโลยีใหม่ในการตรวจหาความผิดปกติของยีน (DNA methylation) จากอุจจาระ ซึ่งมีความแม่นยำสูงและสามารถเก็บตัวอย่างได้ด้วยตนเอง
  • มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการเข้าถึงการคัดกรองในวงกว้าง ค้นหาผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงสูงเพื่อส่งต่อเข้ารับการส่องกล้อง ทำให้ตรวจพบมะเร็งในระยะแรกได้มากขึ้น

ในปี 2018 ทั่วโลกมีผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักรายใหม่กว่า 1.8 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิต 881,000 คน ทำให้มะเร็งชนิดนี้เป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 3 ของโลกตามจำนวนผู้ป่วย และอันดับ 2 ตามจำนวนผู้เสียชีวิต

 

ส่วนประเทศจีน มะเร็งลำไส้ใหญ่กลายเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ

 

จากข้อมูลของ BGI Genomics ระบุว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่มักถูกเรียกว่า "ฆาตกรเงียบ" เนื่องจากอาการในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ หลายคนเข้าใจผิดว่าอาการในระยะแรกเป็นปัญหาเล็กน้อยเช่น โรคริดสีดวงทวาร

 

นอกจากนี้ ระยะเวลาที่โรคจะพัฒนาจากเป็นแค่ติ่งเนื้อไปสู่มะเร็งใช้เวลา 10-15 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญ หากเจอเร็วก็จะสามารถรักษาในระยะแรกได้ ซึ่งอัตราการหายและรอดชีวิตใน 5 ปี สูงกว่า 90%

 

 

ทั้งนี้ ล่าสุด กระทรวงสาธารณสุขของไทย ได้มีความคิดที่จะ ใช้เทคโนโลยีการตรวจ DNA methylation จากอุจจาระ หรือการหาความผิดปกติของ “ยีน” ซึ่งมีความแม่นยำสูง ตรวจง่ายเมื่อเทียบกับการคัดกรองแบบเดิมคือ FIT  (ส่องกล้องเข้าไปในลำไส้ใหญ่) และที่สำคัญคือสามารถทำการคัดกรองได้ด้วยตนเอง!

ในมุมมองของกระทรวงสาธารณสุขมองว่า นี่จะเป็นโอกาสที่ “คนไทย” จะเข้าถึงการตรวจคัดกรองได้ง่ายและมีจำนวนมากขึ้น

โดยจากข่าวล่าสุดระบุว่า ได้มีความร่วมมือกับ บริษัท บีจีไอ เฮลท์ (ฮ่องกง) จำกัด และบริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) และเป็นการนำองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการป้องกันโรคเรื้อรังจาก มณฑลเฮยหลงเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน มาประยุกต์ใช้

 

 

ปฏิบัติการในฮาร์บิน เฮยหลงเจียง ประเทศจีน!

 

จากข้อมูลของ BGI Genomics เมืองฮาร์บิน เมืองหลวงของมณฑลเฮยหลงเจียง ประเทศจีน ได้เปิดตัวโครงการสาธารณสุขระยะ 3 ปี เพื่อคัดกรองมะเร็งในระบบทางเดินอาหารและโรคเรื้อรังฟรี โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นประชาชน 2.4 ล้านคน โครงการนี้ดำเนินการร่วมกับ BGI Genomics และองค์กรด้านสุขภาพอื่น ๆ เพื่อระบุตัวบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง ก่อนที่จะส่งผู้ที่มีผลตรวจเป็นบวกเข้ารับการติดตามดูแลต่อเนื่องในสถานพยาบาลที่กำหนด

 

BGI ระบุว่าโครงการนี้ใช้การตรวจ DNA จากอุจาระแบบไม่รุกราน ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าการตรวจ FIT แบบดั้งเดิม ในการตรวจหา Advanced Adenoma  (ติ่งเนื้อ) และระบุกลุ่มเสี่ยงสูงได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

 

‘การส่องกล้องลำไส้ใหญ่แม้จะมีความแม่นยำสูง แต่ต้องอาศัยการงดอาหาร การเตรียมร่างกาย และอาจทำให้รู้สึกไม่สบาย ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้คนจำนวนมากหลีกเลี่ยง เมื่อพิจารณาถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีจำนวนมาก แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่องกล้องที่มีจำกัด โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท วิธีการแบบดั้งเดิมจึงไม่สามารถตอบสนองความต้องการในการคัดกรองได้อย่างเพียงพอ ความล่าช้าในการวินิจฉัยมักนำไปสู่มะเร็งในระยะที่รุนแรงขึ้น สร้างภาระหนักแก่ครอบครัวและทรัพยากรทางการแพทย์’

 

นอกจากนี้ BGI ระบุว่า องค์กรแพทย์ด้านมะเร็งระดับโลกอย่าง European Society for Medical Oncology ซึ่งเป็นเหมือน "สมาคมแพทย์มะเร็งแห่งยุโรป" ได้ทำการศึกษาและยืนยันว่า

การตรวจ  DNA "ช่วยค้นหาคนที่เสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้แม่นยำขึ้น" และเมื่อนำคนกลุ่มนี้ไปส่องกล้องต่อ ก็ "พบมะเร็งได้มากขึ้น" เมื่อเทียบกับการไม่ได้คัดกรองมาก่อน และวิจัยในประเทศไทยก็ทำการศึกษาด้วย และผลออกมาว่าการตรวจ Multitarget Stool DNA ซึ่งเป็นการตรวจที่ดู DNA หลายๆ จุดพร้อมกัน มีคุณสมบัติที่ดีมากคือ ความไวสูง หมายความว่า ถ้าใครเป็นมะเร็ง การตรวจนี้จะผิดพลาดน้อย

 

ประสิทธิภาพของการตรวจแบบ DNA  จากอุจจาระ ทำให้ประเทศจีนกำหนดเป็นแนวทางด้านสุขภาพในประเทศ เป็น “การคัดกรองเบื้องต้นแบบไม่รุกราน และ การส่องกล้องในกลุ่มเสี่ยงสูง" ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรอง บริหารทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม และควบคุมต้นทุนโดยจำกัดการส่องกล้องเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงเท่านั้น!

 

สำหรับที่ฮาร์บิน โครงการมุ่งเป้าไปที่ประชาชนกลุ่มอายุ 45-64 ปี ครอบคลุมศูนย์บริการสุขภาพชุมชนและศูนย์สุขภาพตำบลมากกว่า 300 แห่งทั้งในเขตเมืองและชนบท

โดยจะเป็นการจัดส่งชุดตรวจไปเก็บตัวอย่างที่บ้านเอง แล้วนำมาส่งที่คลินิกชุมชนเพื่อตรวจวิเคราะห์ จากนั้นระบบจะติดตามผู้ที่มีผลเป็นบวก คือมีความเสี่ยง และนัดหมายไปส่องกล้องลำไส้ใหญ่รวมถึงการตรวจที่จำเป็นอื่นๆ ต่อไป

 

 

 

สถานการณ์มะเร็งลำไส้ใหญ่ในประเทศไทย

 

ทั้งนี้ ประเทศไทย มีผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก พบมากเป็นอันดับ 4 ของมะเร็งทุกชนิด โดยมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นถึงปีละกว่า 16,000 คน

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ Harvard Medical School ประเมินว่าค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ของประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเมื่อคำนวณสะสมตลอด 25 ปี (2566–2590) จะมีมูลค่ารวมสูงถึง 323,000 ล้านบาท

พูดง่าย ๆ คือประเทศไทยต้องใช้เงินเฉลี่ยปีละกว่า 12,900 ล้านบาท เพื่อรักษาผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่เพียงอย่างเดียว! 

นอกจากนี้ การศึกษาดังกล่าว ยังกล่าวด้วยว่า การคัดกรองด้วยการตรวจอุจจาระ (FIT) อย่างเดียว จะมีปัญหาคือ ไทยมีแพทย์ส่องกล้องไม่เพียงพอ ทำให้วิธีนี้ยังไม่คุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์ 

 

....

 

แหล่งข้อมูล

https://www.bgi.com/global/news/harbin-crc-cancer-screening-bridging-the-gap-in-healthcare-china

https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S2212109924000438

 

ภาพ

BGI Genomics

ข่าวล่าสุด

OpenAI เปิดตัว Daybreak โครงการความปลอดภัยไซเบอร์ ท้าชน Glasswing

OpenAI เปิดตัว Daybreak โครงการความปลอดภัยไซเบอร์ ท้าชน Glasswing