posttoday

โลกใบนี้คือเรือชูชีพและ "พวกเราทุกคนคือลูกเรือ"

20 เมษายน 2569

รวมโควทเด็ดจากนักบินอวกาศอาร์ทิมิส 2 (Artemis II) เมื่อห้วงอวกาศสอนให้มนุษย์หันมาร่วมมือกัน ไม่ใช่ขัดแย้งกัน!

KEY

POINTS

  • ภารกิจอาร์เทมิส 2 ทำให้นักบินอวกาศมองเห็นโลกเป็นเหมือน "เรือชูชีพ" ที่ลอยอยู่อย่างโดดเดี่ยวในความมืดมิดอันกว้างใหญ่ของจักรวาล
  • จากมุมมองนอกโลก เส้นแบ่งต่างๆ ของมนุษย์ได้หายไป และตระหนักว่ามนุษย์ทุกคนคือ "ลูกเรือ" ที่ต้องร่วมมือกันเพื่อความอยู่รอดบนโลกใบนี้
  • สารสำคัญที่นักบินอวกาศนำกลับมาคือความหวังและมุมมองที่ว่ามนุษยชาติคือหนึ่งเดียวกัน ซึ่งต้องเลือกที่จะร่วมมือกันแทนการแบ่งแยกและขัดแย้ง

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ยานอวกาศ Orion พานักบินสี่คนออกจากโลก  Reid Wiseman ผู้บัญชาการ, Victor Gloverนักบิน, Christina Koch ผู้เชี่ยวชาญภารกิจ และ Jeremy Hansen จากองค์การอวกาศแคนาดา  สู่ภารกิจที่ไม่มีมนุษย์คนใดทำมานานกว่า 50 ปี ซึ่งมีชื่อว่า Artemis II 

 

พวกเขาสามารถโคจรรอบดวงจันทร์ ทำลายสถิติระยะทางไกลที่สุดที่มนุษย์เคยไปถึง และกลับมาในวันที่ 10 เมษายน 2569

 

แต่สิ่งที่พวกเขานำกลับมาด้วย ไม่ใช่แค่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ และความสำเร็จในรอบ 50 ปี แต่มันคือมุมมองที่เปลี่ยนไปตลอดกาลต่อคำว่า "มนุษยชาติ" ในห้วงเวลาที่ประเทศทั่วโลกต่างขัดแย้ง แบ่งขั้ว แบ่งฝักแบ่งฝ่าย!

 

โลกใบนี้คือเรือชูชีพและ "พวกเราทุกคนคือลูกเรือ"

 

 

Christina Koch  ผู้หญิงคนแรกที่เดินทางสู่ห้วงอวกาศลึก

 

เมื่อยาน Orion พา Koch ออกห่างจากโลกไปเรื่อยๆ สิ่งที่เธอมองผ่านหน้าต่างกระจกไม่ใช่ดวงจันทร์  แต่คือโลกที่กำลังเล็กลงเรื่อยๆ ท่ามกลางความมืดที่ไม่มีที่สิ้นสุด และนั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอเข้าใจบางสิ่งที่ไม่เคยเข้าใจมาก่อน

 

"สิ่งที่เปลี่ยนไปสำหรับฉันเมื่อมองกลับมายังโลก คือฉันพบว่าตัวเองไม่ได้สังเกตแค่ความงามของโลก แต่สังเกตถึงความมืดมิดรอบๆ โลกว่ามากแค่ไหน และมันทำให้โลกดูพิเศษขึ้นไปอีก

มันเน้นย้ำให้เห็นว่าเราเหมือนกันแค่ไหน ว่าสิ่งเดิมๆ นั้นทำให้ทุกคนบนโลกมีชีวิตอยู่ได้ เราวิวัฒนาการมาจากดาวดวงเดียวกัน และมีบางสิ่งร่วมกันเกี่ยวกับวิธีที่เรารักและการดำเนินชีวิตที่เป็นสากล" 

 

และในคืนที่เธอกลับถึงโลก เธอกล่าวประโยคที่กลายเป็นโควตที่จดจำมากที่สุดของภารกิจนี้

 

Koch กล่าวว่าสิ่งที่กระทบจิตใจเธอไม่ใช่การมองลงมายังโลก แต่คือ

"ความมืดมิดทั้งหมดรอบๆ มัน โลกเป็นเพียงเรือชูชีพที่ลอยอยู่อย่างสงบในจักรวาล" และปิดท้ายว่า

"ฉันรู้ว่าฉันยังไม่ได้เรียนรู้ทุกสิ่งที่การเดินทางครั้งนี้จะสอนฉัน แต่มีสิ่งใหม่อย่างหนึ่งที่ฉันรู้แน่แล้ว นั่นคือโลก คุณคือลูกเรือ

 

Koch ยังได้ให้นิยามของคำว่า "ลูกเรือ" ไว้อย่างลึกซึ้งว่า

"ลูกเรือคือกลุ่มคนที่อยู่ในนั้นตลอดเวลา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องพายพร้อมกันทุกนาทีด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกัน ยอมเสียสละอย่างเงียบๆ เพื่อกัน ให้อภัยกัน รับผิดชอบร่วมกัน ลูกเรือมีความห่วงใยและความต้องการเดียวกัน และลูกเรือนั้นเชื่อมโยงกันอย่างงดงามและหลีกเลี่ยงไม่ได้"

 

 

Jeremy Hansen  ชาวแคนาดาคนแรกในห้วงอวกาศลึก

 

 Hansen คือคนที่มองเข้าไปในรายละเอียดของความเป็นมนุษย์  และกลับมาพร้อมความหวัง

Hansen กล่าวว่า "มนุษย์เป็นคนที่ดีโดยทั่วไป เราไม่ได้ทำสิ่งที่ดีเสมอไป แต่ค่าเริ่มต้นของเราคือการเป็นคนดีและทำดีต่อกัน สิ่งที่ผมเห็นนำมาซึ่งความปีติยินดีและความหวังสำหรับอนาคตของเรา และผมแทบรอไม่ได้ที่จะเห็นว่าเราจะทำอะไรต่อไปด้วยสิ่งนี้"

 

Hansen ยังแบ่งปันปรัชญาที่ทีมใช้ร่วมกันตลอดภารกิจ ซึ่งเขามองว่าเป็น "ทักษะชีวิต" สำหรับทุกทีม Hansen อธิบายว่า

"เรามีคำที่เราคิดขึ้นมาเองนานแล้ว เรียกว่า 'Joy Train' เราไม่ได้อยู่บน Joy Train ตลอดเวลา มีหลายครั้งที่เราไม่ได้อยู่บนนั้น แต่เรามุ่งมั่นที่จะกลับขึ้นมาบน Joy Train โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และนั่นคือทักษะชีวิตที่มีประโยชน์สำหรับทีม ไม่ว่าจะเป็นทีมใดก็ตามที่พยายามทำสิ่งหนึ่งให้สำเร็จ" 

 

 

โลกใบนี้คือเรือชูชีพและ "พวกเราทุกคนคือลูกเรือ"

 

 

Reid Wiseman  ผู้บัญชาการที่พูดถึงขีดจำกัดของมนุษย์

 

Wiseman คือคนที่พูดถึงขีดจำกัดของจิตใจมนุษย์ ว่าบางสิ่งที่เราเห็น ใหญ่เกินกว่าจะเข้าใจได้ด้วยสมองที่วิวัฒนาการมาบนโลก

 

"ผมหันไปบอก Victor ว่า ผมไม่คิดว่ามนุษยชาติวิวัฒนาการมาถึงจุดที่จะเข้าใจสิ่งที่เรากำลังมองอยู่ได้ มันอยู่เหนือโลก และมันน่าอัศจรรย์มาก" 

 

และในช่วงสุดท้ายของการแถลงข่าว เขากล่าวถึงสิ่งที่เขานำกลับมาด้วยมากที่สุด  ไม่ใช่ข้อมูล แต่คือความรู้สึก Wiseman กล่าวว่า

 

"การอยู่ห่างจากบ้านกว่า 200,000 ไมล์ ก่อนออกเดินทางมันรู้สึกเหมือนความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แต่เมื่ออยู่ที่นั่น สิ่งที่อยากได้มากที่สุดคืออยากกลับมาหาครอบครัวและเพื่อนๆ มันพิเศษมากที่ได้เป็นมนุษย์ และพิเศษมากที่ได้อยู่บนโลกใบนี้" 

 

Wiseman ยังฝากไว้อีกว่า "เราผูกพันกันตลอดไปแล้ว นี่คือความใกล้ชิดที่สุดที่มนุษย์สี่คนจะมีได้โดยไม่ได้เป็นครอบครัวเดียวกัน เราออกเดินทางในฐานะเพื่อน และกลับมาในฐานะเพื่อนที่ดีที่สุด" 

 

 

Victor Glover  นักบินอวกาศผิวดำคนแรกในห้วงอวกาศลึก

 

Glover เป็นคนที่พูดน้อยที่สุด แต่ทุกคำที่เขาพูดหนักและจริงที่สุด

Glover กล่าวว่า "ความยากในการอธิบายสิ่งที่เราผ่านมา ได้ทำสิ่งที่เราทำ และได้อยู่กับคนที่ผมอยู่ด้วย มันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะอยู่ในร่างกายคนๆ เดียว" 

 

....

 

เสียงจาก 250,000 ไมล์เหนือโลก

 

โควทของ Christina Koch เป็นคำพูดที่โด่งดังที่สุดในทุกแพลตฟอร์ม รวมไปถึงเพื่อนร่วมทีมของเธอ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามและความทุกข์ร้อนบนโลกที่เกิดขึ้น ในยุคที่โลกเต็มไปด้วยเส้นแบ่ง ไม่ว่าจะเป็นชาติ อุดมการณ์ หรือความเชื่อ นักบินอวกาศทั้งสี่เลือกส่งข้อความเดียวกันกลับมาว่า

จากระยะ 250,000 ไมล์ เส้นแบ่งทั้งหมดนั้นหายไป เหลือแค่จุดสีน้ำเงินเล็กๆ ที่ลอยอยู่ในความมืด ลอยเคว้ง เพื่อเอาชีวิตรอด! และมีแค่มนุษยชาติ ไม่ว่าจะหน้าตา ชาติพันธุ์ หรือคนของประเทศใด ทุกคนคือหนึ่งในจุดเล็กๆ เหล่านั้นที่จะช่วยกันพาโลกใบนี้ให้รอดได้ ไม่ใช่ด้วยการแข่งขัน สู้รบกัน แต่คือการร่วมมือกัน

 

Koch ปิดท้ายด้วยประโยคที่อาจเป็นบทสรุปของภารกิจทั้งหมดซึ่งเต็มไปด้วยความหวังว่า

 

"เราจะสำรวจ เราจะสร้าง เราจะสร้างยานพาหนะ เราจะไปเยือนที่นั่นอีก

 แต่ท้ายที่สุด เราจะเลือกโลกเสมอ เราจะเลือกกันและกันเสมอ" 

 

 

ข่าวล่าสุด

ก.ล.ต. เล็งให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลขอใบอนุญาตสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้