คืนลมหายใจอาคาร 110 ปี “พระยาญาณประกาศ” ฟื้นงามกลางป้อมมหากาฬ
โครงการซ่อมแซมอาคารประวัติศาสตร์ในสวนป้อมมหากาฬคืบหน้า 85% เร่งงานระบบไฟฟ้า ทาสี และปรับพื้นที่ คาดเสร็จก่อนกำหนด มิ.ย. 69
การบูรณะอาคาร “พระยาญาณประกาศ” ภายใน สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ กำลังเดินหน้าเข้าสู่ช่วงสุดท้าย ปัจจุบันโครงการมีความคืบหน้าร้อยละ 85 ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการด้านงานระบบไฟฟ้าและติดตั้งโคมไฟครุภัณฑ์ งานทาสีภายในและภายนอกอาคาร รวมถึงงานคืนสภาพพื้นที่โดยรอบ ภายใต้การติดตามงานอย่างใกล้ชิดของผู้บริหารเมือง
การลงพื้นที่ตรวจงานล่าสุด (20 เมษายน 2569) ความก้าวหน้าและคุณภาพของการดำเนินโครงการ ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2568 มีกำหนดแล้วเสร็จในวันที่ 2 มิถุนายน 2569 โดยงานที่ดำเนินการครอบคลุมตั้งแต่การเสริมความมั่นคงของโครงสร้าง การบูรณะองค์ประกอบสถาปัตยกรรมทั้งภายในและภายนอก เช่น พื้น ผนัง บัว และหลังคา ไปจนถึงการปรับปรุงภูมิทัศน์ ระบบระบายน้ำ และระบบไฟฟ้าแสงสว่าง เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยและการใช้งานในระยะยาว
ในระยะปัจจุบัน งานส่วนที่เหลืออยู่เป็นงานระบบและรายละเอียดขั้นสุดท้าย ได้แก่ การติดตั้งโคมไฟครุภัณฑ์ งานทาสีทั้งภายในและภายนอก รวมถึงการคืนสภาพพื้นที่โดยรอบ ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำให้อาคารกลับมามีชีวิตชีวาและพร้อมใช้งานอีกครั้ง ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เน้นย้ำให้การดำเนินงานทุกขั้นตอนเป็นไปตามหลักวิชาการด้านการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมอย่างเคร่งครัด
โดยเฉพาะการรักษา “คุณค่าแท้” (authenticity) ของอาคาร ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ วัสดุ หรือรายละเอียดเชิงช่างดั้งเดิม พร้อมทั้งมีการตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้างอย่างละเอียดก่อนการส่งมอบ เพื่อให้มั่นใจว่าอาคารจะสามารถรองรับการใช้งานได้อย่างมั่นคงในระยะยาว และยังคงเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าของเมืองหลวง
มองย้อนกลับไปในเชิงประวัติศาสตร์
อาคารพระยาญาณประกาศถือเป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่สะท้อนพัฒนาการด้านอุตสาหกรรมและการคมนาคมทางน้ำของกรุงเทพฯ ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 อาคารแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2459 ในสมัยรัชกาลที่ 6 โดยมีความเกี่ยวข้องกับกิจการต่อเรือและงานช่างที่มีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจและการสัญจรในยุคนั้น พื้นที่โดยรอบอย่าง ป้อมมหากาฬ เองก็เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ทำหน้าที่เป็นหนึ่งในแนวป้องกันพระนคร และต่อมาได้พัฒนาเป็นชุมชนดั้งเดิมที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเฉพาะตัว
ในช่วงเวลาต่อมา เมื่อบทบาทของการคมนาคมทางน้ำลดลงและเมืองขยายตัว อาคารพระยาญาณประกาศจึงค่อย ๆ สูญเสียหน้าที่ดั้งเดิมและเสื่อมโทรมลงตามกาลเวลา จนกระทั่งได้รับการขึ้นทะเบียนและดูแลโดย กรมศิลปากร ซึ่งเล็งเห็นถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม ก่อนที่จะมีการถ่ายโอนภารกิจการดูแลมายังกรุงเทพมหานครในปี พ.ศ. 2547 เพื่อให้การอนุรักษ์สอดคล้องกับบริบทของการพัฒนาเมืองในปัจจุบัน
การบูรณะในครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการซ่อมแซมอาคารเก่า หากแต่เป็นกระบวนการ “คืนชีวิต” ให้กับพื้นที่ประวัติศาสตร์ ผ่านการผสานองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม และการอนุรักษ์เข้าด้วยกันอย่างรอบด้าน เป้าหมายสำคัญคือการทำให้อาคารพระยาญาณประกาศสามารถกลับมาใช้งานได้อีกครั้งในรูปแบบที่เหมาะสม อาจเป็นแหล่งเรียนรู้ พื้นที่สาธารณะ หรือศูนย์วัฒนธรรมที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันได้อย่างมีความหมาย
เมื่อโครงการแล้วเสร็จ อาคารแห่งนี้จะไม่เพียงแต่เป็นโบราณสถานที่ได้รับการฟื้นฟูเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์มรดกเมืองในยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญทั้งต่อความถูกต้องทางประวัติศาสตร์และการใช้ประโยชน์ในสังคมร่วมสมัยอย่างสมดุล ซึ่งสะท้อนแนวทางการพัฒนาเมืองของกรุงเทพมหานครที่มุ่งรักษารากเหง้าทางวัฒนธรรมควบคู่ไปกับการก้าวสู่อนาคตอย่างยั่งยืน


