posttoday

นิยาม ‘ความฉลาด’ ของมนุษย์ในยุค AI จะเปลี่ยนไป! จากปากของ "เจนเซน หวง"

12 เมษายน 2569

เมื่อ AI ทำได้ทุกอย่างที่ "ความฉลาด" ของมนุษย์ในอดีตทำได้ แล้วนิยม "ความฉลาด" ของมนุษย์ แบบใหม่คืออะไรกันแน่ .. ถอดรหัสจากบทสัมภาษณ์ล่าสุด ของ เจนเซน หวง

AI กำลังจะเปลี่ยนโลก! รวมไปถึงแนวคิดที่เคยมีมาหลายยุคหลายสมัยเกี่ยวกับ "ความฉลาด" 

 

อย่างไร?

 

เพราะปัจจุบัน  AI สามารถเขียนโค้ดซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว และแก้ปัญหาที่มนุษย์ต้องใช้เวลาศึกษาหลายสิบปีได้ในชั่วพริบตา  .. ความฉลาดเหล่านั้นที่ได้รับการยกย่อง กำลังจะกลายเป็นเรื่องพื้นฐานที่ใช้ AI ก็ทำได้แล้ว!

 

ถ้าอย่างนั้น คำถามสำคัญที่เกิดขึ้น คือ "แล้วความฉลาดในยุค AI นี้ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร"

 

เจนเซน ฮวง (Jensen Huang) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ NVIDIA ผู้ซึ่งอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ AI โลก ได้ให้คำตอบที่น่าสนใจ ไว้ในรายการพอดแคสต์ "A Bit Personal" (ดำเนินรายการโดย Jodi Shelton)  โดยเป็นการพูดคุยถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุค AI 

 

เมื่อความฉลาดเดิม กลายเป็น ‘สินค้า’ ที่ทำได้ทั่วไปและราคาถูกลง

 

หวงมองว่า นิยามความฉลาดแบบเดิมที่วัดจากความสามารถในการคำนวณ ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค หรือการแก้ปัญหาเชิงตรรกะ กำลังจะกลายเป็น "สินค้า" ที่หาได้ทั่วไปและมีราคาถูกลงเรื่อยๆ เขายกตัวอย่างอาชีพโปรแกรมเมอร์ ซึ่งเคยถูกยกย่องว่าเป็นจุดสูงสุดของอาชีพที่ใช้ความฉลาด กลับกลายเป็นปราการด่านแรกๆ ที่ AI สามารถตีแตกและทำงานแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นั่นหมายความว่า หากความฉลาดคือ การทำตามกฎเกณฑ์หรือการประมวลผลข้อมูล นั่นอาจไม่ใช่คุณสมบัติของ "คนฉลาดที่สุด" ในโลกยุคใหม่อีกต่อไป

 

นิยาม ‘ความฉลาด’ ของมนุษย์ในยุค AI จะเปลี่ยนไป! จากปากของ "เจนเซน หวง"

 

อะไรคือความฉลาดในยุค AI ของมนุษย์

 

หวงนิยามความฉลาดในอนาคตว่า คือผู้ที่ยืนอยู่บน "จุดตัดระหว่างความเชี่ยวชาญทางเทคนิคและความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น " โดยเขาระบุถึงความสามารถที่ AI ยังยากจะเลียนแบบได้ในปัจจุบัน 3 ประการ ได้แก่

  • การอนุมานสิ่งที่ไม่ได้พูด  ความเข้าใจในบริบท ความรู้สึก และความต้องการที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดหรือข้อมูลดิบ
  • การมองเห็นสิ่งที่มองไม่เห็น ความสามารถในการคาดการณ์ปัญหาหรือโอกาสที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง แต่สัมผัสได้จากสัญญาณที่เลือนลาง
  • การรับรู้ด้วยสัญชาตญาณ (The Vibe)  หวงอธิบายว่า "Vibe" หรือความรู้สึกนั้น ไม่ใช่เรื่องไสยศาสตร์ แต่เป็นผลลัพธ์จากการผสมผสานระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูล  การเข้าใจความต้องการของมนุษย์ที่ไม่ได้ระบุเป็นตัวเลข ประสบการณ์ชีวิตที่สามารถนำมาคาดการณ์อนาคตได้ และความฉลาดทางอารมณ์เข้าด้วยกันควบคู่กับการใช้เหตุผล

 

"คนที่มีความสามารถในการอนุมานสิ่งที่ไม่ได้ถูกพูดออกมา หรือมองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น คือคนที่มีคุณค่ามหาศาล เพราะพวกเขาสามารถจัดการปัญหาได้ก่อนที่มันจะปรากฏตัวขึ้น เพียงเพราะพวกเขาสัมผัสได้ถึง ‘Vibe’ บางอย่าง"  เจนเซน หวงกล่าว

 

 

ระบบการศึกษาปัจจุบัน ไม่ได้ตอบโจทย์ความฉลาดอีกต่อไป!

 

ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดจากบทสัมภาษณ์นี้คือ หวงเชื่อว่าคนที่มีความฉลาดแบบใหม่นี้อาจเป็นคนที่ "สอบตก" หรือได้คะแนนแย่มากในระบบการศึกษาแบบเดิมอย่างการสอบ SAT เพราะระบบเดิมมุ่งเน้นการวัดผลในสิ่งที่ AI ทำได้ดีอยู่แล้ว แต่กลับละเลยการวัดผลเรื่องความเข้าใจในเพื่อนมนุษย์และสัญชาตญาณ การวางแผนและกลยุทธ์

 

....

 

และนี่คือ "สิ่งที่จะท้าทาย" ระบบการศึกษา และ การเรียนรู้ ของมนุษย์ ที่ต้องปรับใหม่ให้หมด .. หลังจากที่เลิก "ตื่น" จากการเท่าทัน AI โดยการใช้ AI ให้เป็นแล้ว อาจจะถึงเวลาที่มนุษย์ ต้องหา "จุดยืน" ของตนเองในฐานะสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาใหม่อีกครั้ง.

 

 

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด ซันเดอร์แลนด์ พบ สเปอร์ส พรีเมียร์ลีก วันนี้ 12 เม.ย.69