posttoday

กางรายละเอียด! กรมการค้าภายใน ออกมาตรการลดค่าครองชีพ

12 เมษายน 2569

กรมการค้าภายใน สู้วิกฤตตะวันออกกลาง ขยายธงฟ้า–ธงเขียวพลัส ลดค่าครองชีพ และเพิ่มรายการสินค้าที่ต้องขออนุญาตก่อนปรับราคา

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และต้นทุนสินค้าในหลายภาคส่วน รวมถึงสินค้าเกษตรที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูปและการส่งออก เมื่อการขนส่งมีข้อจำกัดมากขึ้น ทำให้บางช่วงเกิดภาวะสินค้าคงค้างในประเทศ ผู้ผลิตบางส่วนชะลอการผลิต และเกิดความผันผวนด้านราคา รัฐบาลจึงเร่งดำเนินมาตรการดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ภาระตกอยู่กับประชาชนและเกษตรกรมากเกินไป ภายใต้แนวคิด "2 พ." คือ ปริมาณเพียงพอ และราคาไม่แพงเกินสมควร เพื่อให้ทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน ผู้ประกอบการ และเกษตรกร สามารถอยู่ได้ 

 

นายวิทยากร มณีเนตร

 

ออกมาตรการลดค่าครองชีพ ธงฟ้า-ธงฟ้าพลัส

 

ในด้านการลดค่าครองชีพ กรมการค้าภายในมุ่งเน้นให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นได้จริง ทั้งในด้านราคาและช่องทาง โดยสินค้าธงฟ้าจำหน่ายต่ำกว่าท้องตลาดเฉลี่ยร้อยละ 30–60 ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น กว่า 200 รายการ อาทิ ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำมันปาล์ม น้ำตาลทราย ซึ่งสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 500 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน

โดยได้ขยายการดำเนินงานให้มากขึ้นเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างครอบคลุม โดยกรมฯ มีแผนจัดงานธงฟ้าเพิ่มเป็น 518 ครั้ง จากเดิม 62 ครั้ง ในช่วงเดือนเมษายนถึงสิงหาคม แบ่งเป็นงานขนาดใหญ่ 200 บูธ จำนวน 12 ครั้ง งานขนาด 50 บูธ จำนวน 76 ครั้ง มินิธงฟ้าจังหวัดละ 5 ครั้ง รวม 380 ครั้ง และในกรุงเทพมหานคร 50 เขต จำนวน 50 ครั้ง

นอกจากนี้ ยังมีการกระจายสินค้าผ่านรถเร่ รถพุ่มพวง และรถโมบายธงฟ้า รวมกว่า 5,000 คัน โดยใช้เครือข่ายเดิมที่มีความเข้าใจพื้นที่ เพื่อให้เข้าถึงประชาชนในระดับชุมชนและพื้นที่ห่างไกล พร้อมทั้งจัดโครงการ “ธงฟ้าลดเปิดเทอม” ในโรงเรียนห่างไกลจำนวน 1,000 แห่ง เพื่อนำสินค้าอุปโภคบริโภค ชุดนักเรียน และอุปกรณ์การเรียนไปจำหน่ายในราคาประหยัด อีกทั้งยังเชื่อมโยงสินค้าเกษตรไปยังตลาดสด ตลาดกลาง ตลาดนัด ปั๊มน้ำมัน และไปรษณีย์ รวม 1,000 แห่ง เพื่อช่วยระบายผลผลิต และสร้างรายได้ให้เกษตรกร รวมถึงกระจายสินค้าราคาพิเศษผ่านร้านค้าปลีก ค้าส่ง และร้านโชห่วย จำนวน 150 ร้าน

พร้อมกันนี้ ได้ดำเนินโครงการ “ธงเขียวพลัส” เพื่อช่วยลดต้นทุนสินค้าในกลุ่มปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงสินค้าในราคาที่เหมาะสม ควบคู่กับการสร้างโอกาสให้ร้านค้าชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อยสามารถนำไปต่อยอด สร้างรายได้ และหมุนเวียนเศรษฐกิจในพื้นที่

 

ออกมาตรการกำกับราคา เพิ่มจาก 8 เป็น 15 รายการ

 

ด้านการกำกับดูแลราคาสินค้า กรมการค้าภายในได้เพิ่มรายการสินค้าที่ต้องขออนุญาตก่อนปรับราคาจาก 8 เป็น 15 รายการ โดยพิจารณาจากต้นทุนจริง ทั้งต้นทุนการผลิต การบริหารจัดการ และค่าขนส่ง ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซลที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ราคาสินค้าอาจมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นในช่วงร้อยละ 0.7–44.4 ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า

โดยแบ่งเป็นหมวดอาหารและเครื่องดื่มร้อยละ 1.6–12.1 ของใช้ในชีวิตประจำวันร้อยละ 1.4–16.2 ปัจจัยทางการเกษตรร้อยละ 44.4 วัสดุก่อสร้างร้อยละ 1.5–2.1 และอาหารสดร้อยละ 0.7–3.2 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้อนุญาตให้ผู้ประกอบการปรับขึ้นราคา และอยู่ระหว่างการพิจารณาอย่างรอบคอบ พร้อมขอความร่วมมือให้ทยอยปรับราคาอย่างเหมาะสม

 

"กรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับมาตรการให้เหมาะสม เพื่อให้สินค้ามีเพียงพอ ราคาอยู่ในระดับที่เหมาะสม เกษตรกรสามารถดำรงอาชีพได้ และประชาชนไม่ต้องแบกรับภาระค่าครองชีพเกินสมควรในช่วงสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง" นายวิทยากร กล่าว

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด ฟอเรสต์ พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 12 เม.ย.69