กรมการค้าภายใน เร่งจัดหาปุ๋ย - ดูแลราคาปาล์มทั้งระบบสู้วิกฤต!
กรมการค้าภายในเดินหน้าดูแลเกษตรกรอย่างรอบด้าน ทั้งด้านต้นทุนปัจจัยการผลิตและราคาผลผลิต เร่งจัดหาปุ๋ยเพิ่มเติม-ดูแลราคาปาล์มทั้งระบบ
กรมการค้าภายใน เดินหน้าแก้ปัญหา "ปุ๋ยเคมี" ขาดแคลนและราคาพุ่ง อันเป็นผลพวงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเร่งประสานภาคเอกชนและสมาคมปุ๋ยเพื่อจัดหาปุ๋ยให้เพียงพอกับฤดูกาลเพาะปลูก และดูแลราคาผลผลิตของ "ปาล์ม" ให้อยู่ในราคาที่เกษตรกรมีรายได้ที่เหมาะสม
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ปุ๋ยเคมี ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของเกษตรกร กรมการค้าภายในได้เร่งดำเนินการร่วมกับภาคเอกชนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะสมาคมปุ๋ย เพื่อจัดหาปุ๋ยเพิ่มเติมและบริหารจัดการให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยข้อมูลปริมาณสต๊อกและแผนนำเข้าได้รับการยืนยันจากภาคเอกชน เพื่อสะท้อนสถานการณ์จริงของตลาด ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณปุ๋ยประมาณร้อยละ 64 ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว เนื่องจากนำเข้าจากแหล่งอื่น ขณะที่ปุ๋ยยูเรียซึ่งมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 36 ต้องพึ่งพาการนำเข้าและมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจากประมาณ 500 เป็น 800 เหรียญสหรัฐต่อตัน
ปัจจุบันมีสต๊อกปุ๋ยรวมประมาณ 900,000 ตัน โดยเป็นปุ๋ยยูเรียประมาณ 343,000 ตัน และมีแผนนำเข้าเพิ่มเติมอีก 234,650 ตัน เพื่อรองรับฤดูกาลเพาะปลูก พร้อมทั้งส่งเสริมให้ใช้ปุ๋ยสูตรผสม เช่น 40-0-0, 21-0-0, 18-8-8 เป็นต้น เพื่อลดการพึ่งพายูเรียล้วน และลดความเสี่ยงด้านราคา รวมถึงดำเนินโครงการ “ธงเขียวพลัส” เพิ่มส่วนลดให้เกษตรกรจาก 200 เป็น 300 บาทต่อราย พร้อมสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม
ด้านการกำกับดูแล ได้ตรวจสอบร้านจำหน่ายปุ๋ยแล้ว 1,079 แห่ง พบการกระทำผิด 48 ราย และได้ดำเนินคดีในข้อหาไม่ปิดป้ายราคาและจำหน่ายเกินราคา เพื่อป้องกันการเอาเปรียบเกษตรกร
สำหรับสถานการณ์ปาล์มน้ำมัน กรมการค้าภายใน ขอย้ำว่าคำนึงถึงพี่น้องเกษตรกรเป็นอันดับแรก เนื่องจากรายได้ขึ้นอยู่กับราคาผลผลิต การดำเนินมาตรการจึงให้ความสำคัญกับการดูแลเกษตรกรเป็นหลัก
นายวิทยากร กล่าวย้ำว่า การบริหารจัดการปาล์ม ตามที่มีประกาศ กกร. ไม่ได้เป็นการห้ามส่งออก แต่เป็นการบริหารจัดการให้เกิดสมดุลระหว่างการใช้ในประเทศ การใช้ในภาคพลังงาน ให้เพียงพอ ในปี 2569 ได้เพิ่มการใช้ในภาคพลังงาน (ไบโอดีเซล B7 และ B20) เป็นประมาณ 140,000 ตันต่อเดือน ส่งผลให้ปริมาณส่งออกอยู่ที่ประมาณ 43,600 ตันต่อเดือน
ในส่วนของผลผลิต ปัจจุบันราคาผลปาล์มเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงสุดในรอบหลายปี แต่ก็รับทราบถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยกรมการค้าภายในจะดูแลราคาผลผลิตของเกษตรกรให้อยู่ในราคาที่เกษตรกรมีรายได้ที่เหมาะสม
ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวด(สต็อกเดิม) อยู่ที่ 42–50 บาทต่อขวด ซึ่ง หากเป็นสต๊อกใหม่ที่ราคา CPOในปัจจุบัน มีแนวโน้มสูงขึ้น กรมฯ จะบริหารจัดการ ร่วมกับทุกภาคส่วน ไม่ให้เกิดภาวะราคาน้ำมันปาล์มบริโภคสูงเกินๅควร ซึ่งจะทำให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน
พร้อมกันนี้ ได้กำหนดให้ลานเทและโรงสกัดต้องปิดป้ายแสดงราคารับซื้ออย่างชัดเจน ห้ามกระทำการเอาเปรียบเกษตรกร เช่น การกดราคารับซื้อหรือทำลูกร่วง รวมถึงกำหนดให้มีการรายงานสต๊อกและการเคลื่อนย้ายสินค้า และการขออนุญาตส่งออกอย่างเข้มงวด
นอกจากนี้ กรมการค้าภายในยังได้เพิ่ม “เม็ดพลาสติก” เป็นสินค้าควบคุม ครอบคลุมประเภท PE, PP และ PET ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในบรรจุภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภค กระสอบปุ๋ย และเวชภัณฑ์ โดยได้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อติดตามและกำกับดูแลทั้งระบบ


