Prime Generations: พลังวัยเก๋าอาเซียน นิยามใหม่ของการเติบโตที่ไม่หยุดนิ่ง
HILL ASEAN เผยงานวิจัยปี 2026 ปลดล็อกตลาดใหม่ด้วยกลุ่ม Prime Generations ชาวอาเซียนวัยกลางคนถึงผู้สูงอายุที่เปลี่ยนมุมมองการสูงวัยจากการถดถอยสู่โอกาสในการพัฒนาตนเองอย่างมีพลัง
ถอดรหัส Prime Generations: เมื่อ “อายุ” ไม่ใช่ขีดจำกัด แต่คือ “ศักยภาพ” ที่ขยายตัว
สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (HILL ASEAN) ได้นำเสนอมุมมองใหม่ที่น่าสนใจผ่านงานวิจัย “ASEAN Sei-katsu-sha Studies 2026” โดยชี้ให้เห็นว่าสังคมอาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ผู้คนก้าวข้ามข้อจำกัดของวัย และให้นิยามการใช้ชีวิตใหม่ว่า “ยิ่งอายุเพิ่ม ยิ่งเติบโตและขยายศักยภาพชีวิต”
อรุณโรจน์ เหล่าเจริญวงศ์ รองผู้อำนวยฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การศึกษาทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพใน 6 ประเทศอาเซียน
ภายใต้บริบทสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยครอบครัวและความสัมพันธ์ ได้เผยให้เห็น “ภาพใหม่” ของกลุ่มคนวัยกลางคนและผู้สูงอายุ ที่แตกต่างจากภาพจำเดิม จากกลุ่มที่เคยถูกมองว่าเฉยชาและยึดติดกับความคิดเดิม
กลับกลายเป็นกลุ่มที่มีพลัง ปรับตัวสูงและเปิดรับสิ่งใหม่ ทั้งนี้ HILL ASEAN ได้นิยาม Millennials, Gen X และ Baby Boomers ใหม่ในฐานะ “Prime Generations” หรือช่วงวัยที่ชีวิตอยู่ในจุดสูงสุดของศักยภาพโดยเป็นกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีได้คล่องตัว ไม่หยุดพัฒนาตนเอง และเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอาเซียนยุคปัจจุบัน
กลุ่มคนเหล่านี้ถูกเรียกว่า “Prime Generations” ซึ่งประกอบด้วย Millennials, Gen X และ Baby Boomers ที่อยู่ในจุดสูงสุดของศักยภาพตนเอง
เจาะอินไซต์ 3 ช่วงวัยในฐานะ Prime Generations
- Millennials (Expanding Self): มองการเติบโตเป็นการเชื่อมโยงความสำเร็จส่วนบุคคลเข้ากับครอบครัวและอนาคต
- Gen X (Rediscovering Self): กลับมาให้คุณค่ากับตัวเองหลังจากทุ่มเทให้ผู้อื่นมานาน เพื่อหาความสมดุลใหม่ในชีวิต
- Baby Boomers (Redesigning Self): ใช้เทคโนโลยีเพื่อคงบทบาทในสังคมและออกแบบชีวิตให้พึ่งพาตนเองได้อย่างอิสระ
งานวิจัยระบุว่า ความพึงพอใจในชีวิตของชาวอาเซียนจะเพิ่มขึ้นตามอายุ
จากเดิมที่เคยมองบทบาททางสังคมเป็นเพียง “หน้าที่” (Obligations) แต่กลุ่ม Prime Generations กลับมองว่าเป็น “โอกาสในการเติบโต” (Growth Assets)
เขาไม่หวาดกลัวความแก่ แต่พร้อมจะพัฒนาตนเองสู่เวอร์ชันที่ดียิ่งขึ้น
นี่คือโอกาสสำคัญของแบรนด์ที่จะเปลี่ยนจากการสื่อสารแบบ “Anti-Aging” (ลดความกังวล) ไปสู่แนวคิด “Pro-Aging” ที่สนับสนุนการเติบโตอย่างมีพลัง และก้าวเข้าสู่การเป็น “พันธมิตรในการพัฒนาตัวตน” เพื่อเติบโตไปพร้อมกับกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อและทรงพลังกลุ่มนี้อย่างยั่งยืน


