posttoday

ชาวเน็ตประสานเสียง! แชร์เคล็ดลับ "รัดเข็มขัด" รับมือวิกฤตพลังงาน ประหยัดได้จริง

08 เมษายน 2569

เมื่อราคาพลังงานพุ่งและข้าวของแพงขึ้นทุกวัน ชาวลูกเพจโพสต์ทูเดย์แชร์ประสบการณ์จริงกันอย่างคึกคัก เสมือนเป็น "ตำราประหยัด" ฉบับคนธรรมดาที่ได้ผลจริง

ท่ามกลางความปั่นป่วนของตลาดพลังงานโลก ไม่ว่าสงครามจะจบลงเมื่อไหร่หรืออย่างไร หลายฝ่ายออกมาพูดไปในทำนองเดียวกันว่า ผลกระทบต่อราคาน้ำมัน ค่าไฟ และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในไทยไม่ได้หายไปพร้อมกันทันที เพราะต้นทุนที่ผู้ประกอบการแบกรับไปแล้วยังคงส่งต่อมาถึงผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าจะเป็น ค่าไฟฟ้า ค่าแก๊สหุงต้ม และราคาอาหารสดต่างขยับขึ้นพร้อมกัน กระทบกระเป๋าตังค์คนไทยทุกกลุ่ม

นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์พลังงาน อย่าง ดร.ณรงค์ชัย  ใหญ่สว่าง พูดเลยว่า แม้วิกฤตจะคลี่คลาย แต่ราคาพลังงานมักใช้เวลานานกว่าจะปรับลง  ดังนั้นการปรับพฤติกรรมตั้งแต่วันนี้จึงไม่ใช่แค่ "ความประหยัด" แต่คือ การป้องกันตัวเองจากความเสี่ยงระยะยาว

 

 

เสียงจากลูกเพจโพสต์ทูเดย์ ประหยัดได้จริง ไม่ต้องรอรัฐบาล

 

นอกจากนโยบายรัฐบาล ที่ต้องรอว่าจะมีมาตรการอะไรออกมาช่วยเหลือประชาชนหรือกลุ่มคนเปราะบางอย่างที่ได้เอ่ยไว้  โพสต์ทูเดย์ สำรวจบนสื่อโซเชียลมีเดียเพื่อไถ่ถามชาวเน็ตให้แชร์ไอเดียการประหยัดของแต่ละบ้าน

 

ชาวเน็ตประสานเสียง! แชร์เคล็ดลับ "รัดเข็มขัด" รับมือวิกฤตพลังงาน ประหยัดได้จริง

 

พบว่ามีข้อเสนอหลายอย่างที่น่าสนใจ และสามารถปฏิบัติได้จริง! ยกตัวอย่างเช่น

 

 คุณแอ๊ด ยู ได้แชร์สูตรเครื่องดื่มแบบประหยัด

"ดื่มเหล้าจากที่ผสมโซดาก็ผสมน้ำเปล่า น้ำแข็งก็ทำเองจากช่องฟรีซตู้เย็น"

ซึ่งเป็นคอมเมนต์ที่คนชื่นชอบจำนวนมาก โพสต์ทูเดย์ ลองนำข้อความดังกล่าวมาคิดบนสมมติฐานที่จริงจังขึ้น หากครอบครัวที่ซื้อน้ำแข็งถุงวันละ 5-10 บาท ตลอดทั้งปีหมดไปกว่า 1,825–3,650 บาท    เพียงแค่ปิดฝาช่องฟรีซให้สนิท ก็ประหยัดและเอาเงินส่วนนี้ไปใช้ทำอะไรอย่างอื่นได้อีก

 

คุณ เล็ก ลูกแม่ลัย เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ใช้วิธีลดพลังงานรอบตัวแบบง่ายๆ

"เริ่มจากลดการใช้พลังงานลง ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า เปลี่ยนจากรถยนต์มาใช้มอเตอร์ไซค์หรือจักรยาน เปิดแอร์เบาลง และปิดเร็วขึ้น ใช้เวลาอยู่ในบ้านมากขึ้น"

ลองคิดดูหากเปลี่ยนมาขับมอเตอร์ไซค์แทนรถยนต์ในระยะทางวันละ 20 กม. ประหยัดน้ำมันได้ราว 800–1,500 บาทต่อเดือน ส่วนการลดอุณหภูมิแอร์ขึ้น 1 องศา ช่วยลดค่าไฟได้ประมาณ 6–8% ต่อเดือน

 

คุณ Acharaporn Fakthonphan  แชร์วิธีทำอาหารง่ายๆ ปิดไฟทุกครั้ง

"ทำอาหารง่ายๆทานเอง เช่นแกงจืดฟัก ใส่ไก่ แกงส้มผักรวม ไข่เจียวจ้า ปิดไฟทุกครั้งที่ออกจากห้อง ok มั้ย"

ฟังดูเล็กน้อยแต่ไม่เล็กเลย การทำอาหารเองแทนการสั่งเดลิเวอรี่ ประหยัดได้มื้อละ 50–150 บาท หากทำเองวันละ 2 มื้อ ตลอดเดือนประหยัดได้ถึง 3,000–9,000 บาท และการปิดไฟทุกครั้งที่ออกจากห้อง ช่วยลดค่าไฟได้อีกราว 5–10%

 

คุณ สุพัตรา อุ่นเจริญ วางชีวิตให้ "ประหยัด" เป็นเรื่องปกติ

"กินข้าว 2 มื้อ แต่ชีวิตที่ผ่านมาก็รัดปกติ ทำกับข้าวเองตลอด เที่ยวปีละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 วัน ทำงานไม่มีวันหยุด เดินห้าง มีแต่รีบเดินรีบกลับ ใส่เสื้อผ้ามือสอง"

ชีวิตแบบนี้ฟังดูยากสำหรับอีกหลายคน แต่ถ้าคำนวณแล้วจะพบข้อที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการใส่เสื้อผ้ามือสองคุณภาพดีราคาเพียง 10–20% ของป้ายใหม่ ถ้าซื้อเสื้อผ้าเฉลี่ยเดือนละ 500 บาท ประหยัดไปได้ 400 บาทต่อเดือน ทันที

 

คุณสุภาวดี แก้ววิมล วางแผนไปตลาดแบบไม่เหลือทิ้ง

"ที่บ้านจะจ่ายกับข้าวอาทิตย์ละ 1 ครั้งและซื้ออาหารสำหรับ 1 อาทิตย์ไปตลาด ปัจจุบันจะถามเลยว่าใครจะกินอะไร เราก็ซื้อของตามที่ระบุในเมนูอาหาร ไม่ซื้อ 'เผื่อ' แล้ว"

การซื้อของแบบวางเมนูล่วงหน้าลดของเน่าเสียที่ต้องทิ้งได้อย่างมาก สถิติชี้ว่าครัวเรือนไทยทิ้งอาหารเฉลี่ย เดือนละ 300–800 บาท เพียงแค่วางแผนซื้อให้ตรงกับที่กิน ก็ประหยัดได้ทันที

 

 

คุณ Warayut Phonoi ผ่านวิกฤตได้ต้องวางแผน

"จดรายการของหนักที่ต้องขนส่ง ผลิตภัณฑ์จากพลาสติก ยา และทยอยตุนได้แล้ว"

การซื้อของใช้จำเป็นตุนล่วงหน้าในช่วงที่ยังพอได้ราคาเก่า เช่นซื้อยาสามัญประจำบ้านและของใช้คงทนในราคาวันนี้ ก่อนที่ต้นทุนขนส่งจะดันราคาขึ้นอีก

 

คุณ Ohm Kd แนวคิดที่เรียกว่าเป็นแชมป์รัดเข็มขัดฉบับครบสูตร

เพราะความคิดเห็นที่ได้รับความสนใจและมีรายละเอียดมากที่สุดเห็นจะเป็นของ Ohm Kd ที่วางแผนชีวิตเป็นระบบ

โดยเลือก ตัดการเดินทางตจว.ออก เหลือเพียงเดือนละครั้ง ลดชา-กาแฟเหลือมื้อเช้าไม่เกิน 100 บาท งดเลี้ยงตัวเองด้วยปลาแชลมอน+กุ้ง+ไวน์แดงทุกวันพุธ เปลี่ยนเป็นทำของง่ายๆ แทน งดชาบูวันอาทิตย์เหลือเดือนละครั้ง และเลิกซื้อโทรศัพท์ใหม่ทุกปี ใช้จนครบ 3 ปีหรือพังค่อยเปลี่ยน

เพราะคำนวณรวมกัน แผนของ Ohm Kd ประหยัดได้ เดือนละ 5,000–8,000 บาท หรือ ปีละเกือบแสนบาท โดยไม่ต้องลาออกจากงาน

 

 

สรุปให้  ถ้าทำจริง ประหยัดได้เท่าไหร่?

 

โพสต์ทูเดย์ ลองดึงแนวทางตัวอย่างบางประเภทมารวมกัน และพบว่าถ้าทำได้จริง มาตรการประหยัดต่อเดือนโดยเป็นการคำนวณแบบประมาณ สามารถประหยัดได้ ยกตัวอย่างเช่น

 

 

มาตรการ ประหยัดต่อเดือน (บาท)
ทำอาหารเองแทนสั่ง 3,000 – 9,000
เปลี่ยนจากรถยนต์เป็นมอเตอร์ไซค์ 800 – 1,500
วางแผนซื้อของตามเมนู 300 – 800
ลดแอร์ 1 องศา + ปิดไฟ 200 – 500
งดกาแฟนอกบ้าน 1,000 – 2,000
ใส่เสื้อผ้ามือสอง 300 – 500
รวม 5,600 – 14,300

 

และต้องย้ำว่าตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่ความฝัน แต่คือสิ่งที่ชาวลูกเพจเหล่านี้ทำอยู่จริงในชีวิตประจำวัน

 

....

 

วิกฤตพลังงานครั้งนี้อาจไม่จบเร็ว และข้าวของจะยังแพงต่อเนื่องไม่ว่าสงครามจะสิ้นสุดลงอย่างไร สิ่งที่ทำได้คือ ควบคุมในส่วนที่ควบคุมได้ ซึ่งก็คือ พฤติกรรมของตัวเอง

เริ่มจากข้อเดียวก็ได้ ไม่ต้องทำทุกข้อพร้อมกัน เพราะอย่างที่คุณ Ohm Kd บอกไว้ว่า "ยังไม่ชินแต่จะชินเพื่อเงินเย็นไม่พังทลาย" นั่นคือ "ปรัชญาการใช้เงิน" ที่ใช้ได้จริงในทุกยุคทุกสมัย

ข่าวล่าสุด

ราชกิจจาฯประกาศ ปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วหน้าโรงกลั่น 2 บาท/ลิตร มีผล 9 เม.ย.