สูงวัยไทย 1 ใน 3 หกล้มทุกปี! แนะทำ 3 ส. ป้องกันก่อนติดเตียง
กรมควบคุมโรคเผย สูงวัย 1 ใน 3 หกล้มทุกปี! แนะทำ 3 ส. ป้องกันก่อนเกิดเหตุ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะติดเตียงและเสียชีวิต
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบสถิติผู้สูงอายุหกล้มสูงถึงกว่า 4 ล้านคนต่อปี โดยกว่าครึ่งเกิดขึ้นบริเวณบ้านและภายในตัวบ้านอีกร้อยละ 32 แนะนำลูกหลานใช้เวลาช่วงกลับภูมิลำเนา สำรวจและปรับสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ปลอดภัย ลดความเสี่ยงการพลัดตกหกล้ม ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะติดเตียงและการเสียชีวิต
...
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยวันนี้ (7 เมษายน 2569) ว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงอายุมากกว่า 13 ล้านคน หรือร้อยละ 20 ของประชากร และพบว่า 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุไทยหกล้มทุกปี ซึ่งถือเป็นภัยเงียบที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกช่วงเวลา
ข้อมูลชี้ให้เห็นว่า กว่า 1 ใน 3 ของการล้มเกิดขึ้นภายในตัวบ้าน โดยเฉพาะห้องน้ำซึ่งเป็นจุดที่พบความเสี่ยงสูง ขณะที่สาเหตุหลักมาจากการสะดุดและลื่น คิดเป็นร้อยละ 76
ทั้งนี้ การหกล้มในผู้สูงอายุไม่ได้ส่งผลเพียงอาการบาดเจ็บเล็กน้อยแต่อาจนำไปสู่ภาวะรุนแรง เช่น กระดูกสะโพกหัก ซึ่งมีโอกาสเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 20 ภายใน 1 ปี และยังส่งผลให้ภาครัฐต้องใช้งบประมาณในการรักษาสูงหลายพันล้านบาทต่อปี
เพื่อป้องกันการสูญเสียจากการพลัดตกหกล้ม กรมควบคุมโรคขอเชิญชวนประชาชนและลูกหลานใช้โอกาสช่วงสงกรานต์ “กลับบ้านไปดูแลความปลอดภัย” ให้ผู้สูงอายุ ด้วยภารกิจ “3 ส. เช็กบ้านกันล้ม” ได้แก่
- ส. สว่าง ตรวจเช็กระบบแสงสว่างตามทางเดินและห้องน้ำให้เพียงพอเพื่อการมองเห็นที่ชัดเจน
- ส. สะอาด จัดระเบียบพื้นบ้านให้โล่ง เก็บสิ่งกีดขวาง เช่น สายไฟ พรม หรือของที่อาจทำให้สะดุด
- ส. เสริม ติดตั้งราวจับในห้องน้ำและแผ่นกันลื่น
นอกจากนี้ แนะนำให้ลูกหลานพาผู้สูงอายุเข้ารับ "การคัดกรองความเสี่ยงการพลัดตกหกล้ม" อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยสามารถนัดหมายแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุขล่วงหน้า และเข้ารับบริการได้ที่หน่วยบริการด้านสุขภาพใกล้บ้าน เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและปลอดภัยในระยะยาว
"สงกรานต์ปีนี้ ของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดสำหรับพ่อแม่และปู่ย่าตายาย ไม่ใช่เพียงสิ่งของ แต่คือการทำให้บ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง เพื่อให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ครอบครัวไปอีกนาน" อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวทิ้งท้าย
การคัดกรองความเสี่ยงการพลัดตกหกล้ม
ทั้งนี้ การคัดกรองความเสี่ยงการพลัดตกหกล้ม สามารถทำได้โดย
1. การประเมินผ่านแบบทดสอบมาตรฐาน
บุคลากรสาธารณสุข (เช่น พยาบาลวิชาชีพ หรือ อสม. ในชุมชน) จะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า "แบบประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม" ซึ่งมีหัวข้อหลักๆ ดังนี้
- ประวัติการล้ม ในรอบ 6 เดือน ถึง 1 ปีที่ผ่านมาเคยล้มหรือไม่? (ถ้าเคยล้ม 1 ครั้ง จะถือว่ามีความเสี่ยงสูงขึ้นทันที)
- การเดินและการทรงตัว มักใช้การทดสอบ TUG (Timed Up and Go Test) คือให้ผู้สูงอายุลุกจากเก้าอี้ เดินไปข้างหน้า 3 เมตร แล้วเดินกลับมานั่ง ถ้าใช้เวลาเกิน 12-15 วินาที แสดงว่ามีความเสี่ยง
- การใช้ยา ตรวจสอบว่ามีการใช้ยาที่ทำให้ง่วงซึมหรือเวียนศีรษะหรือไม่ เช่น ยานอนหลับ ยาลดความดันบางชนิด
- การมองเห็น ตรวจสอบสายตาว่าฝ้าฟางหรือมองเห็นไม่ชัดเจนจนอาจทำให้ก้าวพลาดหรือไม่
2. ช่องทางการนัดหมายและการเข้ารับบริการ
- แอปพลิเคชัน "สมุดสุขภาพ" (Health Book) ของกรมอนามัย หรือแอป "เป๋าตัง" (ในเมนูกระเป๋าสุขภาพ) ซึ่งจะมีฟีเจอร์เช็กสิทธิประโยชน์ และบางพื้นที่เริ่มมีการนัดหมายผ่านระบบออนไลน์แล้ว
- หน่วยบริการปฐมภูมิ (รพ.สต. หรือ ศูนย์บริการสาธารณสุข) นี่คือจุดที่เข้าถึงง่ายที่สุด สามารถเดินเข้าไปสอบถามนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ หรือติดต่อผ่าน อสม. ในพื้นที่เพื่อบันทึกชื่อรับการตรวจประจำปี
- โรงพยาบาลตามสิทธิ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิบัตรทอง ประกันสังคม หรือข้าราชการ สามารถแจ้งความประสงค์ขอคัดกรองความเสี่ยงล้มในโปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี


