posttoday

ย้อนรอย 53 ปี นโยบายกำหนดเวลาเปิด-ปิดปั๊มน้ำมัน มรดกตั้งแต่ยุคจอมพลถนอม!

07 เมษายน 2569

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ชาติไทย "เปิด-ปิดปั๊มช่วยชาติ" ที่ไทยเคยผ่านมาแล้วในหลายเหตุการณ์สำคัญทั้งในระดับประเทศ และระดับโลก

KEY

POINTS

  • นโยบายจำกัดเวลาเปิด-ปิดปั๊มน้ำมันมีจุดเริ่มต้นครั้งแรกในสมัยจอมพลถนอม กิตติขจร เมื่อปี พ.ศ. 2516 เพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์น้ำมันโลกครั้งที่ 1
  • มาตรการนี้ถูกนำกลับมาใช้อีกหลายครั้งในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะในยุครัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ และรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เพื่อแก้ปัญหาราคาน้ำมันพุ่งสูง
  • การประกาศใช้มาตรการในปัจจุบันมีความแตกต่างจากอดีต โดยไม่ได้ปิดบริการทั้งหมด แต่จำกัดการขายในช่วงกลางคืนให้เหลือเฉพาะน้ำมันทางเลือกเพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาด

การประกาศว่าวันที่ 20 เมษายน 2569 ของ "นายอนุทิน ชาญวีรกูล" นายกรัฐมนตรี จ่อใช้มาตรการคุมเวลาเปิด-ปิดสถานีบริการน้ำมันในช่วง 22.00 - 05.00 น. หลังจบเทศกาลสงกรานต์ ทำให้ย้อนหวนคิดถึงครั้งเมื่อนโยบายดังกล่าวถูกนำออกมาใช้

 

จุดเริ่มต้นของนโยบายนี้ "ครั้งแรก" ที่เกิดขึ้นในสยามประเทศ คงต้องย้อนกลับไปในช่วงปี พ.ศ. 2516 สมัยของ จอมพลถนอม กิตติขจร โลกต้องเผชิญกับ "วิกฤตการณ์น้ำมันครั้งที่ 1" ชนวนเหตุเกิดจาก สงครามยมคิปปูร์  เมื่ออียิปต์และซีเรียโจมตีอิสราเอล กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันอาหรับ (OAPEC) จึงใช้ "น้ำมัน" เป็นอาวุธทางการเมืองด้วยการประกาศ "Oil Embargo" หรือการระงับการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศที่สนับสนุนอิสราเอล โดยเฉพาะสหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตก

 

ทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นจากประมาณ $3 ต่อบาร์เรล เป็นเกือบ $12 ต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้น 4 เท่าในพริบตา

 

ณ ขณะนั้นไทยพึ่งพาน้ำมันนำเข้าเกือบ 100%  เมื่อน้ำมันขาดแคลนและแพงขึ้นอย่างมหาศาล รัฐบาลจึงต้องคลอด พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ออกมาทันที

 

ซึ่งนอกจากปิดปั๊มน้ำมันแล้ว ในยุคนั้นยังมีการสั่ง "ห้ามเปิดไฟป้ายโฆษณา" และ "ปิดสถานีโทรทัศน์เร็วขึ้น" เพื่อประหยัดไฟฟ้าที่ผลิตจากน้ำมันเตา ถือเป็นยุคที่คนไทยเริ่มรู้จักคำว่า "ประหยัดพลังงาน" อย่างจริงจังเป็นครั้งแรก

 

 

ยุค "ป๋าเปรม" กับมาตรการที่เข้มงวดที่สุดครั้งหนึ่งของไทย

 

อีกครั้งหลังจากนั้น ที่เรียกว่าเข้มงวดที่สุดครั้งหนึ่งในไทย  เกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2522 - 2524 ในยุคของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เมื่อโลกเข้าสู่ "วิกฤตการณ์น้ำมันครั้งที่ 2"  เกิดจาก การปฏิวัติอิหร่าน พ.ศ. 2522 ที่ทำให้การผลิตน้ำมันของอิหร่านหยุดชะงัก ตามมาด้วย สงครามอิหร่าน-อิรัก พ.ศ. 2523 ซึ่งทั้งสองประเทศเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ $30 - $40 ต่อบาร์เรล ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรงไปทั่วโลก

 

ในช่วงนั้นสถานการณ์รุนแรงจนรัฐบาลต้องสั่งปิดสถานีบริการน้ำมันตั้งแต่เวลาช่วงเย็น!  เพื่อลดภาระการนำเข้าน้ำมันดิบที่กำลังฉุดรั้งเศรษฐกิจชาติให้ดิ่งเหว ควบคู่กับมาตรการสั่งปิดสถานเริงรมย์ บาร์ และไนต์คลับและโทรทัศน์ต้องหยุดแพร่ภาพในช่วงเวลาพีค หรือช่วงที่มีการชมของประชาชนสูงสุด

 

ลองจินตนาการถึงสภาพบ้านเมืองในตอนนั้น หลังพระอาทิตย์ตกดิน ปั๊มน้ำมันจะมืดสนิท ใครที่น้ำมันหมดกลางทางในตอนค่ำคืนต้องจอดรถทิ้งไว้ หรือไม่ก็ต้องพึ่งพา "น้ำมันขวด" ที่มีการเล่าลือกันในช่วงนั้นว่า มีพ่อค้าหัวใสแอบตักแบ่งใส่ขวดแม่โขงมาวางขายข้างทางในราคาที่สูงลิ่ว

มาตรการนี้ อันที่จริงไม่ได้มีเป้าหมายแค่การประหยัดน้ำมัน แต่ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมในช่วงกลางคืนหยุดชะงัก เพราะว่าคงไม่มีใครกล้าเสี่ยงออกไป "ท่องราตรี" ก็เผื่อว่ารถน้ำมันหมดแล้วจะทำยังไง?

 

 

ยุคทักษิณก็เคย ถอดสูท-ประหยัดไฟ-ปิดปั๊มน้ำมัน เช่นกัน

 

นโยบายปิดปั๊มกลับมามีบทบาทอีกครั้งในปี พ.ศ. 2548 ในรัฐบาลของทักษิณ ชินวัตร ช่วงนั้นราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากความต้องการใช้ในจีนและอินเดียเพิ่มขึ้น มาตรการปิดปั๊มตอน 4 ทุ่มถูกนำกลับมาใช้ควบคู่กับการรณรงค์ให้ข้าราชการ "ถอดสูท" ทำงานเพื่อประหยัดไฟแอร์

มาตรการเหล่านี้ส่งสัญญาณให้คนในชาติรู้ว่า "เรากำลังอยู่ในภาวะไม่ปกติ" เมื่อคนเห็นปั๊มน้ำมันปิดไฟมืดตอน 4 ทุ่ม มันคือการเตือนสติโดยอัตโนมัติว่าควรลดการใช้จ่ายและประหยัดพลังงาน

 

....

 

อย่างไรก็ตาม ตามข่าวที่ "นายกอนุทิน" เตรียมออกมาตรการในวันที่ 20 เมษายนที่จะถึงนี้ มีความแตกต่างกับในอดีตในรายละเอียดบางส่วน เพราะไม่ได้เป็นการ "ปิดตาย" ทั้งหมด แต่มีการนำกลยุทธ์ จำกัดประเภทน้ำมัน มาใช้ โดยจะเปิดให้ขายเฉพาะน้ำมันที่มีส่วนผสมของพลังงานทางเลือกอย่าง ดีเซล B20 และ แก๊สโซฮอล์ E20 ในช่วงดึกเท่านั้น 

 

มาตรการนี้ นอกจากจะเป็นมาตรการ "ประหยัด" แล้ว ยังทำให้ประชาชนต้องใช้น้ำมันทางเลือก ซึ่งข้อดีของน้ำมันทางเลือกมีหลายอย่าง

 

อย่างแรกคือ ลดการไหลออกของเงินตราที่ต้องไปซื้อน้ำมันดิบจากต่างประเทศมากลั่นเป็นน้ำมันพรีเมียม นอกจากนี้ รถบรรทุกและขนส่งสินค้าที่ใช้ B20 ยังเดินทางได้ปกติ เศรษฐกิจไม่หยุดชะงัก รวมไปถึงประประชาชนทั่วไปที่อยากเดินทางตอนดึกต้องยอมรับสภาพการเติมน้ำมันทางเลือก ซึ่งเป็นการส่งเสริมนโยบายพลังงานสะอาดไปในโอกาสเดียวกัน!

 

....

 

มาตรการวันที่ 20 เมษายนนี้ ถ้าออกมาก็ถือว่าแม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่รายละเอียดที่เพิ่มเติมเข้ามาก็นับว่ามีความน่าสนใจ ก็หวังได้แค่ว่ามาตรการ "ปิดปั๊มช่วยชาติ" ครั้งนี้จะยังคงขลังและช่วยพยุงสถานการณ์เศรษฐกิจไทยไว้ได้เหมือนที่เคยทำมาในอดีต  และในขณะเดียวกันก็สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส สำหรับพลังงานทางเลือกไปพร้อมๆ กัน.

ข่าวล่าสุด

เปิดโกลเด้น เพลซ สาขาท่าเตียน พลิกโฉมตลาดเก่าริมน้ำ สู่จุดนัดพบร่วมสมัย