กาง 6 มิติ "ปชป." เสนอแก้ปัญหา PM2.5 เร่งด่วน กดดันยื่น พ.ร.บ.อากาศสะอาด
"การดี" เสนอญัตติ 6 มิติ แก้ปัญหา PM2.5 พร้อมตั้ง กมธ.ด่วน! หลังฮอตสปอตพุ่ง 3 เท่าตัว พร้อมกดดันยื่น พ.ร.บ.อากาศสะอาด
KEY
POINTS
- พรรคประชาธิปัตย์เสนอญัตติด่วนต่อสภาฯ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาวิกฤตฝุ่น PM2.5
- ชูแนวทางแก้ปัญหา 6 มิติ โดยมีข้อเรียกร้องสำคัญคือการกดดันให้รัฐบาลยื่นร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดโดยเร็วที่สุด
- ข้อเสนออื่น ๆ ครอบคลุมการช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อลดการเผา การออกมาตรการป้องกันสุขภาพประชาชน และการฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยว
เมื่อวานนี้ (วันที่ 1 เมษายน 2569 ) ที่รัฐสภา นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอญัตติเกี่ยวกับประเด็นฝุ่น PM2.5 ผ่านมาตรการ 6 ข้อ พร้อมขอตั้ง กมธ.ด่วน โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า
PM2.5 อยู่กับคนไทยมาเป็นเวลากว่า 10 ปี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาคเหนือตอนนี้ มีจุดฮออตสปอตหรือจุดความร้อนครอบคลุมทั้งหมด และขยายตัวจากสัปดาห์ที่ผ่านมากว่า 3 เท่าตัว รวมไปถึงดัชนีคุณภาพอากาศที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ล่าสุดสูงถึง1,956 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร เป็นค่าที่สูงกว่ามาตรฐานของ WHO กำหนดไว้กว่า 50 เท่า ซึ่งส่งผลกระทบต่อร่างกายโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างรุนแรง
นอกจากนี้จุดฮอตสปอตที่เกิดขึ้นในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และป่าสงวน ก็ต้องถามว่ามีการทรัพยากรในการควบคุมเพียงพอหรือไม่ และมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพตั้งแต่แรกหรือไม่ ซึ่งปัญหาดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบไปยังด้านเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวในภาคเหนือในช่วงสงกรานต์ที่จะถึงนี้ เพราะสถิติการยกเลิกการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นชัดเจน
ทั้งนี้ นางการดี เสนอว่า การแก้ไขปัญหาไม่ควรเอาการเมืองมานำ แต่ควรจะแก้ไขบนข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์ข้อเท็จจริง และควรจะเป็นการแก้ไขแบบบูรณาการของหลายกระทรวง เพราะไม่สามารถสำเร็จได้ด้วยกำลังแค่กระทรวงเดียว
โดยนางการดี ได้เสนอ 6 ข้อ ที่รัฐบาลควรเร่งที่จะขับเคลื่อน ได้แก่
-
เสนอให้ควรยื่นร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดอีกครั้งอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะถึงเส้นตายใน 6 สัปดาห์ข้างหน้า
-
เพิ่มทางเลือกให้เกษตรกรลดการเผา เช่น การคืนเงินอุดหนุนตัดอ้อยสด การให้สินเชื่อ 0 เปอร์เซ็นต์ สร้างกลไกใช้เครื่องมือเก็บเกี่ยว เพื่อจูงใจไม่ให้เกษตรกรกำจัดขยะการเกษตรด้วยการเผา
-
เร่งออกมาตรการป้องกันด้านสุขภาพของประชาชนในระดับเฉพาะหน้า เช่น การแจกหน้ากากอนามัย การสร้างพื้นที่อากาศสะอาด ห้องปลอดฝุ่น เป็นต้น
-
เร่งฟื้นการท่องเที่ยว ดึงความเชื่อมั่นให้กลับเข้ามา หามาตรการช่วยเหลือกลุ่มเอสเอ็มอีโดยเฉพาะทางภาคเหนือ
-
ยกระดับข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ปัญหาในอนาคต
-
เพิ่มขีดความสามารถในการเจรจาระหว่างประเทศในประเด็น หมอควันข้ามแดน
นอกจากนี้ นางการดียังได้เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อติดตามแก้ไขปัญหาวิกฤต PM.5 อีกด้วย
สถานการณ์ฝุ่นเชียงใหม่ แดงทุกพื้นที่!
ขณะเดียวกันสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับรุนแรง โดยข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (CMU CCDC) เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 เมษายน 2569 พบว่าหลายพื้นที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานในระดับอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก
พื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงที่สุดคือ อำเภอเชียงดาว วัดได้ 705 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร รองลงมาคือ อำเภอแม่แจ่ม 555 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และอำเภอแม่แตง 455 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่ในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ วัดได้ 326 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งยังอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ
ทั้งนี้ หลายอำเภอในจังหวัดเชียงใหม่มีค่าฝุ่นเกิน 300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ฝุ่นควันในพื้นที่ยังอยู่ในภาวะวิกฤต และประชาชนควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด


