สธ. ทดสอบ "โดรนขนส่งยา" เกาะปันหยี ปั้นต้นแบบ "ยาบินได้"
สธ. ทดสอบโดรนส่งยาเกาะปันหยี จ.พังงา ลดข้อจำกัดเดินเรือ ช่วยส่งยาได้รวดเร็วแน่นอน เตรียมปั้นต้นแบบทั่วไทยและดันเข้าสู่ระบบสิทธิประโยชน์การรักษา
KEY
POINTS
- กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ทดสอบการใช้โดรนขนส่งยาและเวชภัณฑ์ที่เกาะปันหยี จ.พังงา เพื่อพัฒนาต้นแบบ "ยาบินได้" สำหรับบริการทางการแพทย์ทางไกล
- โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการสุขภาพในพื้นที่ห่างไกลและเข้าถึงยาก เช่น พื้นที่เกาะ ช่วยลดระยะเวลาและกำหนดเวลาขนส่งได้แน่นอนกว่าการเดินทางด้วยเรือ
- การทดสอบที่เกาะปันหยีเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนำร่องในพื้นที่ภาคใต้ โดยจะนำผลลัพธ์ไปประเมินร่วมกับจังหวัดกระบี่และสตูล เพื่อพัฒนารูปแบบการใช้งานจริงต่อไป
วันนี้ (29 มี.ค.2569) ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกาะปันหยี จังหวัดพังงา นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ พล.อ.ต. อนุกูล อ่อนจันทร์อม ผู้บัญชาการศูนย์ข่าวกรองการเฝ้าตรวจและลาดตระเวน กองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมทดสอบและสาธิตการใช้โดรนขนส่งยาและเวชภัณฑ์ในภารกิจทางการแพทย์ทางไกล
นายพัฒนา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาพัฒนาระบบบริการสุขภาพ เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และลดระยะเวลารอคอย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านการเดินทาง เช่น พื้นที่เกาะหรือทางทะเล ซึ่งการใช้โดรนสามารถช่วยให้การขนส่งยา วัคซีน เลือด และอุปกรณ์ช่วยชีวิตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและกำหนดเวลาได้แน่นอนมากขึ้น
ทั้งนี้ ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษา วิจัย และพัฒนาการใช้อากาศยานไร้คนขับในภารกิจทางการแพทย์ พร้อมทดสอบในพื้นที่นำร่อง 3 รูปแบบ ได้แก่ พื้นที่ทะเล พื้นที่ป่า/ภูเขา และเขตเมือง โดยพื้นที่ภาคใต้ดำเนินการทดสอบใน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกระบี่ จังหวัดสตูล และจังหวัดพังงา
นายพัฒนา กล่าวต่อว่า ผลการทดสอบในจังหวัดกระบี่ พบว่าสามารถลดระยะเวลาการขนส่งจาก 20 นาที เหลือเพียง 5 นาที ขณะที่จังหวัดสตูล ใช้เวลาขนส่งข้ามทะเลประมาณ 20–30 นาที
ส่วนการทดสอบในจังหวัดพังงา เส้นทางท่าเรือบางพัฒน์ไปยัง รพ.สต.เกาะหมากน้อย และเกาะปันหยี แม้ใช้เวลาใกล้เคียงกับการเดินทางแบบเดิม แต่สามารถกำหนดเวลาการขนส่งได้แน่นอน ไม่ต้องรอรอบเรือ
ภาพรวมการทดสอบถือว่าเป็นไปด้วยดีและสามารถใช้งานได้จริง หลังจากนี้จะนำผลการทดสอบทั้ง 3 พื้นที่ มาประเมินและปรับปรุง เพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบการใช้โดรนขนส่งยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ในพื้นที่เกาะและทะเลต่อไป
ด้าน นพ.ณัฐพงศ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีการใช้ Medical Drone ในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักรอังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์ แอฟริกา อินเดีย เนปาล อินโดนีเซีย มาเลเซีย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เป็นต้น ทั้งใช้ส่งของฉุกเฉินสำหรับคลินิกในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก ขนส่งยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ในพื้นที่ห่างไกล และขนส่งอวัยวะเพื่อการปลูกถ่ายครั้งแรกของโลกที่มหาวิทยาลัยแพทย์ในสหรัฐอเมริกา
สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันยังไม่มีผู้ให้บริการ Medical Drone ในเชิงพาณิชย์ มีเพียงบริษัทที่เคยทดสอบบินนำร่องจริงที่จังหวัดสตูล ซึ่งเทคโนโลยีของโดรนแบบ Vertical Take-off and Landing (VTOL) ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนามาตรฐานการใช้งาน โดยได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เพื่อกำหนดเส้นทางบินเฉพาะด้านการแพทย์ และผลักดันให้บริการขนส่งยาด้วยโดรนสามารถอยู่ในระบบสิทธิประโยชน์การรักษาพยาบาล เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถนำไปใช้ได้
ทั้งนี้ การทดสอบในพื้นที่จังหวัดพังงาจะดำเนินการถึงวันที่ 14 เมษายน 2569 ก่อนนำผลไปประเมินร่วมกับพื้นที่จังหวัดกระบี่และสตูล เพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบ “Medical Drone” ที่สามารถใช้งานได้จริงในระบบสาธารณสุขของไทย


