รัฐบาลเตือนระวัง ไข้กาฬหลังแอ่นระบาด พบป่วยเสียชีวิตสามรายเฝ้าระวังเข้ม
น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกรัฐบาล เผยกรมควบคุมโรคเฝ้าระวังไข้กาฬหลังแอ่นใกล้ชิด หลังพบผู้ป่วยในไทยเสียชีวิต 3 ราย พร้อมแนะกลุ่มเสี่ยงฉีดวัคซีนป้องกัน
รัฐบาลสั่งเฝ้าระวังไข้กาฬหลังแอ่นพบไทยตายสามราย
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้มอบหมายให้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้กาฬหลังแอ่นอย่างใกล้ชิด ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักรที่พบการระบาดในกลุ่มนักเรียนนักศึกษาทางตอนใต้ ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 18 มีนาคม 2569 พบผู้ป่วยสะสมประมาณ 20 ราย ยืนยันผล 9 ราย และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย
ขณะที่สถานการณ์ในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 17 มีนาคม 2569 พบผู้ป่วยสะสมแล้ว 5 ราย และมีผู้เสียชีวิตถึง 3 ราย แม้ปัจจุบันจะยังไม่พบความเชื่อมโยงกับการระบาดจากต่างประเทศและจำนวนผู้ป่วยยังอยู่ในระดับต่ำ แต่เนื่องจากเป็นโรครุนแรง กรมควบคุมโรคจึงต้องเฝ้าระวังตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบผู้สงสัยติดเชื้อต้องรายงานทันทีเพื่อเร่งสอบสวนโรคและควบคุมการระบาดไม่ให้ขยายวงกว้างต่อไปในทันที
แนะเช็กอาการไข้สูงคอแข็งรีบพบแพทย์และฉีดวัคซีน
สำหรับลักษณะอาการของโรคไข้กาฬหลังแอ่น ผู้ป่วยมักมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะรุนแรง มีอาการคอแข็ง ซึม และในบางรายอาจปรากฏจุดเลือดออกหรือผื่นเลือดออกตามผิวหนังอย่างชัดเจน
รัฐบาลจึงขอความร่วมมือประชาชนหากพบอาการดังกล่าวให้รีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางหรือการสัมผัสความเสี่ยง เช่น การเดินทางไปพื้นที่ที่มีการรายงานโรคหรือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย
ทั้งนี้โรคดังกล่าวสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ และมีวัคซีนป้องกันเป็นทางเลือกสำคัญ โดยเฉพาะวัคซีนสายพันธุ์ MenB สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องเดินทางไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยง ควรปรึกษาหน่วยงานสาธารณสุขเพื่อรับวัคซีนล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วันก่อนการเดินทาง โดยกลุ่มเสี่ยงที่ควรพิจารณาเป็นพิเศษประกอบด้วย เด็ก วัยรุ่น ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันต่ำ และผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศเป็นประจำ เพื่อลดความเสี่ยงจากการรับเชื้อและลดความรุนแรงของโรคที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
เน้นมาตรการป้องกันตนเองหลีกเลี่ยงที่แออัดใกล้ชิด
นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้เน้นย้ำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองเบื้องต้นอย่างเคร่งครัด โดยแนะนำให้ล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ในพื้นที่แออัด และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น มีไข้ ไอ หรือจาม เนื่องจากโรคไข้กาฬหลังแอ่นสามารถติดต่อผ่านทางละอองฝอยและการใช้สิ่งของร่วมกันได้ง่าย
ประชาชนควรติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของส่วนรวม ทั้งนี้ หากประชาชนท่านใดมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการของโรคหรือต้องการข้อมูลด้านการป้องกันเพิ่มเติม สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค หมายเลขโทรศัพท์ 1422 ได้ตลอดเวลา เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องและทันท่วงทีในการดูแลสุขภาพตนเองและคนใกล้ชิดให้ปลอดภัยจากความเสี่ยงของโรคระบาดรุนแรงนี้ที่กำลังมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดในปัจจุบัน


