posttoday

สพฉ. เผยวิกฤตน้ำมันกระทบ"รถฉุกเฉิน" พบ "กาฬสินธุ์" หนักสุด แต่ยังไม่กระทบการช่วยเหลือผู้ป่วย

19 มีนาคม 2569

สพฉ.เผย กาฬสินธุ์วิกฤตหนักสุด รถพยาบาลฉุกเฉินจอดนิ่งบางหน่วย หลังปั๊มน้ำมันจำกัดการเติม พร้อมเร่งประสานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ขอสำรองน้ำมัน 100 ลิตรต่อจุด

ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสพฉ. เปิดเผยเมื่อวานนี้ (18 มีนาคม 2569) ว่า จากสถานการณ์หลายพื้นที่ขาดแคลนน้ำมัน ที่เกิดจากความกังวลและความตื่นตระหนกของประชาชน ทั้งการขาดแคลนน้ำมัน และราคาน้ำมันที่คาดว่าจะสูงขึ้น จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้เกิดความต้องการน้ำมันเกินกว่าสถานการณ์ปกติประจำวัน

ในขณะที่สถานีบริการน้ำมันยังไม่ได้เตรียมการรับมือ ประกอบกับการขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศต้องใช้ระยะเวลา ทำให้ไม่ทันต่อความต้องการของประชาชน จึงส่งผลให้น้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการในช่วงระยะเวลา 2-3 วันที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลยังยืนยันว่ามีน้ำมันเพียงพอ แต่อยู่ระหว่างการขนส่งไปยังสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ คาดว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้นในเร็ววันนี้

 

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติการในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะการให้บริการในการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินโดยรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ที่อยู่ในระบบของสถาบัน การแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ซึ่งปฏิบัติการภายใต้ศูนย์รับแจ้งเหตุฯ 1669 ทั้ง 80 ศูนย์ทั่วประเทศ รวมทั้งหมด 14,213 คัน เพราะยังมีบางพื้นที่ และบางจังหวัด ไม่มีสถานีบริการน้ามันปิดให้บริการ หรือไม่มีน้ำมันให้เติม ส่งผลให้รถบริการการแพทย์ฉุกเฉินไม่สามารถเติมน้ำมันได้ ทำให้ต้องแจ้งหยุดการให้บริการชั่วคราว

 

โดยแบ่งระดับความรุนแรง ณ วันที่ 18 มี.ค. 2569 ดังนี้

 

ระดับ รายละเอียดผลกระทบ จำนวนจังหวัด
0 ไม่มีผลกระทบ 31
1 มีผลกระทบเล็กน้อย (ยังสามารถบริหารจัดการได้) 22
2 มีผลกระทบปานกลาง บางหน่วยปฏิบัติการเริ่มมีข้อจำกัดในการดำเนินการปฏิบัติการ จำเป็นต้องบริหารจัดการทรัพยากรเพิ่มเติม 14
3 มีผลกระทบมาก กระทบต่อการให้บริการในหลายพื้นที่ แต่ยังสามารถดำเนินการปฏิบัติการได้
จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ: สงขลา, หนองบัวลำภู
2
4 วิกฤต กระทบต่อการให้บริการในหลายพื้นที่ บางหน่วยไม่สามารถปฏิบัติการได้
จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ: กาฬสินธุ์
1

 

ทั้งนี้ สพฉ. ยืนยันว่า ยังไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน กรณีเกิดเหตุที่ต้องไปปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน รถบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่มีน้ำมันยังมีความพร้อมในการออกปฏิบัติงานดูแลและให้บริการได้ ยังคงมีเพียงปัญหาในการเติมน้ำมันของรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อเตรียมความพร้อมในการออกปฏิบัติงานเท่านั้น

สำหรับมาตรการในการเตรียมรับมือขณะนี้ สพฉ. ได้เร่งประสานงานไปยังกระทรวงพลังงาน และผู้ให้บริการน้ำมันทั่วประเทศ เพื่อขอความร่วมมือในการสนับสนุนจัดเตรียมน้ำมัน หรือสำรองน้ำมันสำหรับเติมให้กับรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินในพื้นที่ รวมทั้งยังได้ประสานงานผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด และพลังงานจังหวัด ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อขอให้จัดสรร หรือเตรียมน้ำมันสำรองในแต่ละจุดบริการ หรือสถานีบริการน้ำมัน อย่างน้อยขอให้สำรองในพื้นที่ 100 ลิตร หรืออยู่ในระดับตำบล ควรสำรองน้ำมันอย่างน้อย 50 - 100 ลิตร เพื่อเตรียมการสำหรับรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินโดยเฉพาะสำหรับใช้ในการปฏิบัติงานกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินเร่งด่วน

ข่าวล่าสุด

ระวัง! SET เสี่ยงปรับฐาน รับน้ำมันพุ่ง–เฟดส่งสัญญาณเงินเฟ้อฉุดตลาด