แพทย์จบใหม่สมัครพื้นที่ขาดแคลนเกินเป้า! หลัง สธ.ปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์
สธ. เผย แพทย์จบใหม่แห่สมัครลงพื้นที่ขาดแคลนพิเศษ เกินเป้าถึง 87% หลังปรับเพิ่ม 3 สิทธิประโยชน์
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผย 3 กลยุทธ์สร้าง "แรงจูงใจ" เติมแพทย์ลงพื้นที่ขาดแคลนพิเศษ 39 จังหวัด ทั้งเพิ่มค่าอยู่เวร 2 เท่า ลดเวลาใช้ทุนเรียนต่อเฉพาะทางเร็วขึ้น พร้อมจัดสรรโควตารอบพิเศษ 239 ตำแหน่ง พบผลตอบรับดีเกินคาด นศ.แพทย์จบใหม่กว่า 400 คน แสดงความจำนงลงพื้นที่เกินเป้าหมาย 87% เร่งจัดสรรให้แล้วเสร็จ 16 มี.ค.นี้
วันนี้ (13 มีนาคม 2569) นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายเชิงยุทธศาสตร์เพื่อยกระดับระบบสาธารณสุขไทย โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแพทย์หรือในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของผู้ป่วยสูง โดยเฉพาะในโรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับระบบการให้บริการประชาชน
ความคืบหน้าล่าสุด ในปีงบประมาณ 2569 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยความร่วมมือของกองบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักส่งเสริมสนับสนุนการผลิตพัฒนาแพทย์ (สพพ.) กองยุทธศาสตร์และแผนงาน และกองบริหารการสาธารณสุข ได้ร่วมกับแพทยสภา กำหนดมาตรการสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับพื้นที่ส่งเสริมพิเศษ 39 จังหวัด รวม 78 โรงพยาบาล คือ
1.การปรับเพิ่มค่าตอบแทนอยู่เวรนอกเวลาราชการเป็น 2 เท่า สำหรับแพทย์ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ส่งเสริมพิเศษ
2.การสร้างความก้าวหน้าทางวิชาชีพ โดยปรับลดระยะเวลาการชดใช้ทุน เพื่อให้แพทย์สามารถเข้าสู่กระบวนการเรียนต่อแพทย์เฉพาะทางได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และ
3.การจัดสรรโควตาแพทย์รอบพิเศษให้กับพื้นที่ส่งเสริมพิเศษจำนวน 239 ตำแหน่ง จากจำนวนแพทย์จบใหม่ทั่วประเทศ ในปีการศึกษา 2568
"จากการเปิดรับลงทะเบียนจัดสรรรอบพิเศษ 239 ตำแหน่ง พบว่าได้รับความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายอย่างมาก โดยมีนักศึกษาแพทย์ที่กำลังจะจบการศึกษาให้ความสนใจแสดงความจำนงเลือกลงพื้นที่ส่งเสริมพิเศษรวม 446 คน ซึ่งมากกว่าจำนวนที่ต้องการถึง 87%" นพ.สมฤกษ์กล่าว
นพ.สมฤกษ์กล่าวต่อว่า นอกจากกลุ่มแพทย์จบใหม่แล้ว ยังมีกลุ่มแพทย์ที่อยู่ระหว่างการชดใช้ทุนในโรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข แสดงความสนใจขอย้ายไปปฏิบัติงานในพื้นที่ส่งเสริมพิเศษดังกล่าวเพื่อรับสิทธิประโยชน์ตามนโยบายใหม่ด้วย ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขเตรียมดำเนินการจัดสรรแพทย์ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 16 มีนาคม 2569 คาดการณ์ว่าการปรับเปลี่ยนโครงสร้างสิทธิประโยชน์ในครั้งนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแพทย์ในพื้นที่วิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการวางรากฐานการบริหารกำลังคนด้านสาธารณสุขให้สอดคล้องกับความต้องการจริงในพื้นที่อย่างยั่งยืน


