posttoday

กรมควบคุมโรคคาดปี 69 จำนวนผู้ป่วย "ไข้หวัดใหญ่" เพิ่มขึ้น!

11 มีนาคม 2569

กรมควบคุมโรคเตือนเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่ คาดปี 2569 แนวโน้มผู้ป่วยอาจสูงกว่าปีที่ผ่านมา แนะประชาชนยึดหลักสุขอนามัย ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยวันนี้ (11 มีนาคม 2569) ว่า จากข้อมูลระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัลของกองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 9 มีนาคม 2569 พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สะสม 137,276 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 211.48 ต่อประชากรแสนคน และมีรายงานผู้เสียชีวิต 8 ราย

 

กลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่

  • อายุ 5 – 9 ปี อัตราป่วย 753.20 ต่อประชากรแสนคน (26,806 ราย)
  • อายุ 0 – 4 ปี อัตราป่วย 596.20 ต่อประชากรแสนคน (16,992 ราย)
  • อายุ 10 – 14 ปี อัตราป่วย 534.20 ต่อประชากรแสนคน (20,812 ราย)

 

ในจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้ป่วยที่ต้องนอนรักษาในโรงพยาบาล 15,041 ราย (ร้อยละ 10.96) จังหวัดที่พบอัตราป่วยสูงสุด ได้แก่ พะเยา ลำปาง พิษณุโลก เชียงใหม่ และอุบลราชธานี แม้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแนวโน้มผู้ป่วยจะเริ่มลดลง และต่ำกว่าปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง สะท้อนให้เห็นว่าโรคไข้หวัดใหญ่ยังคงแพร่ระบาดในชุมชนอย่างต่อเนื่อง

 

สำหรับผู้เสียชีวิต พบว่าส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไป และเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต ภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือมะเร็ง อีกทั้งผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ ไม่มีประวัติการได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่


นายแพทย์มณเฑียร กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการติดตามสถานการณ์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พบว่าโรคไข้หวัดใหญ่มักเริ่มมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปี และแนวโน้มการระบาดจะสูงขึ้นในช่วงกลางปี ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบการระบาดตามฤดูกาล โดยในปี 2568 ประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยสะสม 1,194,342 ราย อัตราป่วย 1,839.93 ต่อประชากรแสนคน มีรายงานผู้เสียชีวิต 129 ราย สะท้อนถึงภาระโรคที่ยังคงสูง ขณะที่ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังล่าสุดบ่งชี้ว่า ปี 2569 มีแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยในภาพรวมอาจสูงกว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงกลางปีที่มักเป็นช่วงที่พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น

 

ด้าน นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่สามารถแพร่กระจายได้ง่าย ผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย รวมถึงการสัมผัสพื้นผิวหรือสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ ผู้ป่วยมักมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน ไอ เจ็บคอ น้ำมูก ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และอ่อนเพลีย ในบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคปอดเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

กรมควบคุมโรคขอแนะนำให้ประชาชนป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดใหญ่ โดยยึดหลักสุขอนามัยส่วนบุคคล ได้แก่ ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการป่วยระบบทางเดินหายใจ หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด หากมีอาการไอหรือจาม ควรสวมหน้ากากอนามัย พร้อมทั้งใช้กระดาษทิชชูปิดปากและจมูก

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชน หากมีอาการไข้สูง ไอ เจ็บคอ หรือสงสัยว่าป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ ควรพักผ่อน และหลีกเลี่ยงการไปในสถานที่ที่มีคนแออัด เพื่อลดการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น หากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ หรือมีไข้สูงต่อเนื่อง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

ข่าวล่าสุด

'จเรตำรวจ' ยัน ไร้ห้องกัก VIP กำชับเข้มงวดข้อมูล ป้องกันทุจริตปล่อยตัว