สำรวจเผย หญิงไทยเรียนจบคอร์ส GenAI มากกว่าผู้ชาย เพราะอะไร?
รายงานจาก Coursera เผยผู้หญิงไทยเรียนจบคอร์ส GenAI มากกว่าผู้ชาย 2.5% แม้สัดส่วนผู้เรียนยังน้อยกว่า สะท้อนเมื่อโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้เปิดกว้าง ศักยภาพก็เพิ่มขึ้นตาม.
KEY
POINTS
- อัตราการเรียนจบหลักสูตร GenAI ของผู้หญิงในประเทศไทยสูงกว่าผู้ชายประมาณ 2.5%
- ในปี 2025 ผู้หญิง คิดเป็น 33% ของผู้ลงทะเบียนเรียนหลักสูตร GenAI ทั้งหมดในประเทศไทย เพิ่มขึ้นจาก 32% ในปี 2024
- หลักสูตรที่เน้นการประยุกต์ใช้จริงและเชื่อมโยงกับการทำงาน เช่น การใช้ AI เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ เป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดผู้เรียนหญิงให้สนใจมากขึ้น
“อนาคตของ AI จะถูกกำหนดโดยความหลากหลายของผู้ที่สร้างและใช้งานเทคโนโลยีนี้” ดร.อเล็กซานดรา เออร์เบิน (Dr. Alexandra Urban) หัวหน้าฝ่ายวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การเรียนรู้ของ Coursera
รายงานล่าสุด “One Year Later: The Gender Gap in GenAI” จาก Coursera ระบุว่า ผู้หญิงไทยมีความก้าวหน้าในการเรียนรู้ทักษะ Generative AI (GenAI) อย่างชัดเจน โดยพบว่า อัตราการเรียนจบหลักสูตร GenAI ของผู้หญิงในประเทศไทยสูงกว่าผู้ชายประมาณ 2.5% แม้ว่าจำนวนผู้หญิงที่ลงทะเบียนเรียนในสาขานี้โดยรวมจะยังน้อยกว่า แต่ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจของผู้เรียนหญิง เมื่อมีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม
ในปี 2025 ผู้หญิงคิดเป็น 33% ของผู้ลงทะเบียนเรียนหลักสูตร GenAI ทั้งหมดในประเทศไทย เพิ่มขึ้นจาก 32% ในปี 2024 ขณะเดียวกัน เมื่อดูเฉพาะกลุ่มผู้เรียนหญิงบนแพลตฟอร์ม พบว่าสัดส่วนผู้หญิงที่เลือกลงทะเบียนเรียนหลักสูตร GenAI เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 37% ในปี 2024 เป็น 49% ในปี 2025 แม้ว่ายังคงมีช่องว่างทางเพศในสาขานี้อยู่บ้าง แต่อัตราการเรียนจบที่สูงขึ้นและการมีส่วนร่วมที่เพิ่มขึ้นชี้ให้เห็นว่า อุปสรรคสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่ความสามารถหรือแรงจูงใจ แต่อยู่ที่โอกาสในการเข้าถึงการเรียนรู้ ซึ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นในการขยายโอกาสด้านการศึกษาทักษะ AI ให้ครอบคลุมมากขึ้น
ข้อมูลยังสอดคล้องกับภาพรวมด้านความเท่าเทียมทางการศึกษาของประเทศ โดยประเทศไทยครองอันดับหนึ่งของโลกด้านความเท่าเทียมทางการศึกษา จากรายงาน Global Gender Gap Report 2025 ของ World Economic Forum อีกทั้งยังมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในภูมิภาคอาเซียนด้านการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจของผู้หญิง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมและรูปแบบการทำงานจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ การเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้าถึงทักษะด้าน AI จึงมีความสำคัญต่อการเตรียมกำลังคนสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้เรียนหญิงคือการออกแบบหลักสูตรที่เน้นการใช้งานจริง หลักสูตร GenAI ระดับเริ่มต้นที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์การทำงาน เช่น การใช้เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานหรือการประยุกต์ AI ในงานต่าง ๆ มักได้รับความสนใจจากผู้หญิงมากขึ้น ตัวอย่างเช่น หลักสูตร “Use AI Responsibly” ของ Google ซึ่งมีสัดส่วนผู้เรียนหญิงในประเทศไทยสูงถึง 67.5%
บนแพลตฟอร์มของ Coursera หลักสูตร GenAI ที่เน้นการใช้งานจริง เช่น การใช้ AI เพื่อสนับสนุนการศึกษา การเขียน การสร้างสรรค์ผลงาน หรือการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน พบว่าสัดส่วนผู้เรียนหญิงในบางหลักสูตรเริ่มเข้าใกล้ความเท่าเทียม หลักสูตรเหล่านี้นำเสนอ GenAI ในฐานะเครื่องมือที่ช่วยแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน มากกว่าการมุ่งเน้นทฤษฎีทางเทคนิคที่ซับซ้อน ทำให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงทักษะ AI กับเป้าหมายด้านอาชีพและการพัฒนาตนเองได้อย่างชัดเจน
Alexandra Urban หัวหน้าฝ่ายวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การเรียนรู้ของ Coursera ระบุว่า อนาคตของ AI จะถูกกำหนดโดยความหลากหลายของผู้ที่สร้างและใช้งานเทคโนโลยีนี้ พร้อมชี้ว่า เมื่อผู้หญิงในประเทศไทยได้รับโอกาสในการเรียนรู้ทักษะ GenAI พวกเธอแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพยายามอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการขยายโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาด้าน GenAI จึงเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพบุคลากรของประเทศ
ในบริบทของการผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ของประเทศไทย รายงานยังเสนอแนวทางเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างครอบคลุม ได้แก่ การออกแบบหลักสูตรระดับเริ่มต้นที่เน้นการประยุกต์ใช้จริง การส่งเสริมความหลากหลายของผู้สอน การปรับเนื้อหาให้เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่นผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร และการผสานทักษะ GenAI เข้ากับทักษะด้านมนุษย์ เช่น การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)
หนึ่งปีหลังจาก Coursera เปิดตัวแนวทางลดช่องว่างทางเพศในทักษะ GenAI ข้อมูลล่าสุดสะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่ชัดเจน สัดส่วนการมีส่วนร่วมของผู้หญิงที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับอัตราการเรียนจบที่สูงกว่า แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มเชิงบวกที่กำลังเกิดขึ้น และชี้ให้เห็นว่าการขยายโอกาสในการเรียนรู้ AI จะมีบทบาทสำคัญในการเปิดทางให้ผู้หญิงไม่เพียงมีส่วนร่วมในยุค AI แต่ยังสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการกำหนดอนาคตของเทคโนโลยีนี้ได้ด้วย


